
ถุงกับข้าว
การขึ้นรถตู้ของคอนโดที่รับส่งระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอส-คอนโด เป็นอะไรที่ทำให้ต้อง “ยับยั้งชั่งใจ” ทุกครั้ง
โดย...นายใจดี
การขึ้นรถตู้ของคอนโดที่รับส่งระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอส-คอนโด เป็นอะไรที่ทำให้ต้อง “ยับยั้งชั่งใจ” ทุกครั้ง เพราะเมื่อก้าวเท้าขึ้นไปนั่งร่วมกับอีก 7-10 คน เราก็จะเข้าสู่พื้นที่สาธารณะเล็กๆ ที่ทำอะไรผิดพลาดไปก็อาจจะกลายเป็นประเด็นให้ถูกตำหนิได้
ภายในรถตู้มีอากาศหมุนเวียนด้วยเครื่องปรับอากาศที่มักไม่ค่อยเย็น ผสมกับกลิ่นของน้ำหอมจางๆ และกลิ่นเหงื่อที่หมักหมมมาทั้งวัน ประจวบกับระยะทางเดินจากสถานีรถไฟฟ้ายังห่างจากจุดจอดรถตู้ทำให้ได้เหงื่อใหม่มาหนุนกลิ่นเดิมที่ติดตัวผู้ร่วมทางอีกต่างหาก ทว่ากลิ่นที่เกิดจากตัวนี่ยังไม่รุนแรงและไม่ก่อกวนคนอื่นได้เท่ากับ “กลิ่น” จากถุงกับข้าว
แม้ว่าบางคนจะมัดปากถุงอย่างแน่นหนา กลิ่นก็ยังเล็ดลอดออกมาสำแดงคุณสมบัติของมันว่า นี่ฉันคือ น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอดนะ ฉันคือสะตอผัดกุ้ง ยิ่งกลิ่นเขาแรงเขายิ่งโอ้อวด เริ่มมีเสียงฮึดฮัดจากผู้ได้รับกลิ่นแต่ไม่ได้ลิ้มรสชาติในถุงนั้นด้วย
ด้วยเหตุนี่เอง แม้ว่าจะเดินผ่านร้านส้มตำเจ้าโปรดกลิ่นปลาร้าหอมยั่วให้เข้าไปปานใด ก็ต้องยอมหยิ่งเดินคอตั้งกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ จากมา แม้กระทั่งพิซซ่าเตาถ่านหน้าฮาวายเอียนที่ห้อมหอม แต่พอขึ้นรถตู้ปิดประตูฉับเท่านั้นล่ะ กลายเป็นคนเด่นคนดังทุกสายตาหันมาจับจ้อง อ้าว แต่มองต่ำกันไปซะอย่างนั้น เป้าสายตาคือ “ถุงกับข้าว” เสมือนว่ามือที่หิ้วมันมานั้นมันคือระเบิด สิ่งไม่พึงประสงค์ มันหอมนะ มันอร่อยด้วย แต่คนไม่กิน เขาไม่เข้าใจ แต่เราคนนำมาต้องทำความเข้าใจ
แม้ว่าเรามีเงิน มีสิทธิ จะซื้ออะไรกินก็ได้ตามใจอยาก กระทั่งพยายามทุกทางให้กลิ่นเล็ดลอดออกมาให้น้อยที่สุด แต่มันก็ยังไม่มากพอ เมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด การรบกวนผู้อื่น ไม่ว่าจะเสียง กลิ่น จึงเป็นอันไม่พึงกระทำ หากอยากกินจริงๆ ต้องยอมเดินทางด้วยวิธีอื่น ไม่ทู่ซี้จะขึ้นรถตู้ให้ได้ หรือถ้าอยากนั่งสบายๆ จ่ายราคาถูกกว่าแท็กซี่ ก็ต้องยอมละเลี่ยงอาหารโปรดที่มีกลิ่นรุนแรง เพื่อสร้างบรรยากาศให้พื้นที่เล็กๆ ได้สดใส
เชื่อว่ายามเลิกงาน ทุกนาทีที่นั่งบนรถเพื่อ “กลับบ้าน” เป็นช่วงเวลาที่วิเศษสำหรับทุกๆ คน ที่จะได้ถึงพื้นที่แห่งการพักผ่อนปลอดภัย อย่าให้ระหว่างทางนั้นมีเหตุให้ขุ่นข้องหมองใจ







