posttoday
ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

28 พฤศจิกายน 2558

เมื่อโลกหมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง สิ่งที่ตามมาก็คือ การเปลี่ยนแปลงของทุกๆ ด้านในชีวิต เมื่อใกล้สิ้นสุดปีเก่าและขึ้นปีใหม่

โดย...กองบรรณาธิการ

เมื่อโลกหมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง สิ่งที่ตามมาก็คือ การเปลี่ยนแปลงของทุกๆ ด้านในชีวิต เมื่อใกล้สิ้นสุดปีเก่าและขึ้นปีใหม่ เหล่าผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาต่างก็ออกมาทำนายถึง “เทรนด์” “แนวโน้ม” หรือ “ทิศทาง” ในแต่ละด้านของชีวิต เพื่อรับรู้ เพื่อเฝ้าติดตาม หรือเพื่อพัฒนาให้ทันกับกระแสความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

กินเพื่อสุขภาพ

เมื่อพูดถึงเรื่องเทรนด์ของอาหารการกิน ในปี 2016 เชฟหนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟแห่ง เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, ภัทรา เรสเตอรองค์ โกลบอล กรุ๊ป เผยว่า เทรนด์อาหารของปีหน้า อาหารผสมผสานแนวอาเซียนน่าจะเป็นที่เทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะมีเชฟชื่อดังมากมายกำลังมาเปิดกิจการที่เมืองไทย และอาหารแนวสุขภาพก็น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้น

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

“ในส่วนของผู้บริโภคจะเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับวัตถุดิบต่างๆ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็จะเป็นที่นิยมมากขึ้น ผู้บริโภคจะหันมาเป็นผู้ปลูก ผู้เลี้ยง หรือผู้ผลิตเอง ตรงนี้จะเป็นเทรนด์ที่มาแรงมาก เพราะผู้บริโภคให้ความสนใจและเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพและการบริโภคมากขึ้น รวมทั้งยังรวมไปถึงการระมัดระวังการกินและวัตถุดิบ”

นอกจากนี้ เชฟธนินธรยังเผยอีกว่า ผู้คนจะหันมาให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์และผลิตผลของการเกษตรและการเกษตรอินทรีย์มากขึ้น “ผมคิดว่าอาจจะเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มคนวัย 35 ปีขึ้นไป โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะให้ความสนใจในเรื่องของการประกอบอาหารและวัตถุดิบในการประกอบอาหาร”

ในส่วนของ เชฟเอฟ-อภินันท์ เศวตวรรณกุล เชฟใหญ่แห่ง Fit Food Always อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรโภชนบำบัดและการบริหาร จากโรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า ในปีหน้ากระแสคลีนฟู้ดน่าจะเบาบางลง คนจะพูดถึงเรื่องนี้กันน้อยลง

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

“แต่คนจะหันมาพูดถึงอาหารที่ครบ 5 หมู่จริงๆ รวมทั้งอาหารเพื่อลดน้ำหนักโดยเฉพาะกันมากขึ้น รวมทั้งซูเปอร์ฟู้ด เช่น เมล็ดเชีย ควินัว แฟล็กซีด ฯลฯ จะได้รับความนิยมมากขึ้น ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารจะนำมาวางจำหน่ายและนำมาประกอบอาหารเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งอาหารออร์แกนิกด้วย”

สำหรับวิถีชีวิตการอยู่การกิน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีเวลาทำอาหารกินเอง ก็จะเริ่มใส่ใจอาหารที่ปรุงจากแม่ค้ามากขึ้น และการไม่มีเวลาทำอาหารกินเองนี่แหละ ที่จะทำให้ธุรกิจเดลิเวอรี่เฟื่องฟูสุดขีด อาหารทุกชนิด ไม่เว้นแม้กระทั่งของสด เช่น ซีฟู้ด จะมีการจำหน่ายแบบเดลิเวอรี่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ในส่วนของเกษตรกรก็สามารถใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการจำหน่ายผลผลิตของตนเองได้โดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง นี่จึงทำให้สิ่งที่เคยเป็นปัญหาเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

บ้านเอิร์ทโทนและพาสเทล

สำหรับเทรนด์ของบ้านปี 2016 มนู ตระกูลวัฒนะกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการแนวราบกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ถ้าเป็นบ้านราคาระดับบีบวกขึ้นไป สีภายนอกจะเน้นโทนสีขรึมๆ แนวเอิร์ทโทนเทาๆ ดำๆ เขียวหม่นๆ เพราะบ้านมันคือ อิฐหินปูนทรายเป็นตัวแทนของเพศชายสีเลยต้องหนักแน่นมั่นคงเคร่งขรึม รู้สึกได้ถึงความมีรสนิยมน่าเชื่อถือ หากบ้านภายนอกทาสีเหลืองสีชมพูมันขาดความน่าเชื่อถือ ดูไม่น่าเกรงขาม ดูไม่มั่นคง

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

ขณะที่การตกแต่งภายในนั้นเป็นตัวแทนของเพศหญิง การเลือกเฟอร์นิเจอร์จะกล้าเล่นสีที่สดใสขึ้นแนวสีพาสเทล ออกหวานๆ ได้ โดยปี 2016 สีที่คาดว่าจะมาแรงคือ โทนสีฟ้าเทอร์คอยส์คือฟ้าใสๆ หรือมีเขียวสดๆ แทรกเข้ามาได้บ้าง นั่นคือเทรนด์ปีหน้า

แต่หากเป็นบ้านระดับพรีเมียมนั้นโทนสีที่ใช้ภายในจะยังเป็นสีเงิน ทอง ทองแดง โลหะ เนื่องจากให้ความรู้สึกมีค่าราคาแพงมีคุณค่า ขณะที่แบบบ้านจะยังคงมีดีไซน์ที่ดูหรูหราแบบสไตล์ยุโรปที่ดูโอ่อ่าราคาแพง คนไทยระยะหลังนี้ได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไปยุโรปกันมาก ก็จะไปเจอแบบบ้านที่สวยหรูหรากันมาก็เก็บความประทับใจนั้นมา และมาเลือกซื้อหรือปลูกบ้านในแบบความทรงจำแบบที่พึงพอใจ โทนสีก็จะเป็นสีขาว สีครีม สีออฟไวท์

ในขณะที่ ชนาธิป มานิจสิน อนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการผู้จัดการบริษัท รอมบัส อาร์คิเต็ด เผยถึงแนวโน้มเทรนด์สไตล์การตกแต่งบ้านในปี 2016 ว่า “เทรนด์จะเป็นสไตล์การตกแต่งที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านมากขึ้น เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2012-2013 เราจะพบว่าการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นนั้นเป็นแบบที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ด้วยความเรียบง่าย ดูเล็กน้อยแต่ลงตัว ถัดมาจึงเริ่มมี สไตล์ลอฟท์ สไตล์แฟกตอรี่ และสไตล์คอนเท็มโพรารี เข้ามามีอิทธิพลในช่วงปี 2014-2015 เป็นการโชว์วัสดุธรรมชาติที่นำมาใช้ในโครงสร้างอาคาร เช่น ไม้ ปูน อิฐ และเหล็ก เผยให้เห็นถึงโครงสร้างของตัวอาคาร อาจจะมีกิมมิกเล็กๆ ในการตกแต่ง ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านมากขึ้น

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

“นั่นหมายความว่า เทรนด์การตกแต่งในปี 2016 การตกแต่งบ้านหรืออาคารสไตล์หลักจะเป็นแนวย้อนกลับไปสู่ยุคอุตสาหกรรม ที่โชว์การใช้วัสดุโครงสร้างอาคารและผนัง แต่เจ้าของบ้านจะใส่ความเป็นตัวตนลงไปมากขึ้นด้วยการใช้สีและเฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างกันออกไป โดยแบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ก็คือ กลุ่มที่ชอบสีเอิร์ทโทนและกลุ่มสีร้อนแรง เจ้าของบ้านที่ชอบแนวเอิร์ทโทน ที่ผ่านมาจะเป็นกลุ่มสีขาว ฟ้า และเขียว แต่ในปีหน้าคนที่ชอบเอิร์ทโทนแนวธรรมชาติสดใส จะเลือกของกลุ่มสีที่เริ่มออกไปทางพาสเทลสดใสมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มที่ชอบสีร้อนแรงก็จะเป็นสีม่วง ส้ม และเหลือง

“ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในปีหน้ามีแนวโน้มว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่าง 2 สไตล์ โดยยึดโทนสีของบ้านเป็นหลัก เจ้าของบ้านที่เลือกสีแบบเอิร์ทโทนจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ เฟอร์นิเจอร์เบาะหนังแบบย้อนยุคจะมาแรง ในขณะที่กลุ่มสีร้อนแรงจะเลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นดูเรียบง่าย คล้ายๆ กับเป็นการผสาน 2 สิ่งที่สะท้อนคาแรกเตอร์เจ้าของบ้านมากขึ้น”

แฟชั่นยุค 1970 จะกลับมา

ในแวดวงของแฟชั่น พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ และเจ้าของแบรนด์อาซาว่าและเอเอสวี บาย อาซาว่า พูดถึงเทรนด์ที่จะมาในปีหน้าว่า แฟชั่นในยุค 1970 จะกลับมา คำจำกัดความของยุคนี้คือ สไตล์ฮิปปี้และโบฮีเมียน กับยุคที่เป็นต้นกำเนิดของความมินิมอลลิซึม เทรนด์แฟชั่นจึงจะวิ่งไปใน 2 ทิศทางนี้

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

“ยกตัวอย่างดีไซเนอร์คนใหม่ของดิออร์ เขากำลังทำให้เทรนด์นี้สตรองขึ้นมา เสื้อที่มีกลิ่นอายของเนิร์ดนิดๆ ฮิปปี้หน่อยๆ มีความโรแมนติกเบาๆ จะเป็นเทรนด์ที่จะมา แม้แต่ผู้หญิงที่เท่ จะผสมความโรแมนติกมากขึ้น จากเดิมที่ใส่เสื้อเชิ้ตเรียบๆ กับสูท อาจต้องเป็นเสื้อเชิ้ตมีโบ เพราะความโรแมนติกจะเข้ามามีอิทธิพลมากกับวงการแฟชั่น”

ส่วนเรื่องโทนสีมาแรง ดีไซเนอร์บอกว่า โทนสีที่น่าสนใจสำหรับซัมเมอร์หน้า คือ โทนสีกล่ำ เช่น เขียวโอลีฟ เหลืองมัสตาร์ด เลือดหมู เบอร์กันดี น้ำเงิน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวินเทอร์ แต่พอมาอยู่ในคอลเลกชั่นซัมเมอร์อาจจะเจือด้วยฟ้า ฟ้าอ่อน เหลืองเปลือกไข่ ทำให้คอลเลกชั่นดูอ่อนโยนขึ้น ซึ่งนี่แหละความสนุกของแฟชั่น เมื่อก่อนเราบอกว่าซัมเมอร์ต้องสีสดใสสีอ่อน แต่อาจไม่จำเป็นเสมอไป เพราะฉะนั้นซัมเมอร์นี้ลองเราหันมาหาสีกล่ำ มีกลิ่นอายของวินเทจนิดๆ เพื่อให้เสื้อผ้ามีความโรแมนติก หวนความคิดถึงวัยเยาว์

อีกเทรนด์ที่น่าจับตาคือ การหันมาให้ความสำคัญกับเทกซ์เจอร์ของผ้า อย่างลูกไม้ ผ้าลายฉลุ หรือผ้าที่สามารถมองทะลุได้ ส่วนเทรนด์ของนอร์มคอร์ (Normcore) ซึ่งเกิดจากการผสมคำระหว่าง Normal กับ Hardcore หมายถึงเสื้อผ้าที่เราสามารถใส่ได้ทุกวันโดยไม่ต้องคิดมาก ความเข้มข้นของแฟชั่นถูกทำให้เจือจางลง เรามองว่านี่อาจเป็นที่นิยมคนกลุ่มหนึ่ง แต่ก็มีอีกกลุ่มที่ไม่บริโภคแฟชั่นแบบนี้ เลือกจะบริโภคแฟชั่นที่สุดโต่งไปเลย เป็นแบบแฟนตาซีขายฝัน ให้ความหวัง ให้แรงบันดาลใจ

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

 “จะไม่มีพื้นที่สำหรับตรงกลางนะ ยิ่งคนยุคนี้มีทางเลือกที่จะหาแฟชั่นที่ตรงกับตัวตนของเรามากที่สุด ตรงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเงินหรืองบประมาณ แต่ตรงเรื่องจิตวิญญาณ ความพึงพอใจส่วนตัว ต้องเข้าใจว่าแฟชั่นมาแล้วก็ไป อย่างสไตล์มินิมอลมันนิ่งมาสักพักแล้ว แฟชั่นจะเริ่มกับมาที่ความโรแมนติก มิกซ์อะไรที่แปลกประหลาด ในซีซั่นหน้าเราอาจจะเห็นผู้ชายใส่ชมพูสีกะปิกับเสื้อสีฟ้า เห็นการแมตช์กางเกงสีชมพูกับเสื้อลายดอก”

ปั่น+วิ่งยังอินเทรนด์

ในช่วงที่ผ่านมากระแสปั่นจักรยานและการวิ่งเพื่อสุขภาพครองใจในหมู่คนไทย และยังเป็นแนวโน้มในปีหน้าที่คาดว่ายังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง

ในปีที่ผ่านมามีการจัดอีเวนต์ปั่นจักรยานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รัฐก็สนับสนุนให้ประชาชนปั่นจักรยาน ทำให้จำนวนตัวเลขผู้ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายเพิ่มขึ้น แม้ทางจักรยานหรือสถานที่เฉพาะสำหรับปั่นจักรยานยังไม่มีแพร่หลายเท่าที่ควรก็ตาม

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

ข้อมูลล่าสุดในปี 2558 มีการประเมินว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้จักรยานทั่วประเทศเพิ่มเป็นกว่า 3 ล้านคน เพิ่มจากปี 2557 ถึง 3 แสนคนเลยทีเดียว

สำหรับประโยชน์ของการออกกำลังกายนั้น นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย บอกว่า เป็นการกระตุ้นพัฒนาสมอง ให้คิดเรื่องการทรงตัว ทิศทาง ความเร็ว และควบคุมร่างกายให้ทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังทำให้กล้ามเนื้อขา บริเวณเอว-สะโพก แข็งแรง ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ลดอัตราการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ช่วยลดน้ำหนัก และหากปั่นต่อเนื่องจะช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดดี ป้องกันภาวะเส้นเลือดตีบตัน และยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย อารมณ์ดีจากการเพิ่มของระดับฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน

นอกจากนี้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การปั่นจักรยานมีข้อแนะนำ 8 ข้อ ได้แก่ 1.ควรหมั่นฝึกซ้อมปั่นจักรยานเป็นประจำ 2.พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง 3.ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือของมึนเมา

4.ควรรับประทานอาหารก่อนการปั่นจักรยานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 5.ควรอบอุ่นร่างกายก่อนการปั่นจักรยานอย่างน้อย 5-10 นาที 6.หากมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาพกติดตัวตลอดเวลา 7.ควรเตรียมอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับการปั่นจักรยาน และ 8.ตรวจเช็กจักรยานให้พร้อมกับการปั่น หลังการปั่นจักรยานควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อปรับสภาพร่างกาย จิบน้ำบ่อยๆ เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป

ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดูแลงานด้านการออกกำลังกาย ระบุว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวเรื่องสุขภาพและกิจกรรมทางกายสูงขึ้นทุกประเภท โดยเฉพาะการวิ่งและการปั่นจักรยาน โดยเฉพาะการปั่นจักรยานมีคนหันมาปั่นเพิ่มขึ้นกว่า 100% เป็นผลมาจากการรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพและปรับทัศนคติคนหนุ่มสาววัยทำงานให้สนใจการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมากขึ้น

ปีที่ผ่านมากิจกรรมวิ่งรักสุขภาพมาแรง การวิ่งมินิมาราธอนใจกลางเมืองที่ภาครัฐและเอกชนเข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดวิ่งก็เฟื่องฟูตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นออร์แกไนเซอร์รับจัดอีเวนต์ เครื่องดื่มเพื่อดูแลสุขภาพ รวมถึงช่างภาพที่รับหน้าที่ถ่ายรูปผู้เข้าร่วมวิ่งทุกคน

ลุงพจน์ เพิ่มพรพิพัฒน์ ประธานสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย วัย 72 ปี บอกว่า “การวิ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ยังช่วยให้ดูแลสุขภาพได้มากขึ้น เพราะทำให้ต้องเข้านอนเร็ว ตื่นเช้า เพื่อจัดระเบียบเวลาชีวิต และดูแลสุขภาพให้พร้อมสำหรับการวิ่งในระยะทางไกลๆ มากขึ้น”

ในระยะหลังความนิยมในการวิ่งมินิมาราธอน-ฮาล์ฟมาราธอนเพิ่มขึ้นมาก หลังภาพยนตร์เรื่อง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” เข้าฉายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทำให้จากเดิมที่มีเฉพาะกลุ่มวิ่งประจำ ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ก็มีหนุ่มๆ สาวๆ ไม่ซ้ำหน้ามาเป็นเพื่อนวิ่งมากขึ้น และมีการจัดอีเวนต์วิ่งใจกลางเมืองทุกสัปดาห์

“ใครจะบอกว่าเป็นกระแสหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่หนุ่มสาวหันมาวิ่งกันเยอะมากขึ้น เพราะนั่นหมายถึงการใส่ใจในสุขภาพ และการดูแลร่างกายตัวเองไม่ให้ป่วยในยามที่แก่ตัว หรือต้องทำงานทั้งชีวิตเพื่อมาจ่ายค่ายา-ค่ารักษา”

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

สมาร์ทโฟนครองโลก

เทรนด์ด้านไอทีที่จะมีส่วนสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในปี 2559 คือ การเข้าสู่ยุคโมบาย 3.0 เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการใช้สมาร์ทโฟนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการให้บริการในระบบ 4จี ที่จะเพิ่มสปีดการใช้งานสมาร์ทโฟนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าไปอยู่ในสมาร์ทโฟนโดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทู ทรี เปอร์สเปกทีฟ กล่าวว่า โมบายเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ด้านโมบิลิตี้ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่ประกอบด้วย โมบิลิตี้ โซเชียลเทคโนโลยี คลาวด์ และบิ๊กดาต้า ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคนี้ เทรนด์โมบายนี้ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย อาทิ การโฆษณาผ่านมือถือ โมบายเพย์เมนต์ โมบายคอมเมิร์ซ ส่วนเหตุผลทำไมการเติบโตส่วนใหญ่มาจากโมบายแอพพลิเคชั่น เนื่องจากตัวเลขพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนที่กว่า 80% ของผู้ใช้งานผ่านโมบายแอพ เพียงแค่ 20% ที่มาจากโมบายเบราเซอร์

ในปี 2016 จะเข้าสู่ยุคโมบาย 3.0 คือยุคของการบริการผ่านมือถือตามแนวคิด Mobile First ที่ออกแบบให้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และนำเอาความสามารถเฉพาะของสมาร์ทโฟนทั้งด้านโมบายคอนเทนต์และโมบายคอมเมิร์ซมาวิเคราะห์ผลเพื่อให้เกิดการให้บริการเฉพาะเจาะจงแก่ผู้บริโภคแต่ละคน

โมบายจะกลายเป็นเครื่องมือหลักสำหรับการสร้างปฏิสัมพันธ์และการซื้อขายในวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ซึ่งทำให้สมาร์ทโฟนได้เข้ามาเพิ่มสัดส่วนการซื้อขายมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อขายแบบดั้งเดิมที่ไม่ผ่านสื่อดิจิทัลและโมบาย

ตามแรงเหวี่ยงของโลก เทรนด์ 2016

 

ขณะที่ 4 เมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคนี้ อันได้แก่ โมบิลิตี้ โซเชียลเทคโนโลยี คลาวด์ และบิ๊กดาต้า จะก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและบิซิเนสโมเดลใหม่ๆ ได้ด้วยแนวคิด “Unified Cloud” เกิดช่องทางการสื่อสารและการซื้อขายใหม่ๆ จาก “Platform Ecosystem” ในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ ไอโอเอส กูเกิล อเมซอน เฟซบุ๊ก ไลน์ อาลีบาบา

การนำเสนอข้อมูลเฉพาะบุคคลได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยแนวคิด “Commerce Relevancy” ที่ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจและเกิดยอดขายมากขึ้น ตลอดจนการบริหารจัดการ “Big Data” ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และโซเชียลได้อย่างมีประสิทธิผลและทันท่วงที ด้วยเครื่องมือ “Social Controller” ประกอบด้วยหลักการทำงาน ที่เรียกว่า “Social Listening” และ “Social Engagement” ที่ช่วยธุรกิจให้เข้าถึงและปฏิสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ได้เรียลไทม์ ติดตามเทรนด์ บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า วิเคราะห์คู่แข่ง วางแผนแคมเปญต่างๆ รวมทั้งสามารถเพิ่มยอดขายและกำไรได้อีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่ กนกชนา เพ็ชรรัตน์ รองประธานฝ่ายพัฒนาช่องทางธุรกิจ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ หรือไอเอสเอสพี มองว่า 10 เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีจากนี้ ได้แก่ 1.การช็อปปิ้งออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากการค้าแบบเดิมที่คนจะใช้เงินสดซื้อสินค้าในตลาดหรือในห้างสรรพสินค้า จะเปลี่ยนเป็นใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด และผู้บริโภคจะเชื่อมั่นเรื่องการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น

2.โลกจะเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินเป็นแบบออนไลน์โดยไม่ต้องใช้เงินสด ทุกอย่างจะอยู่บนสมาร์ทโฟน 3.ในอนาคตจะไม่มีเอกสารที่เป็นกระดาษ โดยปัจจุบันรัฐมีโครงการ National Single Window ที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการของประเทศ โดยกำลังจัดทำมาตรฐานเกี่ยวกับ E-trade ให้ทุกอย่างเป็นอิเล็กทรอนิกส์

4.ข้อมูล จะเป็นกุญแจความสำเร็จของธุรกิจ 5.อุปกรณ์เชื่อมต่อ มือถือ สมาร์ทโฟนต่างๆ ในอนาคตจะไม่ต้องเสียเงินซื้อ โดยจะได้ใช้เครื่องฟรีภายใต้เงื่อนไขอื่นๆ แทน เช่น การรับชมโฆษณาผ่านอุปกรณ์นั้นๆ และอุปกรณ์เคลื่อนที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในอนาคต 6.ความนิยมซื้อของออนไลน์มากขึ้น ทำให้อนาคตธุรกิจต้องแข่งกัน ต้องไม่มีค่าขนส่ง ในอนาคตค้าปลีกต้องมีระบบขนส่งของตนเอง โดยประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่งเพื่อพร้อมให้บริการตลอดเวลา

7.การแข่งขันจะอยู่บนคลาวด์ทั้งหมด เพราะข้อมูลจะไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป 8.ข้อมูลของลูกค้าจะมีมูลค่ามหาศาลมาก ซึ่งเทคโนโลยีคลาวด์จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกิจ 9.ธุรกิจต้องปรับตัว ต้องคอยติดตามภาครัฐว่ามีประกาศอะไรออกมาในเรื่องมาตรฐานต่างๆ เช่น คิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด เป็นต้น และ 10.ในอนาคตธุรกิจจะสร้างแบรนด์และขายสินค้าผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยอาศัยการโฆษณาบนสื่อดิจิทัลมากกว่าที่จะโฆษณาบนห้างสรรพสินค้า

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์