
ทำอย่างไร...ไม่แก่เร็ว (1)
....พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
เป็นความปรารถนาของผู้คนตลอดมาว่าจะทำอย่างไรจึงจะไม่แก่ หรืออย่างน้อยก็แก่ให้ช้าที่สุด ในทุกยุคทุกสมัยจึงมีศาสตร์ต่างๆ มากมายที่พยายามจะค้นหา และเปิดเผยเคล็ดลับต่างๆ ที่จะช่วยชะลอวัย ซึ่งลงเอยก็เป็นความเชื่อเสียส่วนใหญ่ ในปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์มีความเจริญก้าวหน้ามากมายขนาดถอดรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และสามารถสกัดเซลล์ต้นกำเนิดมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ ได้แล้ว การค้นคว้าวิจัยในเรื่องการชะลอวัยเองก็มีความก้าวหน้าไปอย่างมากเช่นกัน เราลองมาฟังทัศนะของนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Antiaging กันดู
นพ.สมบูรณ์ รุ่งพรชัย ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Antiaging ประจำ Apex Profound Beauty กล่าวถึงความจริงที่เราควรตระหนักเมื่อถึงจุดเปลี่ยนของวัย นั่นก็คือ เมื่อมีอายุ 35 ปีเป็นต้นไป ทางการแพทย์ถือว่าเป็นขาลงของสุขภาพ ใครที่ใกล้ถึงหลักสี่หรือเลยไปแล้ว อ่านถึงตรงนี้แล้วคงต้องทำใจกันหน่อย แต่คุณหมอมีวิธีรับมือ ต้องติดตามกันต่อไป
คุณหมอเล่าว่า เมื่อ 510 ปีที่ผ่านมา กระแสสังคมตอบรับเรื่องการดูแลสุขภาพและความงามอย่างมาก จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มคนที่สนใจดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในเรื่องดูแลผิวพรรณความงามในช่วง510 ปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ดูอ่อนเยาว์ ผิวพรรณปราศจากริ้วรอยต่างๆ
“
ในแง่ของหมอที่ดูแลเรื่องผิวพรรณ สิ่งหนึ่งที่พบในการแก้ปัญหาผิวพรรณไม่ให้เสื่อมถอยก่อนวัยนั้น เราพบว่าเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ๆ ที่เคลมว่าให้ผลดีนั้น ปรากฏว่าผลที่ได้ถ้ามันขาดความร่วมมือจากสุขภาพภายในแล้ว ผลที่คาดว่าจะได้ 100 เต็ม จะเหลือเพียง 70 หรือ 60 หรือผลที่คาดว่าจะอยู่เป็นปีอาจเหลือเพียงแค่สองเดือน ก็ต้องกลับมาทำใหม่ ปัจจัยเหล่านี้เองทำให้หมอที่ดูแลเรื่องผิวพรรณหันมาใส่ใจในเรื่องแอนตี เอจจิง มากขึ้น”แอนตี เอจจิง คืออะไร คุณหมอสมบูรณ์อธิบายว่าคือศาสตร์ในการดูถึงปัจจัยที่ค้นหาว่า ความเสื่อมในร่างกายเกิดจากอะไรบ้าง และมีอะไรที่ทำให้เราแก้ไขความเสื่อมนั้นได้ ภาพรวมให้มองชีวิตคนเรา ปัจจุบันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี จะแบ่งครึ่งชีวิตอยู่ที่ 35
แรกเกิดจนถึง 35 ปี เป็นช่วงแห่งการเติบโต เพราะฉะนั้นร่างกายจะดูแข็งแรง การฟื้นฟูสภาพ ระบบการเผาผลาญของร่างกายจะดีมาก พ้น 35 เรียกว่าขาลงของสุขภาพ สุขภาพจะเริ่มถดถอย ความเสื่อมจะเข้ามา
จุดเปลี่ยนที่อายุ 35 ทำให้คนต้องเข้าใจ แอนตี เอจจิงมากขึ้น เพราะว่า 35 ปีแรกเราจะดูแลรักษาสุขภาพอย่างไร จะใช้ชีวิตยังไง เราจะขี้เกียจออกกำลังกาย เราจะกินเนื้อ เราจะกินมังสวิรัติ เราจะสูบบุหรี่หรือไม่ ไม่ต่างกัน เพราะว่าทุกอย่างมันอ่อนเยาว์ หลัง 35 ปุ๊บเราพบว่าพฤติกรรมดูแลสุขภาพกับไม่ดูแลสุขภาพเป็นตัวกำหนดความเสื่อมในแต่ละบุคคลมากขึ้น
ในทุกๆ ปีที่ผ่านไปองศาความแตกต่างระหว่างคนที่ดูเด็ก กับดูแก่เริ่มชัดขึ้น คนที่แก่เร็วเสื่อมเร็วจะเป็นคนที่นอนดึก ชอบปาร์ตี้ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เครียด สิ่งเหล่านี้เรารู้ เราพบว่าถ้าเราควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้เราก็ไม่จำเป็นต้องเสื่อมเร็วก็ได้ เราจัดอยู่ในกลุ่มที่ดูดี ดูแข็งแรงได้ เพียงแต่เข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เสื่อม
วิทยาการทางแพทย์ค้นพบปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสื่อมที่ทำให้แก่เร็วได้ 4 ปัจจัย คือ
1.ฮอร์โมนแปรปรวน
2.สารต้านอนุมูลอิสระจากอาหาร
3.การอักเสบที่เกิดจากสารพิษ และโรคภูมิแพ้
4.พันธุกรรม
ถ้าเราสามารถดูแลปัจจัยทั้งสี่เรื่องนี้ได้ดี ก็มั่นใจได้ว่าจะช่วยชะลอความแก่ไม่ให้มาเยือนกันเร็วจนเกินไป หรืออาจจะยืดเวลาออกไปได้นานเท่าที่จะทำได้ สำหรับวิธีจัดการกับปัจจัยทั้งสี่นี้ คุณหมอจะมาไขความลับในการจัดการกับปัจจัยทั้งสี่นี้ในตอนต่อไป







