posttoday
หกนิสัย เสี่ยงหย่าร้าง

หกนิสัย เสี่ยงหย่าร้าง

22 พฤศจิกายน 2558

หนูดีเพิ่งได้หนังสือเล่มใหม่มาเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือของนักวิจัยคนเดิมคนโปรดของหนูดี แต่เขามีประสบการณ์เพิ่มเติมในงานวิจัย

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ ภาพ : เอพี

หนูดีเพิ่งได้หนังสือเล่มใหม่มาเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือของนักวิจัยคนเดิมคนโปรดของหนูดี แต่เขามีประสบการณ์เพิ่มเติมในงานวิจัยมาอีกเป็นสิบปี เขาคือ ดร.จอห์น กอตแมน ผู้เขียนหนังสือขายดีกว่าหนึ่งล้านเล่มThe Seven Principles for Making Marriage Work ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนจากงานวิจัยกว่า30 ปี ในการเฝ้าศึกษาคู่สมรสจำนวนมาก

แถมงานวิจัยนี้มีส่วนที่น่ารักน่าเอ็นดูคือSeattle Love Lab ที่เป็นห้องแล็บไว้ศึกษาพฤติกรรมของคู่รัก คู่สมรส โดยสร้างเป็น “บ้านพักตากอากาศ” ไว้ริมทะเลสาบในเมืองซีแอตเติล สหรัฐ และให้คู่สมรสใหม่อาสาสมัครเข้ามาใช้เวลาสุดสัปดาห์ด้วยกัน โดยเจ้าห้องพักนี้จะเหมือนกับบ้านพักน่ารักๆ ทั่วไป คู่รักจะต้องทำตัวให้ธรรมชาติที่สุดเหมือนกับอยู่บ้านตัวเอง แต่สิ่งที่ต่างไปก็คือในห้องครัวจะมีกระจกทางเดียวให้กลุ่มนักวิจัยเฝ้าสังเกตการณ์ และที่ตัวคู่สมรสจะมีไมโครโฟนอัดเสียงพร้อมกับมีเซ็นเซอร์ในบ้านเพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

จากการเก็บข้อมูลยาวนานหลายสิบปีนี้ผลสรุปงานวิจัยเซตนี้ช่างน่าตื่นเต้น เพราะมันทำให้ ดร.กอตแมน สามารถทำนายโอกาสในการหย่าร้างภายใน 6 ปีได้อย่างแม่นยำถึง91% จากการฟังคู่สมรสพูดคุยถึงปัญหาในชีวิตคู่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียง 15 นาทีเท่านั้น

ตรงจุดนี้ ดร.กอตแมน บอกว่า มันไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องของการ “รู้ว่าจะมองหาอะไร” ในพฤติกรรมและการพูดจาของคู่สมรสจากพื้นฐานข้อมูลที่เก็บอย่างต่อเนื่องมานับสิบปีของคู่รักนับพันๆ คู่นั่นเองสิ่งที่เขาพบคือ มนุษย์สามี มนุษย์ภรรยามักมีพฤติกรรมหลักๆ 6 พฤติกรรมที่ทำให้พวกเขาตกเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการหย่าร้าง ลองมาดูกันไหมคะว่า ตัวเราเองนั้นเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า หนูดีจะมาสรุปงานวิจัยให้อ่านเล่นแบบง่ายๆ กันค่ะ

Harsh Start Up หรือการเริ่มต้นการพูดคุยด้วยความรุนแรง ตัวอย่างเช่น หากเราไม่พอใจคู่ของเราสักเรื่อง แทนที่เราจะใส่ฟิลเตอร์ให้อารมณ์ความรู้สึกของเรา เราก็จะพูดไปโพล่งๆ แบบแรงๆ เลย ใส่อารมณ์เชิงลบเต็มๆ ปรักปรำและไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัวใดๆ พูดง่ายๆ ตัดสินให้เขาเป็นคนผิดตั้งแต่ยังไม่ขึ้นศาลเลย

Four Horsemen - เรียกกันเล่นๆ ว่า ม้าสี่ตัวที่จะขับไล่คนออกจากชีวิตสมรส โดยเป็นสี่พฤติกรรมย่อยที่คนทำกันบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัวเวลาไม่พอใจแฟน

2.1 ตำหนิติเตียน ไม่ติเพื่อก่อแต่ติเพื่อระบายอารมณ์

2.2 การดูถูกอีกฝ่าย การไม่ให้เกียรติกันด้วยการพูดจาข่ม กด

2.3 การถกเถียงแบบตั้งใจเอาชนะให้ได้การไม่ยอมรับความผิดตัวเองเมื่ออีกฝ่ายชี้ให้เห็นถึงนิสัยที่ไม่ดีของเรา

2.4 การสร้างกำแพง ไม่โชว์ความรู้สึกหรือความต้องการที่แท้จริงของเรา

Flooding - เป็นคำที่หมายถึงสถานการณ์เมื่ออารมณ์แย่ๆ เสียใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งท่วมท้นล้นบ่า จนรับมือไม่ไหว อยากหนีไปไกลๆโดยการ Flooding นี้มักเกิดกับฝ่ายชายมากกว่าเพราะจากงานวิจัยนี้พบว่า ผู้ชายสามารถทนการทะเลาะได้ต่ำและมักเกิดอาการหัวใจเต้นแรง ความดันขึ้น อะดรีนาลินหลั่งสูงง่ายกว่าเพศหญิงจึงทำให้เพศชายมักทนๆ และพอทนไม่ไหวจะหายไปแบบกู่ไม่กลับจนผู้หญิงตกใจว่า เมื่อสักครู่ยังดูนิ่งๆ เงียบๆ ตอนนี้มาบอกเลิกกันซะงั้น จริงๆ คือสภาพภายในร่างกายเขาแย่ไปหมดจากระบบที่รวนนั่นเอง

Body Language - ต่อเนื่องมาจากข้อสามคือ ระบบร่างกายที่ล่มจากมลพิษของชีวิตคู่ ผลกระทบจะเกิดขึ้นภายในที่ตามองไม่เห็นสามระบบหลักๆ คือ หนึ่ง : ระบบการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ เต้นเร็วขึ้นมาก เช่นจากปกติ 76 ครั้ง (ชายแข็งแรง) อาจพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 100 ครั้งได้ในเวลาอันรวดเร็วสอง : ระบบความดัน พุ่งพรวดขึ้นทันทีเมื่อทะเลาะกัน สาม : อะดรีนาลินหลั่งเพื่อเตรียมสู้หรือหนี ซึ่งหากเกิดภาวะร่างกายเตรียมสู้สงครามอย่างนี้บ่อยๆ ในที่สุดก็จะอยากหนีไปให้พ้นๆ ด้วยการ “หย่า” นั่นเอง

Failed Repair Attempts - การพยายามซ่อมการทะเลาะด้วยวิธีที่ไม่ได้ผล เช่นทะเลาะๆ กันอยู่แล้วฝ่ายหนึ่งก็บอกไม่ไหวแล้วหยุดพูดกันก่อนได้ไหม แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่หยุดและต้องทะเลาะไปจนสุดทาง จนในที่สุดก็ได้เลิกกันจริงๆ ซึ่งในปัจจุบันมักแนะนำว่าให้ “หลับทั้งๆ ที่ยังโกรธกัน” และพอหลับไปร่างกายจะได้พัก ได้เยียวยา ตื่นมาอารมณ์ดีสมองสดใส คุยกันแล้วจบง่ายกว่าตอนที่อารมณ์ล่ม ดังนั้น เมื่อทะเลาะถึงพีกให้รีบแยกย้ายจะแสดงออกถึง “อัจฉริยภาพทางอารมณ์ของคู่สมรส” มากกว่าทะเลาะจนสุดทางในม้วนเดียวค่ะ

Bad Memories - หรือความทรงจำที่เสียไปเพราะปัจจุบันที่ไม่โอเค ...นักวิจัยบอกว่า สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดเมื่อความรักในชีวิตสมรสหมดไปก็คือ นอกจากปัจจุบันจะแย่ อนาคตจะดูไม่สดใสแล้ว มันยังย้อนกลับไปทำร้ายอดีตได้ นั่นคือ คู่สมรสจะลืมๆ อดีตที่ดีๆ ต่อกันไม่สนใจ เมื่อถามถึง “วันแต่งงาน” ทั้งสองก็มักจะจำได้แต่สิ่งแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น หรือจำรายละเอียดเดตแรกไม่ได้ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้น่าเสียดายและมันเป็นดัชนีที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ล่มสลายพร้อมสำหรับการหย่าร้างหรือหากไม่หย่าก็จะอยู่กันแบบแกนๆ ไม่รักไม่ใส่ใจ เติบโตกันไปคนละทาง

จริงๆ แล้วชีวิตคู่ที่ดีจะส่งผลให้เราทำงานด้วยกำลังใจที่ดี มีเป้าหมายร่วมกัน มีเงินเก็บมีอนาคตและปัจจุบันที่ดี ดังนั้น การให้ความใส่ใจกับคุณภาพชีวิตครอบครัวคือรากฐานที่สำคัญของทุกระบบของประเทศ โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจโดยที่่หลายคนอาจนึกไม่ถึงหากเรามีนิสัยที่ทำให้มีความเสี่ยง ลองสละเวลามาใส่ใจสิ่งนี้แล้วเราจะพบว่าผลดีตกที่ตัวเราเต็มๆ เพราะครอบครัวที่ดีส่งผลดีไปถึงทุกๆ ด้านของชีวิตจริงๆ ค่ะ ลองดูไหมคะว่าเรามีนิสัยไหนบ้างและเริ่มแก้ที่ตัวเราก่อนเลยเพราะทุกปัญหาเริ่มที่เราจะแก้ง่ายที่สุดเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท