
จำเลยลัก
ขณะผมกำลังซดเกาเหลาเลือดหมูร้อนๆ ลงคอ ชายคนหนึ่งเดินมาเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะเดียวกันกับผม
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
ขณะผมกำลังซดเกาเหลาเลือดหมูร้อนๆ ลงคอ ชายคนหนึ่งเดินมาเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะเดียวกันกับผม แล้วตะโกนสั่งเกาเหลาข้าวเปล่า
ผมรู้จักชายคนนี้มาเป็นสิบๆ ปี ส่วนใหญ่เรื่องที่เราสนทนากันมักเป็นเรื่องงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว ระหว่างเขารอเกาเหลา อยู่ๆ เราก็คุยกันถึงเรื่องอาหารในคุก ชายคนนี้เคยผ่านการใช้ชีวิตในคุกมาก่อน เขาเล่าถึงสภาพอาหารในแต่ละวันของการเป็นนักโทษในเรือนจำ
เขาซดเกาเหลาร้อนๆ พร้อมเคี้ยวหมูกรอบชิ้นใหญ่
เขาบอกผมว่าอยู่ในคุกอย่าหวังจะได้กินแบบนี้ โชคดีที่เขามีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงคอยแวะเวียนไปเยี่ยม ส่วนใหญ่จึงได้กินอาหารที่ญาตินำไปฝาก
เขาอยู่ในนั้นไม่นานนัก เขาบอกว่ามันไม่น่าอยู่แม้แต่น้อย ทุกคืนไม่เคยได้นอนหลับสบายหรือนอนเต็มอิ่ม แววตาเขาเศร้าเมื่อย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่ถูกจองจำพันธนาการอยู่ในคุกช่วงเวลาสั้นๆ และเหมือนจะยาวนานในความรู้สึก
เขาบอกว่าชีวิตในนั้นของเขาเหมือนคนที่ตายไปแล้ว...
@@@@@
เสียงโซ่ตรวนดังมาแต่ไกล ชายฉกรรจ์คนหนึ่งถูกพันธนาการไว้ เขาถูกพาตัวมาห้องพิจารณาคดีโดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์คุมตัวอยู่ไม่ห่าง
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ส่ายหัวบอกให้ผมรู้ตัวว่า ผมไม่สามารถพูดคุยกับเขาได้ มีเพียงชายผู้เป็นจำเลยส่งยิ้มมาให้ผมและทีมงาน เสมือนว่าเป็นญาติเพียงคนเดียวของเขาที่มีอยู่บนโลกใบนี้
ผมเชื่อว่าเขาไม่มีญาติ แม้กระทั่งถ้าเขามีญาติพี่น้องอยู่จริง ผมก็เชื่อว่าญาติของเขาก็ไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นญาติร่วมสายเลือดเดียวกันกับเขาเป็นแน่แท้
นั่นเพราะสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป เป็นความผิดที่คนทั่วไปในสังคมต่างสาปแช่ง และอยากให้เขาตายตกไปตามกัน
พิสูจน์ได้จากวันที่ตำรวจพาเขาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ปรากฏว่ามีฝูงชนจำนวนมากไปดักรอเขา จนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพต้องยกเลิกลงไปกลางคัน เนื่องจากอาจจะเกิดเหตุไม่ปลอดภัยกับเขาขึ้นมาได้ ด้วยความโกรธแค้นของประชาชนที่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาทำลงไป
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 ชายฉกรรจ์แห่งเสียงโซ่ตรวนที่ห้องพิจารณาคดีในศาลถูกจับกุมตัวครั้งแรกที่ จ.ขอนแก่น ในข้อหากระทำอนาจารเด็กในหมู่บ้าน
เขาชดใช้กรรมอยู่ในเรือนจำประมาณ 4 ปีเศษๆ กระทั่งปี 2555 เขาออกจากเรือนจำกลับมาหมู่บ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่กับภรรยา แต่ปรากฏว่าชาวบ้านขับไล่เขาออกจากหมู่บ้าน ไม่อยากให้คนที่กระทำทางเพศเด็กอยู่ในชุมชนอีกต่อไป
เขาออกจากหมู่บ้านนั้น ใช้ชีวิตเร่ร่อน กระทั่งไปทำงานรับจ้างที่ จ.เลย
และการพ้นโทษของเขาจากเรือนจำ นำไปสู่การหายตัวไปของเด็กอีก 3 คน ในปี 2556
@@@@@
ปี 2556 เขาลักพาตัวเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ในเดือน ก.พ. ลักพาตัวเด็กชายวัย 7 ขวบ ในเดือน พ.ย. และลักพาตัวเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ในเดือน ธ.ค. เด็กทุกคนถูกเขากระทำทางเพศและฆาตกรรมเพื่อปิดปาก
เขาน่าจะเรียนรู้จากการก่อเหตุของเขาเมื่อปี 2551 ครั้งนั้นเขาก่อเหตุกับเด็กในหมู่บ้าน แล้วปล่อยเด็กไป เด็กจึงไปฟ้องพ่อแม่ เขาจึงถูกจับกุมดำเนินคดี
ครั้งนี้เขาจึงฆ่าเด็กเพื่อปิดปากทุกคน
เหมือนว่าวิธีคิดของเขาจะทำให้เขายิ่งกระหยิ่มในใจ เพราะหลังจากฆาตกรรมเด็กคนแรก เขายังก่อเหตุซ้ำและลอยนวลไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นผู้ก่อเหตุ
โดยเฉพาะเด็กรายที่ 2 ซึ่งเขาก่อเหตุไม่ไกลจากบ้านพักของเขาเอง ปรากฏว่าตอนที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยระดมกันออกติดตามหาเด็ก เขายังทำทีมาดูการค้นหาเสมือนประชาชนทั่วไป
ความมั่นใจนี้ของเขา ทำให้เกิดการฆาตกรรมเด็กรายที่ 3 ในเดือน ธ.ค. 2556
การก่อเหตุครั้งสุดท้ายของเขานี้เอง นำมาซึ่งการจับกุมตัวเขาได้ ภายหลังจากปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด ว่าเขากำลังจูงมือเด็กผู้โชคร้ายเข้าไปในป่าละเมาะ ใกล้เคียงกับจุดที่เด็กหายตัวไป
@@@@@
ผมเจอเขาครั้งแรกในเรือนจำ เป็นการมาพบเขาเพื่อสอบถามถึงการก่อเหตุทั้งหมด เขาเล่าด้วยความสุภาพ ผิดกับพฤติกรรมที่เหี้ยมโหดของเขาโดยสิ้นเชิง
เขาบอกว่าเขามีความต้องการทางเพศ และตัวเขารักเด็ก เขาจึง “ลักพาตัวเด็ก”
ต่อมาผมเจอเขาในห้องพิจารณาคดีที่ศาลอีกหลายครั้ง เพราะเขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมเด็ก 3 คดี
เขามักจะส่งยิ้มและโบกมือให้ผม เสมือนว่าผมคล้ายเป็นคนรู้จักในโลกนอกรั้วเรือนจำเพียงคนเดียวของเขา
ในสองคดีแรกเขารับสารภาพ ส่วนคดีสุดท้าย เขากลับคำให้การในชั้นศาล
ตอนหนึ่งเขาเคยให้การต่อศาลว่า
“ผมเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ ใช้ชีวิตเร่ร่อนตั้งแต่เด็ก”
ท้ายสุด เขาได้รับโทษ จำคุกตลอดชีวิตทั้ง 3 คดี มีเสียงสะท้อนจำนวนมากจากสังคม เพราะอยากให้เขาถูกประหารชีวิต ตายตกไปตามกันกับเด็กทั้ง 3 คน
ผมเห็นเขาเดินคอตกออกจากห้องพิจารณาคดี ผมไม่แน่ใจนักว่าเขาสำนึกผิด หรือรู้สึกอย่างไรกับผลการตัดสินครั้งนี้
@@@@@
ชายที่นั่งต่อหน้าผมที่ร้านเกาเหลาเลือดหมู บอกผมว่านักโทษบางคนอาจอยากถูกประหารชีวิต หรือตายให้พ้นจากสภาพที่ถูกจองจำในคุก
บางทีการอยู่ในคุกของนักโทษลักพาตัวเด็กเพื่อฆาตกรรมรายนี้ ด้วยเวลาอันยาวนานสำหรับโทษของทั้ง 3 คดีรวมกัน อาจเป็นเวลาที่เขาได้ชดใช้กรรมที่เขาก่อขึ้น
การมีลมหายใจของ “จำเลยลัก” อาจเป็นเวลาที่เขาเจ็บปวดมากกว่าการไม่มีลมหายใจอยู่ก็เป็นได้







