posttoday
หัดออม หัดพัฒนาตัวเอง

หัดออม หัดพัฒนาตัวเอง

21 พฤศจิกายน 2558

ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เงินหายาก แต่มีสิ่งยั่วยุให้ใช้จ่ายเต็มไปหมด การบริหารเงินเพื่อให้การใช้จ่ายและการออมเพื่ออนาคต

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เงินหายาก แต่มีสิ่งยั่วยุให้ใช้จ่ายเต็มไปหมด การบริหารเงินเพื่อให้การใช้จ่ายและการออมเพื่ออนาคตเกิดความสมดุลเป็นเรื่องยาก พอๆ กับการพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีสติปัญญาใช้ชีวิตในสังคมที่ซับซ้อนในปัจจุบันได้อย่างมีความสุข

ต้องรู้จักออม

“การออมเงิน” ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ทำยากเชียวล่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนโสด ไม่ว่าจะเป็นตอนขอเงินคุณพ่อคุณแม่ใช้ หรือแม้จะหาเงินได้เองแล้วนั้น ก็ยังไม่มีเงินเก็บสักที มีเท่าไรก็ใช้หมด พอรู้ตัวอีกทีก็อายุ 25 อีก 5 ปีก็ 30 แล้ว คราวนี้ก็ไม่มีเงินลงทุนทำอะไรได้สักอย่าง เสียดายเวลาที่ผ่านมา ดังนั้นก่อนที่จะเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น และมานั่งโทษตัวเองทีหลังว่า อายุปูนนี้แล้วยังไม่มีเงินเก็บเลยละก็ ต้องติดตาม 9 วิธีออมเงินง่ายๆ ที่วัยรุ่นควรทำก่อนอายุ 25 ปีกันค่ะ รับรองว่าทำแล้วได้ผลแน่นอน

1. แบ่งเงินใส่ถุง

เริ่มจากคำนวณว่าในแต่ละวันเราจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไรไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทางไป-กลับ ค่าอาหาร 3 มื้อ ส่วนค่าขนม หรือค่าช็อปปิ้งต่างๆ เบาลงได้ก็ดีนะคะ และอาจจะเผื่อเงินเกินกันไว้ได้นิดหน่อย สมมติว่าเราใช้เงินไม่เกิน 300 บาทแน่ๆ ต่อวัน ก็นำเงิน 300 มาใส่ถุงไว้ตามจำนวนวันใน 1 เดือน และหยิบไปใช้แต่ละวันเท่านั้น ห้ามเกินกว่านี้

2. เก็บเหรียญ แต่ละวันเหลือเหรียญเท่าไหร่หยอดออมสินให้หมด

วิธีการต่อมาหากวันไหนที่เรามีเงินเหลือจาก 300 บาท ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ หรือเหรียญก็ตาม นำมาหยอดกระปุกให้หมด ไม่ต้องนำไปใช้เพิ่มในอีกวันนะคะ ยิ่งเราใช้น้อยเท่าไรเราก็ยิ่งมีเก็บเยอะ เก็บไว้
หลายๆ ทางก็ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ

3. แบงก์ 50 ห้ามใช้

วิธีนี้เห็นรีวิวบ่อยมาก และดูจะได้ผลลัพธ์ที่น่าชื่นใจมากๆ นั่นก็คือ เมื่อโชคชะตาส่งแบงก์ 50 มาให้เรา คุณต้องเก็บทันทีห้ามใช้เด็ดขาดหลายคนอาจจะไม่ชินในช่วงแรกๆ พกเงินมา 100 ซื้อของปุ๊บแม่ค้าทอนแบงก์ 50 มาปั๊บ OMG! นี่ฉันใช้เงินได้เพียงไม่กี่บาทเองเหรอเนี่ยหลายคนถึงกับต้องภาวนาในใจ อย่าทอนแบงก์ 50 มานะ กันเลยทีเดียวลองเก็บดูสักเดือนถึงสองเดือนแล้วมานับ จะเก็บได้หลายพันอย่างไม่น่าเชื่อเลยแหละ

4. เก็บเข้ากระปุกเท่ากับข้าวกลางวันทุกมื้อ

ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ ลองมาดูวิธีต่อมา คือการหยอดกระปุกมื้ออาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น ซื้อทานไปเท่าไรหยอดเงินตามจำนวนเท่านั้น เอาละสิทีนี้ถ้าวันไหนคุณเลือกที่จะกินแพงละก็ สิ้นเดือนนั้นคงได้กินมาม่าเป็นแน่

5. ตั้งงบกินแค่ 100 เกินกว่านี้ต้องหยอดกระปุกตามที่เกิน

หรือถ้าคุณคิดว่าวิธีก่อนหน้านี้โหดไป ตั้งงบใหม่ กำหนดใช้เงินเพียงวันละ 100 บาท ทานข้าวสองมื้อ คือ เช้ากับกลางวัน ประหยัดแถมไม่อ้วนด้วย เพราะลดอาหารมื้อเย็น หรือถ้าใช้เกินไป 150 บาท ก็ต้องมาหยอดกระปุกจำนวนที่เกินจำนวน 50 บาท ลงไปแทน ดังนั้นถ้าไม่อยากจะต้องมาหยอดกระปุกละก็ พยายามอย่าทานเกินงบ 100 บาทนะคะ

6. แยกกระปุก

คราวนี้เราลองมาหาแรงจูงใจให้กับชีวิตเสียหน่อย สำหรับใครที่ชอบท่องเที่ยว แนะนำให้ทำแบบนี้เลย คือนำกระปุกมาเขียนชื่อสถานที่ที่อยากไป หรือกิจกรรมที่ต้องมีค่าใช้จ่าย แล้วก็ค่อยๆ หยอดวันละนิดๆ พอถึงเวลาที่จะไปเที่ยวหรือต้องใช้เงิน ก็นำเอาเงินที่หยอดไว้มานั่งนับดู จะเห็นว่าเซฟเงินไปเยอะเลย

7. เก็บแบงก์ใหม่-ไม่ใช้

เจอแบงก์ใหม่แบบไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน! จัดการเก็บไว้เลย แต่ถ้าแบงก์ใหญ่ๆ อย่าง 500 หรือ1,000 เก็บไม่ได้จริงๆ ต้องใช้ ก็เริ่มจากแบงก์เล็กๆอย่างแบงก์ 20 หรือ 100 ก่อนก็ได้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการออมเงิน

8. หักเศษเงินเดือน

สมมติได้เงินเดือน 15,560 บาท ลองหัก 560 บาท ออกมาเก็บไว้ เพราะเป็นเงินจำนวนไม่มากไม่น้อยจนเกินไปสำหรับการเก็บ

9. ออมวันละนิด จิตแจ่มใส

วิธีสุดท้าย หากคุณยังตัดใจเก็บเงินไม่ได้ละก็ หากระปุกหมูน่ารัก ที่ไม่มีช่องสำหรับนำเงินออกมานอกเสียจากคุณต้องทุบกระปุกเท่านั้น และทำการหยอดเงินทุกวัน ขั้นต่ำ 10 บาท แต่ขอย้ำว่าทุกวันนะคะ ทำไปเพลินๆ ไม่ต้องสนใจนับว่าเรามีเท่าไร จนเมื่อกระปุกหนักหรือเต็มแล้ว จึงตัดใจทุบกระปุกได้ค่ะ

ที่มา : teen.mthai.com

เชาวน์ปัญญาที่ติดตัวเรามาแต่เกิด หรือ Fluid Intelligence เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ Andrea Kuszewski ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองได้แนะนำไว้ 5 วิธี ดังนี้

1.หาอะไรใหม่ทำ

ไม่จำเป็นต้องใหม่ชนิดหลุดโลก ขอเพียงให้แตกต่างจากสิ่งที่เราทำอยู่เสมอๆ ของแถมคือเมื่อสมองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สารโดพามีนจะหลั่งทำให้เรารู้สึกดีๆ และเปี่ยมไปด้วยแรงจูงใจ

จะเรียนดนตรี ศิลปะ ไปพิพิธภัณฑ์ อ่านหนังสือแนวใหม่ๆ หัดทำอาหารเมนูใหม่ๆ ก็ได้ หรือเพียงเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสก็ดีต่อสมองแล้ว

2.ท้าทายตัวเอง

สมองเหมือนกับกล้ามเนื้อตรงที่มันจะแข็งแรงขึ้นตามความเข้มข้นของการใช้งาน แถมเมื่อเราฝึกทักษะบางอย่างจนชำนาญแล้วสมองจะเข้าสู่โหมด “ขี้เกียจ” ซึ่งทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง

ไอน์สไตน์ กล่าวว่า “คนเราไม่ควรทำอะไรที่ตัวเองทำสำเร็จได้ง่ายๆ แต่ควรฝึกให้มีนิสัยชอบทำสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดจึงจะสามารถเอื้อมไปแตะขอบความสำเร็จได้เท่านั้น”

3.หมั่นคิดและเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

ศ.ดร.ทีน่า ซีลิค นักประสาทวิทยา กล่าวไว้ในหนังสือ “น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่อายุ 20” ว่า สมองคนถูกออกแบบให้คิดอย่างสร้างสรรค์อยู่แล้วโดยธรรมชาติ เช่น การพับมุมหน้าหนังสือเมื่อไม่มีที่คั่นหนังสือ หรือการเอารองเท้าข้างหนึ่งไปแง้มประตูให้เปิดค้างไว้ การเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ลงไปในกิจกรรมประจำวันอยู่เสมอจะดีต่อสมอง

4.ทำอะไรด้วยวิธียากๆ

หมายถึงการ “ออกกำลังสมอง” โดยตรง เช่น การคำนวณโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข การเดินหาสถานที่โดยไม่ใช้ GPS การทำอาหารยากๆ เองแบบไม่ต้องใช้ตัวช่วยประเภทเครื่องปรุงสำเร็จรูป (เช่น เครื่องแกงสำเร็จรูป หรือผงผสมเค้กสำเร็จรูป) การพยายามแปลประโยคภาษาต่างประเทศด้วยตัวเองโดยไม่ใช้โปรแกรมแปล ฯลฯ

ถ้าการนั่งรถตลอดโดยไม่ยอมเดินเลยนั้นทำให้กล้ามเนื้อเราอ่อนแอลงฉันใด การไม่ยอมใช้สมองทำอะไรด้วยตัวเองเลยนั้นก็ทำให้สมองอ่อนแอลงฉันนั้น ดังนั้นการให้สมองทำอะไรแบบยากๆ บ้างจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก

5.สร้างความสัมพันธ์กับคนหลายๆ เครือข่าย

ข้อนี้จะช่วยให้เรามีโอกาสทำข้อ 1-4 ข้างบนได้ง่ายขึ้น เช่น การได้พบเพื่อนใหม่ๆ ในสถานที่ใหม่ๆ ท้าทายตัวเองด้วยการกล้าก้าวออกไปจากเครือข่ายเดิมๆ  ต้องหัดใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผูกมิตร และอาจต้องหัดทำอะไรยากๆ ที่ไม่เคยทำด้วย

Andrea Kuszewski สรุปว่า ความฉลาดที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการคิดเลขเร็วขึ้นหรือจำคำศัพท์ได้มากขึ้น แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นประเด็นสำคัญของปัญหา หาทางออกได้ และนำความรู้ที่ได้ใหม่ไปใช้ประโยชน์ได้จริง คือ ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นนั่นเอง

ที่มา :

1. Andrea Kuszewski ,“You can increase yourintelligence: 5 ways to maximize your cognitive potential,”ScientificAmerican.com,March 7, 2001

2. หนังสือ “น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่อายุ 20”โดย ศ.ดร.ทีน่า ซีลิคแปล, สรุปและเรียบเรียงโดย : ดร.ณัชร สยามวาลา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท