
เป้าหมายที่เหนือเส้นชัย
ปี 2557 คนไทยมี “กิจกรรมทางกาย” ศัพท์ใหม่ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใช้แทนคำว่า “ออกกำลังกาย”
โดย...กองบรรณาธิการ
ปี 2557 คนไทยมี “กิจกรรมทางกาย” ศัพท์ใหม่ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใช้แทนคำว่า “ออกกำลังกาย” ที่เกิดจากการทำงาน การเดินทาง และสันทนาการถึง 71.6%
เกษม นครเขตต์ ประธานกรรมการศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ สสส. กล่าวว่า กิจกรรมทางกายเกิดขึ้นภายใต้กรอบขององค์การอนามัยโลก คือ การเคลื่อนไหวอย่างไรก็ได้ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงโรคจากพฤติกรรมทั้งโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคอ้วนลงพุงที่จะประหยัดเงินเพื่อป้องกันโรคเหล่านี้อย่างมหาศาล เพราะข้อมูลระบุว่าโรคดังกล่าวสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 2 แสนล้านบาท/ปี
การออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมของคนไทยยุคนี้คือ กิจกรรมการวิ่งและปั่นจักรยานที่ระดับตั้งแต่ผู้นำสูงสุดของประเทศจนถึงประชาชนทั่วไป
กิจกรรมปั่นจักรยานที่เป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุดที่มีประชาชนร่วมปั่นทั่วประเทศคือ BIKE FOR MOM หรือปั่นเพื่อแม่เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา และที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 ธ.ค.นี้ คือ BIKE FOR DAD หรือปั่นเพื่อพ่อ
หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ ไอดอลด้านปั่นจักรยานวัย 25 ปี ที่มีแฟนเพจติดตามกิจกรรมการปั่นของเธอมากถึงกว่า 6 หมื่นคน ทั้งที่เพจ www.Facbook.com/varnvarnsweety และ IG : sweetvarnvarn ของเธอเพิ่งเปิดมาได้เพียง 2 ปี เธอชอบปั่นจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย 5 วัน/สัปดาห์ และส่วนใหญ่จะปั่นช่วงตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป
“การปั่นจักรยานต้องมีการวอร์ม มีการฝึกซ้อม ฝึกความอดทนระยะยาว ฝึกเร่งความเร็วเพิ่มศักยภาพในการปั่น อยู่ภายใต้การดูแลของโค้ช ต้องรับประทานอาหารที่เน้นโปรตีน ไม่ทานอาหารที่แพ้ ก่อนแข่งต้องทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หลังแข่งต้องเน้นโปรตีน บำรุงวิตามิน สารที่มีแอนติออกซิแดนต์สูง หรือสารที่ขจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย เจล และเกลือแร่”
สำหรับจักรยานที่เหมาะสมกับนักปั่นคือ เสือหมอบ เพราะเร็วกว่า เกาะถนนมากกว่า โดยขนาดจักรยานต้องเหมาะสมกับร่างกายของนักปั่นด้วย
ขณะนี้หวานหวานกำลังฟอร์มทีมนักปั่นจักรยานฝึกซ้อม เพื่อตระเวนแข่งขันอย่างจริงจังในปีหน้า
ด้านกิจกรรมวิ่ง ถ้าขึ้นชื่อและเป็นกิจกรรมที่ใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นทุกปี ณ ขณะนี้คือ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอน ที่จัดครั้งล่าสุดวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 28 มีผู้ร่วมวิ่งมากถึง 5 หมื่นคน จาก 60 ประเทศ โดยการสนับสนุนของผู้สนับสนุนหลักคือ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเทศไทย เป็นปีที่ 10
ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายบริหารภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์และการตลาด ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า เป็นนโยบายของธนาคารแม่ที่ส่งเสริมให้สนับสนุนกิจกรรมการวิ่ง โดยบางประเทศจัดวิ่งด้วยธนาคารเองบางประเทศสนับสนุนกิจกรรมเพื่อเป้าหมายที่เหนือกว่าเส้นชัย
“ทุกคนล้วนมีเหตุผลในการวิ่ง ทั้งเพื่อสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจ มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนฝูง วิ่งเพื่อสังคม และวิ่งเพื่อชัยชนะ”
เริ่มแรกธนาคารจัดวิ่งเองเป็น Fun Run วิ่งระยะทางสั้นๆ บริเวณสวนลุมพินีเพื่อส่งเสริมทัศนคติในการวิ่งเพื่อชนะตัวเอง ทั้งระยะทาง 4.5 กม. และ 10 กม. เป็นวัฒนธรรมองค์กร จากนั้นจึงเริ่มให้การสนับสนุนกรุงเทพมาราธอนเมื่อ 10 ปีก่อน ที่นับว่ากรุงเทพมาราธอนเป็นการวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุด เมื่อ 18 ปีก่อนยุคที่เพิ่งเปิดสะพานพระราม 9
การสนับสนุนกิจกรรมวิ่งครั้งล่าสุด ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้เปิดให้ผู้พิการทางสายตาเข้าร่วมวิ่งด้วย โดยมีกิจกรรมรับอาสาสมัครดูแลความปลอดภัย โดยรับผู้พิการทางสายตา 50 คน และอาสาสมัครดูแล 50 คน แต่ปรากฏว่ามีผู้สมัครเกินจำนวนจึงขยายเป็น 60 คู่ หรือ 120 คน
สำหรับปีนี้ที่มีปัญหาเรื่องระยะกลับตัวฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ทางธนาคารในฐานะผู้สนับสนุนได้นำเสนอปัญหาไปยังนายกสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้จัดงานแล้ว และเชื่อว่าจะร่วมสนับสนุนต่อไปตามนโยบายของธนาคาร
ตลาดอุปกรณ์กีฬาโต
กระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรงสุดๆ ทั้งการวิ่ง การปั่น ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮอต รวมทั้งการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ทำให้ตลาดอุปกรณ์กีฬาเติบโตได้สวนกระแสแม้ในยามที่เศรษฐกิจบ้านเรายังอยู่ในภาวะชะลอตัว
บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต ผู้บริหารร้านขายอุปกรณ์กีฬา “ซูเปอร์สปอร์ต” ระบุว่า ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา สินค้าอุปกรณ์กีฬาเติบโตเฉลี่ยที่ 9% ถือว่าเป็นการเติบโตที่ไม่เลวเลย ถ้าเทียบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาต่อเนื่อง ส่วนสินค้าอุปรณ์กีฬาที่มียอดขายดีมากๆ ได้แก่ กลุ่มรองเท้ากีฬา และรองเท้าแฟชั่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้นมาก รองลงมาคือ เสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ และฟุตบอล
ทั้งนี้ ตลาดอุปกรณ์กีฬามีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราวๆ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้มีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่า 10% และถือว่าเป็นตัวเลขที่เติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี เมื่อผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น และมียอดจากการซื้ออุปกรณ์กีฬาสูงขึ้นด้วย ทำให้ร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา รวมไปถึงสินค้าอุปกรณ์กีฬาจากต่างประเทศเข้ามาร่วมบูมตลาดให้ยิ่งมีความ คึกคักยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไนกี้ อาดิดาส รีบอค อันเดอร์ อาร์เมอร์ เป็นต้น
นอกจากอุปกรณ์กีฬาจะเติบโตดีแล้ว อุปกรณ์ไอที Wearable ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สำหรับการออกกำลังกายต่างได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเช่นกัน และทำให้มีบริษัทผู้ผลิต Wearable สำหรับผู้ที่รักสุขภาพเริ่มมีมากขึ้น พร้อมกับลูกเล่นการใช้งานต่างๆ มากมาย แม้กระทั่ง Wearable รายใหญ่สัญชาติอเมริกันอย่าง ฟิตบิทก็เข้ามาลุยตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ
ผู้บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของฟิตบิท มองว่าผู้ใช้งานอุปกรณ์ Wearable ในไทยจะมีไลฟ์สไตล์ในด้านสุขภาพเป็นหลัก และเชื่อว่าในอีก 3 ปี ตลาด Wearable ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตกว่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.32 แสนล้านบาท เลยทีเดียว โดยแบรนด์ฟิตบิทมีส่วนแบ่งตลาด Wearable ในอเมริกากว่า 85% ส่วนในไทยเชื่อว่าเทรนด์คนรักสุขภาพ และการเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนจะเป็นโอกาสของฟิตบิทในการบุกตลาดอย่างจริงจัง
เทรนด์การออกกำลังกายอีกประเภทที่ฮอตเอามากๆ คือ การปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายและท่องเที่ยว ทำให้ตลาดจักรยานมูลค่า 5,000 ล้านบาท บูมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะกิจกรรมปั่นเพื่อแม่และปั่นเพื่อพ่อ ได้สร้างกระแสให้คนหันมาสนใจปั่นจักรยานเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ผู้บริหารบริษัท แอลเอ ไบซิเคิ้ล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจักรยานแอลเอ มองว่า ตลาดจักรยานยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เมื่อการปั่นจักรยานกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนไทยในการออกกำลังกาย ทำให้มีความต้องการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น จึงมีการแตกเซ็กเมนต์จักรยานให้ลงลึกยิ่งขึ้น ตามประเภทของการใช้งาน ได้แก่ จักรยานเพื่อความเร็ว เพื่อการผจญภัย เพื่อความสนุกและมีสไตล์ นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมการใช้ของคนไทยเริ่มยกระดับหันมาซื้อจักรยานระดับบน ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไปมากขึ้น
ตลาดจักรยานระดับบนกลายเป็นขุมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศหันมาเจาะตลาดดังกล่าวยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์จากไต้หวัน อิตาลี ก็เข้ามาทำตลาด ส่งผลให้ตลาดที่มีสัดส่วน 2% เพิ่มเป็น 5% จากอัตราเติบโต 200% ส่วนจักรยานระดับล่างราคา 2,000-7,000 บาท ยังคงเป็นตลาดใหญ่มีสัดส่วนถึง 50-60% ปกติจะเติบโตสูงถึง 50-60% แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งกระทบกับคนระดับล่างทำให้ปีนี้ตลาดเติบโตเพียง 30% ส่วนตลาดจักรยานระดับกลาง 5,000-3 หมื่นบาท มีสัดส่วน 40% เติบโตเฉลี่ย 40-50% จากมูลค่าตลาดรวม 5,500 ล้านบาท
เทรนด์ออกกำลังกายยิ่งแรงมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องยิ่งขายดีมากขึ้น







