
อภิรัฐ คงชนะกุล คนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงโลก
ค่ายของคนฝันอยากจะเปลี่ยนแปลงโลก One Young World เริ่มขึ้นแล้ว
โดย...ปอย ภาพ : เสกสรร โรจนเมธากุล
ค่ายของคนฝันอยากจะเปลี่ยนแปลงโลก One Young World เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการจัดประชุมระหว่างวันที่ 18-21 พ.ย.และปีนี้กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
นอกจากเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพแล้ว ยังเป็นครั้งแรกของการจัดประชุมในเอเชียอีกด้วย กับการรวมตัวของเยาวชนครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีผู้นำรุ่นใหม่ร่วมโครงการนี้มาแล้วกว่า 1,200 คน จาก 196 ประเทศทั่วโลก
งานนี้เป็นการรวมตัวของผู้นำรุ่นใหม่เพื่อสังคม อายุ 18-30 ปี มีความเป็นผู้นำ มีไฟ มีใจรัก และมีความมุ่งมั่น ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมและประเทศไปในทางที่ดีขึ้น เขียนใบสมัครเสนอโครงการเข้ามาเพื่อให้คณะกรรมการจากทั่วโลกคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมประชุม สำหรับ 1 ในตัวแทนประเทศไทย อภิรัฐ คงชนะกุล หนุ่มวัยทำงาน 29 ปี กับหน้าที่ Executive Manager ฝ่ายวางแผนองค์กร ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็ได้ร่วมสมัครเข้าร่วมค่ายนี้ด้วย โดยเขานำเสนอโครงการ Sustainability ของทรู ซึ่งจัดเป็นองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับชาติที่ให้ความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม
การจัดประชุม One Young World นับเป็นเวทีของกลุ่มผู้นำคนรุ่นใหม่ จะมาร่วมพูดคุยหารือกันในประเด็นปัญหาต่างๆ ของโลกที่กำลังเผชิญอยู่และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และในเรื่องของสิ่งแวดล้อมคือเรื่องสำคัญที่คนรุ่นใหม่ไม่คิดละเลยอภิรัฐ บอกว่า นี่คือความมุ่งมั่นในการทำงานให้แก่โลกสีน้ำเงินใบนี้ โดยเริ่มต้นโมเดลในองค์กรที่เขาทำงาน
จากหนุ่มการเงินสู่งานรักษ์โลก
อภิรัฐ บอกว่า งานที่เคยทำมาจัดว่าคนละขั้วกับวันนี้เลยก็ว่าได้ ก่อนเลือกกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร ในช่วงศึกษาปริญญาโทด้วยทุนฟุลไบรท์ (Fulbright) สาขา Economic Policy Management มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระหว่างเรียนก็มีโอกาสได้ฝึกงาน Hedge Fund ในนิวยอร์ก และไปทำโครงการวิจัยให้กับ World Bank ในวอชิงตัน ดี.ซี. จากนั้นก็เพิ่มประสบกาณ์การเป็นนักวิเคราะห์หุ้นอาเซียนให้กองทุน Hedge Fund ในฮ่องกง
“ผมเคยอยู่แต่กับตัวเลข กับการวิเคราะห์หุ้น-ข่าวเศรษฐกิจ ทำงานเป็นที่ปรึกษากลยุทธ์ และด้านไอทีให้กับองค์กรอีกหลายๆ แห่ง และเมื่อแต่งงานภรรยาก็ชวนกลับเมืองไทยถาวร ผมก็มีมุมมองว่า คนไทยยังต้องรวย ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ และเป็นไปได้ด้วยครับ ผมโชคดีที่ได้เริ่มงานกับทรู และมีนโยบายระดับสากลเกี่ยวกับการแก้ไขสิ่งแวดล้อม ผมคงไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมืองไทย มีเงินเดือนระดับ 6 หลัก แต่สภาพแวดล้อมในกรุงเทพฯ แย่ ทรูนำเสนอการแก้ไขปัญหาเริ่มต้นด้วยการใช้พลังงานให้น้อยที่สุด
เป้าหมายหลัก งานของผมสิ่งแรก คือ เน้นเรื่อง Efficacy เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร เรื่องนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ ทรูมีนโยบายผลักดันอย่างต่อเนื่องกับการใช้นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิผล คือ มีการนำมาใช้ใหม่ (Renewable) มีการใช้ซ้ำ (Reusable) และการนำกลับมาผลิตใหม่ (Recyclable)
ผมทำงานในเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ เพื่อหาวิธีที่จะลดการใช้พลังงาน ลดขยะให้มากที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น ทำอย่างไรที่จะทำให้ค่าไฟฟ้าลดลง หรือตึกออฟฟิศใช้ไฟน้อยลง ใช่ ทรูมีเสาโทรศัพท์ที่ทุกเสาใช้ไฟฟ้าทั้งหมด แล้วตัวเสาเหล่านี้ถ้าจะทำให้เย็นลงก็จะต้องใช้แอร์คอนดิชั่นภายในตัวเสา ก็จะต้องคิดวิธีการระบายความร้อน Cooling System ด้วยเทคโนโลยีใหม่โดยไม่ต้องใช้ไฟ หรือใช้ให้น้อยที่สุด ยกตัวอย่างอีกเรื่องนะครับ คือ โลจิสติกส์ เช่น บิลเก็บค่าโทรศัพท์ที่ส่งไปตามบ้าน ก็จะคิดวิธีทำให้กระดาษบางที่สุด วันนี้ผู้บริโภคยังพอใจกระดาษหนาๆ อยู่นะครับ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) แต่ทรูก็พยายามผลักดันเรื่องนี้ให้ต่อเนื่อง และถ้าในอนาคตก็อาจเป็น Paperless ก็เป็นไปได้นะครับ
นวัตกรรมสร้างโลกใบใหม่ได้นะครับ ต่อไปโทรศัพท์มือถืออาจไม่มีซิม ถ้าเป็นไปได้เราจะลดขยะจากซิมได้เยอะมาก
องค์กรระดับใหญ่ ถ้าใช้พลังงาน ใช้กระดาษน้อยลง ขยะก็ลดลง สิ่งแวดล้อมก็ดีขึ้นได้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่เราคิดก็ต้องอยู่บนพื้นฐาน Win-Win คือได้ทั้งสองฝ่าย ผู้บริโภคได้รับบริการในมาตรฐานที่ดี และองค์กรได้เซฟต้นทุนการผลิต
วันนี้สินค้าที่เราบริโภคล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นได้ทั้งสิ้น เช่น เช้าตื่นขึ้นมากินกาแฟ แก้วก็ต้องรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ด้วย หรือทำอย่างไรที่นําแก้วใบเดิมกลับมาใช้ใหม่ Reuse ให้ได้มากขึ้น แต่การที่จะไปพูดกับผู้บริโภคเพียงไม่กี่คนหรือไม่กี่กลุ่ม การเปลี่ยนแปลงจะเกิดได้ช้ามากนะครับ แต่สิ่งที่ผมต้องการนำเสนอในเวทีประชุม One Young World คือการเป็นตัวแทนบริษัทยักษ์ใหญ่ในฐานะผู้ผลิตสินค้าบริการ โดยนำเสนอโมเดล Sustainability ที่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้หลายพันล้านคน การประชุมครั้งนี้มีองค์กรธุรกิจข้ามชาติเข้าร่วมกว่า 2,000 องค์กร ถ้ามีการผลักดันจากภาคเอกชน โดยทุกๆ องค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผมเชื่อว่าโลกใบนี้จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ ทุกภาคส่วนต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันครับ”
ทำยังไงดีกับก๊าซเรือนกระจก
อภิรัฐ เล่ารายละเอียดการจัดประชุม One Young World ให้ฟังว่า เยาวชนจะมีโอกาสได้รับฟังแนวคิดจากผู้บริหารระดับโลก และที่ดีกว่านั้นคือการได้แลกเปลี่ยนพูดคุย ระหว่างเยาวชนกับผู้ใหญ่ในห้องประชุมที่ตัวเองสนใจ
“คนมาร่วมประชุมเพื่อหารือ แลกเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติของเยาวชน ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การงาน ความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกัน และร่วมหาแนวทางในการพัฒนาด้านต่างๆ
ด้านหัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญมาพูดแนวคิดให้เราฟัง ผมเลือกห้องของ บริษัท ซีเมนส์ เพราะเป็นธุรกิจประเภทเดียวกับทรู ผมสนใจเรื่อง Carbon Neutrons หรือนโยบายการบริหารจัดการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มีค่าเป็นศูนย์ซีเมนส์มุ่งมั่นลดค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซด์) ให้เหลือ 0% ภายในปี 2030 เริ่มง่ายๆ ตั้งแต่การเพิ่มพื้นที่ป่า ส่วนนวัตกรรมอื่นๆ ผมก็จะไปศึกษาเพิ่มเติมจากเขาในการประชุมครั้งนี้
สำหรับผลวิจัยล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ ทุกวันนี้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในรอบ 8 แสนปี โดยประเทศที่ผลิตมากก็คือประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นก็แปลว่ามีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูง แล้วถ้าเราต้องการให้ทั้งโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบนั้น เท่ากับว่าเราก็ต้องใช้พลังงานเพิ่มอีก 4 เท่า หรือเราต้องมีโลกอีก 4 ใบ ที่จะรองรับการผลิตทรัพยากรได้มากพอกับการบริโภค เว้นแต่ว่าเราจะคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ที่ทำให้คนใช้ทรัพยากรได้เท่าเดิม และมีขยะหรือการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ให้เหลือน้อยที่สุด
ทำอย่างไรเราจะใช้ไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน ไม่ใช้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อีกต่อไป หันมาใช้พลังลม พลังโซลาร์เซลล์ ถ้าโลกมีนวัตกรรมสูงขึ้น เราใช้ทรัพยากรได้เพียงพอแน่นอนครับ และการพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ ประเทศเยอรมนีให้ความสำคัญมาก โดยตั้งเป้าปี 2030 จะใช้พลังงานดีให้ได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และในปี 2050 จะเพิ่มอีก 60 เปอร์เซ็นต์ ผมจึงสนใจองค์กรของเขามาก แต่เอกชนไม่พอนะครับ ภาครัฐต้องรองรับนโยบายนี้ด้วย”
การจัดประชุม One Young World เสนอหัวข้อที่เน้นว่าสิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่กระทบไปทั้งโลก (แล้ว) อภิรัฐ บอกทิ้งท้ายว่า การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับระดับผู้นำของโลก ก็น่าจะเป็นงานที่จุดประกายให้กับการทำงานเพื่อโลกอย่างจริงจังไปอีกก้าวของเยาวชนไทย







