
เอกศาสตร์ สรรพช่าง
ทุกวันอังคาร ผมมักได้อ่านบทความดีๆ จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์ คูล ไลฟ์ วีกลี่ บาย แอล เมน โดยฝีมือการเขียนของเอ็กเซ็กคิวทีฟเอดิเตอร์แห่งนิตยสาร แอล เมน ไทยแลนด์ “เอกศาสตร์ สรรพช่าง” ด้วยความเป็นนักเขียนของเขา ทำให้ผมอยากรู้ความเป็นนักอ่านของเขาบ้าง วันนี้เขาจึงได้มาบอกเล่าถึงความเป็นนักอ่านของเขา และหนังสือเล่มโปรดของเขา
ทุกวันอังคาร ผมมักได้อ่านบทความดีๆ จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์ คูล ไลฟ์ วีกลี่ บาย แอล เมน โดยฝีมือการเขียนของเอ็กเซ็กคิวทีฟเอดิเตอร์แห่งนิตยสาร แอล เมน ไทยแลนด์ “เอกศาสตร์ สรรพช่าง” ด้วยความเป็นนักเขียนของเขา ทำให้ผมอยากรู้ความเป็นนักอ่านของเขาบ้าง วันนี้เขาจึงได้มาบอกเล่าถึงความเป็นนักอ่านของเขา และหนังสือเล่มโปรดของเขา
“บ้านผมเป็นครอบครัวอาจารย์ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นครูสอนหนังสือ จึงได้อานิสงส์เรื่องนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะไม่มีอะไรจะเล่น นอกจากหนังสือกับของเล่นที่ตากับยายทำให้ ที่บ้านมีหนังสืออยู่ทุกมุม ช่วงตอนมัธยมต้น เราต่อเติมบ้านเพิ่ม คุณพ่อตัดสินใจทำห้องสมุด แล้วก็พ่อบังคับให้ลูกสองคนจัดหมวดหมู่ แบ่งประเภทหนังสือในบ้าน ทำรายการเพื่อให้หาง่าย อาศัยเวลาว่าง แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่อ่านมันไปด้วย โปรเจกต์นี้ทำกันอย่างยาวนานมากหลายปี จนตอนนี้ทั้งคู่เกษียณแล้ว โครงการนี้ก็ยังไม่เสร็จ หนังสือเยอะก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนคือลูกๆ ขี้เกียจ”
สำหรับเอกศาสตร์ การอ่านหนังสือได้ให้ทุกอย่างแก่เขา อีกทั้งยังเป็นการเรียนรู้โลกแบบประหยัดที่สุด แค่อ่านก็ได้เห็น “สำหรับผม คนที่มีโอกาสได้อ่านหนังสือมากๆ เป็นคนที่น่าอิจฉา ส่วนคนที่ไม่ได้อ่าน ก็ถือว่าพลาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต ยิ่งคนที่อ่านหนังสือไม่ได้ ยิ่งทำให้โลกทัศน์ของเขาแคบมาก มีข้อมูลในการตัดสินใจน้อย เพราะต้องรอรับข้อมูลจากคนอื่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าการรับข้อมูลจากคนอื่นจะเปิดโอกาสให้เขาตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ได้มากน้อยแค่ไหน”
ท้ายสุด เอกศาสตร์เผยว่า นอกจากในแต่ละวัน เขาจะต้องอ่านต้นฉบับหรืออ่านเอาเรื่อง เพื่อหาข้อมูลสำหรับงานเขียน ช่วงเวลาก่อนนอนถือเป็นช่วงเวลาทองสำหรับการอ่านหนังสือ แม้จะแค่ครึ่งชั่วโมงก็ตามที
3 เล่มโปรดของเอกศาสตร์ มีดังนี้
ดีไซน์+คัลเจอร์ เล่ม 1, 2 และ 3
“3 เล่มนี้ เป็นหนังสือรวมบทความของอาจารย์ประชา สุวีรานนท์ ว่าด้วยเรื่องราวของงานออกแบบกับวัฒนธรรม ความน่าสนใจของหนังสือชุดนี้อยู่ที่การหยิบโยงสัญลักษณ์ที่ซ่อนในงานออกแบบมาอธิบายปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมตามห้วงเวลาและสถานการณ์ได้อย่างน่าสนใจ อ่านง่าย เพราะอาจารย์เขียนไว้ให้อ่านง่าย แต่จริงๆ แล้วยิ่งอ่านง่าย ก็ยิ่งทึ่ง เพราะไม่ใช่เรื่องที่บางคนจะเข้าใจ แสดงว่าผู้เขียนทำการบ้านมาอย่างหนักหนาสาหัสกว่าจะได้ออกมาเป็นหนึ่งบทความ”
Watching The English
ถอดรหัสพฤติกรรมผู้ดี
“เล่มนี้เป็นตัวอย่างของการแปลงเอางานวิจัยทางมานุษยวิทยาให้กลายเป็นหนังสืออ่านเล่นที่ทั้งเหน็บแนม ตลก เสียดสี ได้อย่างสนุกสนาน และได้ความรู้ เคท ฟ็อกซ์ ผู้เขียน เป็นนักมานุษยวิทยา พื้นเพของเธอเป็นคนอังกฤษ แต่ว่าย้ายถิ่นฐานไปอยู่สหรัฐ และเมื่อเธอต้องการทำความเข้าใจกับรากเหง้าของตัวเองให้ดีขึ้น เธอจึงเลือกหาลักษณะเฉพาะของ “เผ่า” ของคนอังกฤษว่ามีลักษณะร่วมบางอย่างร่วมกันที่น่าสนใจ เช่น กฎเรื่องอารมณ์ขัน กฎเรื่องการแต่งกาย หรือแม้แต่กฎเรื่องชนชั้น ซึ่งเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจจะคาดไม่ถึง คงเพราะผมเรียนมาทางมานุษยวิทยาด้วย ก็เลยรู้สึกอยากเห็นมันอยู่ในชั้นหนังสือเด่นๆ เพื่อเตือนใจถึงวิชาชีพที่เราได้มา และเป็นหนังสือที่คั่นโพสต์อิทไว้เยอะมาก คือคั่นไว้เผื่อว่าอนาคตจะเอามาใช้ในการทำงานของตัวเอง”
Branding Style From Armani to Zara
"ผมสนใจเรื่องวัฒนธรรมแฟชั่นในแง่ที่มันเป็นผลิตผลของความฉาบฉวยของคนทุกยุคทุกสมัย อย่าเข้าใจผิดว่าผมเป็นพวกนำแฟชั่นนะครับ เปล่าเลย แต่ผมสนุกกับการอ่านหนังสือพวกนี้ จริงๆ มีอีกหลายเล่มที่พูดถึงแฟชั่นในแง่มุมต่างๆ ทั้งธุรกิจ วัฒนธรรมและศิลปะ แต่เล่มนี้ชอบ อ่านเล่มนี้ตั้งแต่ออกพิมพ์เมื่อปี 2549 แต่ข้อมูลหลายอย่างก็ยังทันสมัย"







