
สร้างความสกปรกให้ส่วนรวม คนแบบนี้เป็นคนแบบไหนกัน...
มีคนถามว่าเอาเรื่องชีวิตคนคอนโดจากไหนมาเล่าเยอะแยะ ไปฟังใครเขาพูดมาอีกทีเหรอ
โดย...นายใจดี
มีคนถามว่าเอาเรื่องชีวิตคนคอนโดจากไหนมาเล่าเยอะแยะ ไปฟังใครเขาพูดมาอีกทีเหรอ
ยิ้มก่อนตอบยาวๆ ไปว่า ไม่มีใครเล่าออกมาเป็นเสียง แต่ภาพชีวิตของผู้คนจำนวนหลายร้อยในคอนโด ต่างเป็นเรื่องราวที่นำมาเล่าได้ดี มีทั้งเรื่อง สุข ทุกข์ สนุกร่อ หัวเราะน้ำตาเล็ด และเรื่องแย่ๆ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็มีให้ต้องมานั่งบ่นถึงอยู่บ่อยๆ
อย่างครั้งนี้ เรื่องการกระทำของคน ก็ถูกนำมาเป็นประเด็นให้ถกคิดอีกแล้ว
ต้นเรื่องมาจากที่ทำงาน แม่บ้านประจำบริษัทกำลังเช็ดคราบน้ำหวานที่หกในตู้เย็นส่วนรวม ก้มๆ ขัดๆ ด้วยความยากลำบากเพราะมันคราบฝังลึก จนแม่บ้านเผลอระบายอารมณ์เหน็ดเหนื่อยออกมา
“มันฝังแน่น ไม่มีใครเช็ดเลย ต้องโทษคนแรก ทำหกไม่ยอมเช็ด”
แล้วเธอก็ออกแรงถูๆๆๆ ต่อไป
“แล้วคนต่อๆ มาก็ไม่มีใครเช็ด เพราะคงมองว่า ฉันไม่ได้ทำ ไม่เช็ด”
เราออกความเห็นไปบ้าง
แม่บ้านพยักหน้าเห็นด้วย
จบเรื่องที่ทำงาน กลับถึงคอนโด ระหว่างรอลิฟต์ที่ชั้น 4 ก็เห็นแก้วน้ำวางอยู่ราวบันไดอาคารจอดรถ มันใช่ถังขยะไหมนั้น ถังขยะมีที่หน้าลิฟต์ชั้น 1 นะคุณ
ใจนึกโมโห กล้าหยิบเอาความสกปรกลงจากรถตัวเองได้ แต่นำมาสร้างความสกปรกให้ส่วนรวม คนแบบนี้เป็นคนแบบไหนกัน...
แค่ถือลงไปทิ้งถังขยะนั้น มันจะเกะกะหนักมากหรืออย่างไรกัน การวางขยะเหลือใช้ไว้ในที่แบบนี้ ใช้ความกล้าแบบไหนกัน...
จบเรื่องของคนทำ มาถึงเรื่องของคนที่เห็น จะมีสักกี่สายตาแล้วที่มองเห็นแล้วมองผ่านมันไป มันไม่ใช่ขยะของเรา ใครทำใครทิ้ง อย่างนั้นเหรอ...
ไม่เอาล่ะ ไม่คิดแทนคนอื่น ใจคนแบบนั้นยากแท้หยั่งถึง
หยิบแก้วพลาสติกลงไปทิ้งข้างล่าง อย่างน้อยๆ แม่บ้านที่คอนโดก็ไม่ต้องเหนื่อยมาตามเก็บเช็ดล้างในสิ่งที่คนไร้ผิดชอบกระทำ
นี่ไงเรื่องเล่าแบบนี้ไม่อยากให้มีบ่อยๆ เลย







