
‘โฟล์คไรซ์’ ตลาดข้าวออนไลน์ จากชาวนาสู่ลูกค้าโดยตรง
ปัญหาของชาวนาไทยที่ไม่มีช่องทางขายผลผลิตโดยตรง ต้องขายผ่านตัวกลางอื่นๆ อีกหลายทอด
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ปัญหาของชาวนาไทยที่ไม่มีช่องทางขายผลผลิตโดยตรง ต้องขายผ่านตัวกลางอื่นๆ อีกหลายทอด เป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานและยังไม่สามารถแก้ไขได้ จึงเกิดเป็นแนวคิดให้บัณฑิตลูกชาวนาคนหนึ่งจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปลุกปั้น “โฟล์คไรซ์” (folkrice) แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และชุมชน สำหรับตลาดกลางสินค้าข้าว ส่งตรงจากชาวนาถึงมือผู้บริโภค โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
อนุกูล ทรายเพชร CEO & Founder ของ folkrice.com เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของโฟล์คไรซ์มาประมาณ 1 ปีแล้ว เพื่อเป็นออนไลน์มาร์เก็ตเพลสสำหรับการเชื่อมโยงชาวนากับผู้บริโภคโดยไม่ผ่านตัวกลางอื่นๆ ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าจากชาวนาได้โดยตรง ผู้บริโภคจะได้ราคาตามต้นทุน จะมีก็ค่าใช้จ่ายเรื่องค่าขนส่งเท่านั้น
ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ ชาวนาที่เข้ามาร่วมโครงการ “โฟล์คไรซ์” จะอยู่ใน จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง โดยชาวนาจะต้องปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองและปลูกตามแนวทางแบบยั่งยืน ไม่ใช้สารเคมี สาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะอนุกูลต้องการปลุกตลาดข้าวพันธุ์พื้นเมือง อยากให้พันธุ์พื้นเมืองอยู่กับประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ชาวนายังสามารถจัดเก็บเมล็ดพันธุ์บางส่วนที่ไม่ได้ขายเพื่อนำไปปลูกต่อ เป็นการรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองซึ่งมีหลากหลาย อาทิ หอมมะลิ หอมนิล และหอมใบเตย เป็นต้น
“การทำตลาดเกี่ยวกับข้าวพื้นเมืองยังไม่มีมาก่อนในไทย ทั้งที่การปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองมีความสำคัญมาก เป็นการปลูกและร่วมอนุรักษ์ไปพร้อมกัน อีกทั้งมีโอกาสพัฒนาการปลูกข้าวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศมากยิ่งขึ้น” อนุกูล กล่าว
ความพิเศษอีกประการของโฟล์คไรซ์ คือการทำ “คิวอาร์ โค้ด” ของสินค้าข้าวในทุกบรรจุภัณฑ์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้าวทั้งหมดได้ จึงทราบข้อมูลที่แท้จริงของชาวนา รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการปลูกข้าว
“เรามีสต๊อกสินค้าใน กทม.จึงส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคได้ในทุกสัปดาห์ สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศผ่านบริษัทขนส่ง ส่วนชาวนาที่เข้ามาร่วมโครงการทุกคนก็มีความภูมิใจ ที่สำคัญ ทำให้ผู้บริโภคได้เห็นในกระบวนการปลูกข้าวทั้งหมดที่ชาวนาทำ” อนุกูล กล่าว
สำหรับก้าวต่อไปของโฟล์คไรซ์ อนุกูลเตรียมกำลังขยายออกไปสู่ชาวนาในจังหวัดใกล้เคียง และจังหวัดอื่นๆ ที่ต้องการใช้ช่องทางโฟล์คไรซ์ส่งสินค้าข้าวจากไร่ถึงมือผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ก็จะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น folkrice สำหรับการซื้อขายออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ มีระบบชำระเงินทั้งก่อนรับสินค้าและหลังรับสินค้าแล้ว โดยมีแผนจะเปิดตัวในวันที่ 25 ธ.ค.นี้
“ในระยะแรกการจัดตั้งอยู่ในรูปแบบระดมทุน คือขายข้าวเพื่อนำเงินทั้งหมดที่ได้มาพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ และผมสามารถระดมทุนทั้งหมดได้สำเร็จแล้ว” อนุกูล กล่าว
ผู้ก่อตั้งโฟล์คไรซ์ ให้ข้อมูลด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่ที่มาทำการเกษตรไม่ถึง 5,000 คน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับทั่วโลก ส่วนคนที่อายุ 60-65 ปีที่ทำอาชีพเกษตรอยู่แล้ว ก็ทยอยเลิกทำอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าหากคนทำอาชีพเกษตรน้อยลง จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศและของโลกลดลงไปด้วย
“การที่ผมได้มาทำตรงนี้ ที่บ้านเกิดใน จ.สุรินทร์ ได้กลับมาทำนากับที่บ้าน สิ่งที่ได้คือความรู้สึกภูมิใจ เพราะช่วงที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม่ต้องขายนาทั้งหมด 10 ไร่ และมาเช่านาแทนเพื่อส่งผมเรียนจนจบ เมื่อผมกลับมาช่วยทำนาที่บ้านก็สามารถซื้อนากลับคืนมาได้ ทำให้ผมมีที่นาปลูกข้าวทั้งหมดรวม 80 ไร่ เป็นนาที่ซื้อเอง 30 ไร่ ที่เหลือเป็นการเช่าจากญาติๆ จึงช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนในตระกูล ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เรียกว่าความสุข” อนุกูล กล่าว
อนุกูล ย้ำว่า การปลุกตลาดทำเกษตรแบบยั่งยืนและการมีออนไลน์มาร์เก็ตเพลส จะส่งผลดีให้ชาวนาไทยสามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคง ส่งผลดีต่อการเกษตรที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต เชื่อว่าจะช่วยจุดกระแสให้คนรุ่นใหม่สนใจทำการเกษตรสูงขึ้น แต่ถ้าไม่ทำ เราก็จะไม่เหลืออะไรเลย...







