
เที่ยวสนุกรับลมหนาวที่เกาหลีใต้
ไม่เพียงแค่กระแสดนตรีและแฟชั่นของ Korean Wave เท่านั้น ที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]
ไม่เพียงแค่กระแสดนตรีและแฟชั่นของ Korean Wave เท่านั้น ที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศนี้เป็นจำนวนมาก แต่ธรรมชาติที่สวยงามของทั้ง 4 ฤดูกาลในหนึ่งปีนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีไปจนถึงฤดูหนาว
ประเทศเกาหลีใต้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรจึงทำให้มีภูมิอากาศอบอุ่นจนถึงหนาวจัด จึงทำให้ประเทศนี้มีฤดูกาลที่แตกต่างกัน 4 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิฤดูร้อน และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ช่วยสร้างสรรค์ให้วิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนี้ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศของแต่ละฤดูกาล ซึ่งก็ทำให้เกิดเป็นรูปแบบของประเพณีและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีเสน่ห์น่าค้นหา
เมื่อสิ้นสุดฤดูที่ทั้งร้อนอบอ้าวสลับไปกับฝนแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ก็จะเข้าสู่ฤดูไบไม้เปลี่ยนสี อากาศในช่วงนี้ก็จะเริ่มเย็นและแห้ง ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศนี้ ซึ่งกรุงโซลคือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดในการมาท่องเที่ยวเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะมีความสะดวกสบายทั้งในเรื่องของที่พักที่มีให้เลือกหลากหลายระดับราคา อีกทั้งการเดินทางก็แสนจะสะดวกสบาย ด้วยการเลือกใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้นในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศนี้ ในรูปแบบของ FIT (Free Independent Travellers) หรือนักท่องเที่ยวแบบอิสระกันมากขึ้น
ในปัจจุบันด้วยความที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ขยายตัวมากขึ้น ดังนั้นองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำคู่มือการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือจะเป็นคูปองส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นใครที่สนใจจะเดินทางท่องเที่ยวเกาหลีใต้ด้วยตัวเอง ก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งรอบๆ กรุงโซลก็จะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเขานัมซาน พระราชวังคย็องบกถนนซัมซองดง พระราชวังถ็อกซูกุง ถนนชินซาดง โกโรซู และที่สวนป่ากรุงโซล
ฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นจำนวนมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีอากาศหนาวเหน็บในระดับอุณหภูมิติดลบก็ตาม แต่ความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยหิมะ อีกทั้งยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะการเล่นสกีหิมะก็เลยทำให้มีผู้คนจากประเทศเขตร้อนเลือกที่จะใช้วันหยุดพักผ่อนกันที่นี่
ในประเทศเกาหลีใต้มีสกีรีสอร์ทอยู่หลายสิบแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะมาเข้าคอร์สเรียนสกีกัน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ไม่กี่ประเทศในภูมิภาคนี้ ใครที่สนใจก็สามารถซื้อเป็นแพ็กเกจการท่องเที่ยวได้ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยที่พักพร้อมคอร์สเรียนสกีพื้นฐาน ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 วัน ก็สามารถเล่นสกีเป็นอย่างแน่นอน นอกจากกิจกรรมการเล่นสกีแล้ว ฤดูหนาวของเกาหลีใต้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ นั่นก็คือเทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะถูกจัดขึ้นที่ 2 เมือง นั่นก็คือเมืองอินเจ (Inje) และที่เมืองฮวาชอน (Hwacheon)
เทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่เมืองอินเจ ใช้ชื่อว่า Inje Ice Fishing Festival เมืองนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดคังวอน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโซล เทศกาลนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือน ม.ค.ไปจนถึง ก.พ.ของทุกๆ ปี บนพื้นที่ของทะเลสาบซอยังโฮ (Soyangho lake) ซึ่งอุณหภูมิติดลบจนกลายเป็นน้ำแข็ง ชาวเมืองอินเจก็จะมีการเจาะน้ำแข็งเป็นรู ให้นักท่องเที่ยวเช่าเบ็ดตกปลาอันเล็กๆ เพื่อไปตกปลาบิงงอ (Bingeo fish) ซึ่งเป็นปลาตัวเล็กๆ ที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานสดๆ จิ้มกับซอสโคชูจัง
ส่วนเทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่เมืองฮวาชอนก็น่าสนใจไม่แพ้เช่นเดียวกัน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ซึ่งในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวนับแสนคนเดินทางมาตกปลาเทราต์ตัวโตๆ จากนั้นก็สามารถนำเอาไปให้ร้านปิ้งย่างปรุงกันสดๆได้เลย
และสำหรับใครที่อยากจะลองไปสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและช้าๆ ของชาวเกาหลีในช่วงอากาศเย็นสบายๆ โลก 360 องศาก็ขอแนะนำอีกเมืองหนึ่งที่มีความน่าสนใจ นั่นก็คือเมืองที่มีชื่อว่า “ฮาดง” (Hadong) ในจังหวัดเกียงซังนัม ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งที่เมืองนี้มีอาหารที่ขึ้นชื่อ นั่นก็คือหอยเจช็อป (Jaecheop) ชาวเกาหลีเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการบำรุงตับและช่วยแก้อาการเมาค้าง ทุกๆ ปีมียอดสั่งซื้อเป็นจำนวนมากจากประเทศญี่ปุ่น จึงถือเป็นอีกหนึ่งของดีของประเทศเกาหลีใต้ แต่หอยเจช็อปนั้นสามารถหารับประทานได้แค่เฉพาะฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น
ส่วนใครที่อยากจะรับประทานอาหารทะเลที่มีคุณภาพดีที่สุดและอร่อยที่สุด ก็ต้องไปที่จังหวัดชอลลานัม เพราะเป็นเพียงจังหวัดเดียวของประเทศที่มีพื้นที่ราบลุ่มมากที่สุดและมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านดังนั้นตะกอนแร่ธาตุอาหารต่างๆ จำนวนมากถูกพัดมากับแม่น้ำและไหลมาลงอ่าวที่นี่ ซึ่งเมืองม็กโป (Mokpo) เป็นอีกหนึ่งเมืองอุตสาหกรรมประมงที่สำคัญของจังหวัลลาลานัมทุกๆ วันจะมีอาหารทะเลจำนวนมากถูกจับมาขึ้นฝั่งที่นี่
ดังนั้น ใครที่ได้มีโอกาสแวะเวียนมาก็ต้องไม่พลาดมาทานอาหารทะลกันที่ตลาดปลาม็กโป ที่มีความพิเศษคือ ใครที่อยากจะรับประทานอาหารทะเลกันสดๆ ก็สามารถเลือกร้านที่ถูกใจ แล้วก็ชี้ได้เลยว่าจะเลือกปลาตัวไหน หอยแบบใดเอาไปปรุงเป็นเมนูอะไร จากนั้นทางร้านก็จะให้เลขที่นั่งของโต๊ะ แล้วขึ้นไปนั่งรอชั้นบนสุดของตลาดที่มีห้องอาหารไว้บริการอีกด้วย
โลกทุกวันนี้ถ้าหากว่าอยากจะเห็นอะไรอยากรู้อะไรง่ายนิดเดียวเพียงดูได้จากจากอินเทอร์เน็ต ก็จะได้ข้อมูลทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่อินเทอร์เน็ตให้ไม่ได้ เราเรียกสิ่งนั้นว่าประสบการณ์จริง ถ้าหากว่าอยากจะได้ประสบการณ์จริงก็ต้องออกเดินทาง ถึงแม้ว่าประสบการณ์เหล่านั้นอาจจะไม่ได้ดีเลิศเหมือนกับที่มีเขียนไว้บนอินเทอร์เน็ต แต่อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์จริงและเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิต ซึ่งการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีทุกวันนี้ก็มีความสะดวกสบายมากขึ้น จะเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ก็มีให้เลือกมากมาย หรือจะเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ลองดูสักครั้งหนึ่งในชีวิตกับประสบการณ์เที่ยวสนุกรับลมหนาวที่เกาหลีใต้







