
วรรณรัตน์ รัตนวรางค์ บนเส้นทางผู้ให้
บทบาทของครู อาจารย์ บ้างก็ว่าเป็นเรือจ้าง บ้างก็ว่าคือแม่พิมพ์ที่จะถ่ายทอดให้ได้ต้นแบบเดียวกันออกมา แต่ในหนทางของ ดร.แป้งวรรณรัตน์ รัตนวรางค์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เธอประกาศเจตนารมณ์ ...แบ่งปันความรู้ที่มีออกไปให้ได้มากที่สุด
บทบาทของครู อาจารย์ บ้างก็ว่าเป็นเรือจ้าง บ้างก็ว่าคือแม่พิมพ์ที่จะถ่ายทอดให้ได้ต้นแบบเดียวกันออกมา แต่ในหนทางของ ดร.แป้งวรรณรัตน์ รัตนวรางค์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เธอประกาศเจตนารมณ์ ...แบ่งปันความรู้ที่มีออกไปให้ได้มากที่สุด
เรื่อง : รัฐพร คำหอม / ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
อาจจะเรียกได้ว่า ดร.แป้ง เป็นนักวิชาการที่ไม่ใช่อ้างอิงอยู่เพียงกับหลักทฤษฎี แต่กับงานปฏิบัติเธอก็เคยทำมาแล้ว กับภาคเอกชน ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นอาจารย์สอนในระดับมหาวิทยาลัย เมื่อหลายปีมาแล้วเธอเป็นพนักงานบริษัทคนหนึ่ง ทำงานด้านฝึกอบรม ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จนเมื่อได้รับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกรุ่นที่ 1 กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ (ประชากรศาสตร์) ศึกษาจนจบ เธอจึงเริ่มคิดว่า กลัวได้ใช้ความรู้ไม่เต็มที่ เส้นทางของการเป็นครูผู้สอนจึงเริ่มขึ้นในปี 2545
“ทำงานแบงก์อยู่ 7 ปีค่ะ ด้านฝึกอบรม ก็คล้ายคลึงกับการสอนเหมือนกัน แต่ก็เรียกว่าเป็นจังหวะมากกว่า หลังจากที่ได้รับทุนแล้ว ก็ไปเรียน พอเรียนจบแล้ว จะมาทำด้านเอกชนอีก ก็กลัวไปเอง กลัวว่าจะได้ใช้สิ่งที่เรียนรู้มาได้ไม่เต็มที่ ก็เลยเลือกเป็นอาจารย์ดีกว่า เพื่อที่จะได้เกิดการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ออกไป ก็ได้สอนที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนปัจจุบันมาเป็นอาจารย์ที่คณะนิเทศฯ ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวค่ะ”
อีกแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้ ดร.แป้ง เลือกการเป็นครูก็เพราะคำสอนของคุณพ่อ ที่บอกว่า งานที่ดีที่สุดคือการให้คนอื่น งานให้ความรู้ไม่ให้ร้ายใคร งานอย่างอื่นอาจมีแย่งชิงกันบ้าง แต่ให้ความรู้ถ่ายทอด น่าจะเป็นคุณกว่าเป็นโทษ
“คุณพ่อจะสอนเราเสมอในตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งก็จำและยึดเป็นหลักปฏิบัติ และเราเองก็มองว่า ความไม่แน่นอนในชีวิตมีเยอะ อยากทำอะไรก็ทำ ตอนทำที่ไทยพาณิชย์ งานฝึกอบรม ก็เป็นงานที่โชคดีเป็นการให้เช่นกัน คุณพ่อเคยบอกไว้ คนเราต้องทำเพื่อสังคม”
นอกจากนี้ ต้นแบบที่ยิ่งใหญ่ของ ดร.วรรณรัตน์ ในเรื่องการทำเพื่อสังคม คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งตลอดเวลาที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลายประการ ทรงงานหนัก
“สิ่งที่เราพยายาม ก็เป็นการทำที่เราจะทำได้ ให้คนได้เป็นคนดี อย่างน้อยให้เขาแยกแยะได้ อะไรเหมาะอะไรควร ก็จะเป็นการดี”
ในฐานะที่คลุกคลีกับงานด้านนิเทศศาสตร์ จนได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ให้เป็นประธานกรรมการดำเนินงานโครงการ “หัวเฉียว โฟกัส” โพลน้องใหม่ จุดมุ่งหมายเพื่อสะท้อนสังคม เน้นสาระ พร้อมนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งในยุคปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทกับสังคมไม่ใช่น้อย ดร.วรรณรัตน์ บอกว่า ต้องพิจารณาประกอบกัน เพราะสื่อออนไลน์ได้ในเรื่อง ความสะดวก รวดเร็วแต่ตรงข้ามกับความละเอียดรอบคอบ ดังนั้นถ้าจะเลือกใช้ก็ต้อง “รู้กว้าง” และกลับไปที่กาลามสูตรที่ว่าด้วยเรื่องความเชื่อ ต้องมีการตรวจสอบข้อมูล เช็กข่าว รู้เท่าทัน และสิ่งสำคัญ รู้แล้วอย่าเพิ่งรีบเชื่อ หยุดคิดเสียก่อน
“สื่อออนไลน์นั้นจะโทษคนส่งอย่างเดียวคงไม่ได้ คนรับนี่เองด้วยก็สำคัญ ว่ารู้จักคิดหรือเปล่า จะได้อยู่รอดปลอดภัย ซึ่งเด็กในปัจจุบันก็อยู่กับสื่อออนไลน์เยอะ เป็นธรรมชาติของเขา ชอบอะไรที่เร็ว ซึ่งพ่อแม่ต้องระวัง เพราะเมื่อเขาอยู่กับโลกออนไลน์เยอะก็จะอยู่กับโลกความจริงลดลง เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง เด็กเขาจะแยกไม่ออก บางทีอารมณ์ ความรู้สึก การควบคุม ที่ไม่มีสติพอ ก็เกิดเป็นชนวนการทะเลาะเบาะแว้งขึ้นมาได้” ดร.วรรณรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย







