posttoday
เพราะปัญหาคือ แรงบันดาลใจ

เพราะปัญหาคือ แรงบันดาลใจ

09 พฤศจิกายน 2558

“พวกคำตำหนินี่แหละที่ทำให้เราพัฒนาขึ้น ให้เราได้เติบโตขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องมองแก่นแท้ของคำวิจารณ์จากโซเชียลทั้งหมดให้ดีๆ”

โดย...โสภณ ศุภมั่งมี

“พวกคำตำหนินี่แหละที่ทำให้เราพัฒนาขึ้น ให้เราได้เติบโตขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องมองแก่นแท้ของคำวิจารณ์จากโซเชียลทั้งหมดให้ดีๆ”

สิงโต นำโชค

ผมจดข้อความข้างบนไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว จำไม่ได้ว่าตั้งแต่วันไหน ตอนนั้นมันเป็นแค่ข้อความที่คมคายสะกิดใจแต่ไร้ซึ่งความหมาย แต่เราไม่มีทางรู้ได้ว่าเมื่อใดที่ถ้อยคำเหล่านี้จะกลับมามีประโยชน์อีกครั้ง ไม่ว่าจะต่อตัวเองหรือต่อผู้อื่น ครั้งนั้นจำได้ว่านั่งฟังบทสัมภาษณ์ของนักร้องแนวหาดทรายสายลมคนนี้ บอกได้คำเดียวว่า “ทึ่ง” ทั้งในความสามารถที่เขามี แต่ที่ทึ่งกว่าคือ ความเป็นนักสู้ในตัวที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขาไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม ในทางกลับกัน มันช่างอยู่คนละขั้วกับคำว่าสุขสบาย แต่ความลำบากนั้นนอกจากจะช่วนสอนให้แข็งแกร่ง มันยังเป็นแรงขับให้เขาอยากออกไปจากชีวิตที่ยากจนแบบนี้ให้เร็วที่สุด

เมื่ออายุย่างเข้าวัยรุ่น โอกาสในการไปโรงเรียนของเขาก็หมดลง พร้อมกับต้องแบกรับภาระในการหาเงินจุนเจือครอบครัวด้วยการทำงานในโรงงานตั้งแต่อายุแค่ 13 ปี เป็นเรื่องราวที่ห่างจากคำว่าความฝันอันสวยงาม บทหนึ่งของชีวิตที่เขาเลือกไม่ได้นอกจากจะก้มหน้าก้มตากัดฟันทำ จนเย็นวันหนึ่งที่เขานั่งพักเหนื่อยดูทีวีหลังจากทำงานมาทั้งวัน เขาเห็นนักร้องเล่นกีตาร์ร้องเพลงบนเวทีแล้วรู้สึกว่า “เขาดูสนุกจังเลย เราจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง”

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เขาเริ่มร้องเพลงและฝึกเล่นกีตาร์ ผลงานของเขามีผู้ชื่นชอบมากมาย เป็นเพลงฮิตที่ติดอันดับหนึ่งทุกคลื่นวิทยุ ไม่นานมานี้เพิ่งออกอัลบั้มใหม่เป็นภาษาอังกฤษ อุปสรรคกำแพงภาษานั้นสูงอยู่แล้ว บางคนบอกว่าเขานั้น “โชคดี” ที่มาถึงตรงนี้ได้ แม้แต่พ่อเขาเองยังพูดเช่นนั้น พร้อมกับถามต่อว่า แล้วลูกพูดภาษาอังกฤษได้ยังไง โรงเรียนก็ไม่ได้ไป เขาบอกติดตลกว่า บางทีเขาอาจจะ “โชคดี” ก็ได้

สิงโตอาจจะมีโชคนำ แต่สิ่งที่นำโชคมาให้เขาจริงๆ นั้น คือ การ “เวิร์กฮาร์ด” ฝึกฝนและไขว่คว้าต่อสู้เพื่อความฝัน ปัญหาชีวิตมีสถานะเปลี่ยนไปแล้วแต่ความเข้มแข็งของคนมอง บ้างว่าเป็นสมอถ่วงหนักไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ซะที แต่บางคนกลับว่ามันเป็นแรงบันดาลใจ เป็นบันไดให้พยายามแก้ไขให้ชีวิตไปข้างหน้า ขับส่งให้ก้าวไปเรื่อยๆ ไม่ยอมแพ้ต่อคำว่า “โชคชะตา”

เขาอยากเป็นนักร้อง เขาก็ฝึกร้องเพลง เขาอยากเป็นนักแต่งเพลง เขาก็แต่งเพลง รูปวาดดอกทานตะวันของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ ที่มีชื่อเสียงไม่ได้เอาสีราดตัวเองแล้วออกมาเป็นแบบนั้น ผลงานที่เยี่ยมยอดนั้นมีหยาดเหงื่อที่มองไม่เคยเห็นหยดเปื้อนอยู่เบื้องหลังเสมอ

ผมเป็นนักอ่านตัวยงมาตั้งแต่เด็ก จนรู้สึกว่าถ้าสักครั้งในชีวิตมีโอกาสอยากจะเขียนหนังสือสักเล่ม จนเมื่อปีที่แล้วโอกาสนั้นถูกหยิบยื่นให้และผมรีบคว้ามันมากอดไว้แน่น ชีวิตบนถนนสายน้ำหมึกเริ่มต้นขึ้น ไม่เคยรู้หรอกว่าทางมันสูงชันคดเคี้ยวพันเกี่ยวเลี้ยวลดแค่ไหน เขียนด้วยใจที่กระหายอยากลองทำในสิ่งใหม่ ความฝันเล็กๆ ในการเป็นนักเขียนกำลังจะเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ พรสวรรค์ในการเขียนนั้นน้อยนิด ศัพท์แสงไม่หลายหลากแถมไม่ค่อยลื่นไหล แม้ความคิดเบื้องหลังตัวหนังสือนั้นสวยงามแต่สื่อสารออกได้ไม่เต็มที่ช่างตะกุกตะกัก

เขียนแล้วลบ ลบแล้วเขียน เขียนแล้วฉีก ฉีกแล้วเอากลับมาอ่านใหม่ รำคาญตัวเองชะมัด แถมช่วงนั้นสุขภาพของเตี่ยไม่ค่อยดี เข้าออกโรงพยาบาลอย่างกับไปซื้อของเซเว่นฯ ระหว่างที่เขียนต้นฉบับส่งบรรณาธิการผมก็ต้องคอยดูแลเตี่ยที่นอนพักฟื้นจากการผ่าตัดที่โรงพยาบาล มันเป็นช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยน้ำตาซึมหลายครั้ง เขียนไปได้ประมาณครึ่งเล่มก็ต้องรื้อทำใหม่หมด เพราะไม่ตรงตามที่ทางสำนักพิมพ์ต้องการ เข่าอ่อน ใจหล่นไปตาตุ่ม คิดว่าทำดีที่สุดแล้วแต่กลับใช้ไม่ได้ คืนนั้นผมนอนเอามือก่ายหน้าผาก ถามตัวเอง “ดาวดวงนั้นไกลเกินเอื้อมไปรึเปล่าโสภณ”

สักพักผมได้ยินเสียงเตี่ยไอแห้งๆ จากเตียงคนไข้ ผมรีบลุกไปหยิบสเปรย์พ่นแก้ระคายคอจากโต๊ะหัวเตียง เตี่ยหยิบไปพ่นสองสามครั้ง ก่อนที่กระแอมไอแล้วถามผมว่า “เป็นไงบ้างเขียนหนังสือ ยากไหม” ผมชั่งใจว่าควรจะบอกความจริงดีรึเปล่า กังวลว่าเขาจะหนักใจแล้วความดันอาจขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผมเลือกที่จะพูดออกไปว่า “ต้องเริ่มใหม่หมดเลยเตี่ย ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า...”

รู้สึกแปลกเพราะเตี่ยกลับมีรอยยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดว่า

“ถ้ามีคนบอกเตี่ยว่า ‘ทำไม่ได้’ เตี่ยจะทำให้หนักขึ้นอีกสิบเท่า ถ้าเขายังบอกว่า ‘ไม่ดีพอ’ เตี่ยจะทำอีกร้อยเท่า ไม่มีอะไรเหนือความพยายามของคนนะ โสภณเก่ง เตี่ยเชื่อแบบนั้น”

ผมรีบปาดน้ำตา เตี่ยไม่สบายกลับต้องมาปลอบใจคนสบายดี เป็นความจริงที่น่าขัน ถ้าเตี่ยไม่พูดแบบนั้น ผมอาจจะล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว เพราะความอ่อนแอต่อเสียงติติงภายนอก คงไม่มีหนังสือถึงสามเล่มจนถึงตอนนี้ เพราะเล่มแรกยังคงเป็นอากาศธาตุภาพฝันวิมานเมฆ คำวิพากษ์วิจารณ์ของหลายคนที่บอกว่า

“โสภณยังไม่เก่งพอนะ”

มันทำให้ผมเข้มแข็งมากขึ้น พัฒนาขึ้น ค่อยๆ แก้ไขคำตำหนิเหล่านั้นไปเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้เก่ง แต่ผมยังพยายาม แม้จะไม่มีวันเรียนรู้หมด แต่ผมก็ไม่หยุดเรียนรู้ คำพูดของคุณสิงโตมีความหมายกับผมอีกครั้งในวันนี้ที่พลิกอ่าน มันทำให้ระลึกถึงคำพูดของเตี่ยคืนนั้นที่โรงพยาบาล ยิ่งมีผลงานมากขึ้น ยิ่งมีคนพูดถึงมากขึ้น ทั้งด้านดีและด้านลบ สิ่งที่ดีก็เก็บเป็นเชื้อเพลิงเผื่อวันที่หมดแรง ส่วนปัญหานั้นผมเรียนรู้แล้วว่ายังไงมันก็ไม่มีทางหมด มันจะเป็นสมอถ่วงหรือบันไดเพื่อเดินต่อ เรามองยังไงก็เท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท