
นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ภาพยนตร์ต่อยอดมาจากหนังสือ
ได้ชมแล้วภาพยนตร์ "ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ" คราวนี้ลองมาอ่านใจผู้กำกับ "เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์"
โดย...แจนยูอารี ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ได้ชมแล้วภาพยนตร์ "ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ" คราวนี้ลองมาอ่านใจผู้กำกับ "เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์" หน่อยมั้ย ว่าเล่มโปรดของเขาเป็นแบบไหน
"การทำภาพยนตร์ของผมก็ได้จากอ่านเยอะครับ มันจะชัดมากเวลาที่ผมเขียนบทภาพยนตร์ มันเป็นแค่กระดาษเปล่าๆ นอกจากต้องใช้ความรู้เดิมที่มี ใช้ประสบการณ์ที่ได้ยินได้ฟัง หรือเจอมา สิ่งที่เคยอ่านยังช่วยให้กระดาษเปล่าๆ นั้นกลายเป็นบทภาพยนตร์ได้"
ดีไซน์+คัลเจอร์ (ประชา สุวีรานนท์)
"ออกมาเป็นซีรี่ส์ 1, 2, 3, สอนให้เราอ่านเรื่องวิชวล สิ่งที่อาจารย์เขียนค่อนข้างมีเหตุมีผล ไม่ได้รู้สึกว่ามันเพ้อ หรือนามธรรมมากเกินไป เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันกับบริบทวัฒนธรรมแต่ละที่ ป้าย หรือโฆษณา ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นแบบนี้ ผมว่าเราอยู่ในยุควิชวล มีป้ายเต็มไปหมด อยู่กับยูทูบ อยู่กับมีเดียต่างๆ เราต้องทันประมาณหนึ่ง ไม่งั้นเราจะถูกหลอกได้ ทำไมขวดน้ำถึงเป็นทรงนี้ ทำไมไม่เป็นทรงอื่น มันมีวิธีคิดแบบไหนมาจากอะไร อ่านแล้วก็ทำให้ผมทันโลกวิชวลขึ้นมานิดหนึ่ง (หัวเราะ) เนื้อหาก็สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ แม้แต่ในภาพยนตร์ของผมก็มีแทรกๆ แนวคิดแบบนี้ไว้เหมือน เช่น ตัวละครเป็นคนยังไง ต้องใส่เสื้อแบบไหน ใช้ของอะไร"
Learning to Love You More (มิแรนดา จูลาย กับ ฮาร์เรลล์ เฟลตเชอร์)
"ไม่ใช่หนังสือแนววรรณกรรม เป็นรวมโปรเจกต์พิเศษที่จะมีโจทย์ให้คนทางบ้านไปทำกิจกรรม เช่น ถ่ายรูปเพื่อนบ้านคุณจับมือกัน หรือให้เขียนเหตุการณ์สำคัญ ปี 1984 ของคุณ 5 ข้อ จากนั้นมันจะถูกคัดเลือกเพื่อตีพิมพ์เป็นเล่ม ผมอ่านแล้วชอบ ทำให้ผมเห็นความงามของคนธรรมดาที่แต่ละคนล้วนมีเรื่องราว เวลาผมรู้สึกตันๆ คิดไม่ออก งงๆ ก็เปิดอ่าน รู้สึกว่ารอบตัวเรามันมีเรื่องราวเยอะดีนะ เราลืมมองอะไรหรือเปล่าวะ บางทีมันอาจจะอยู่ในห้องนอนเราก็ได้ บางทีอาจจะอยู่ข้างบ้านเราก็ได้"
What Money Can't Buy : The Moral Limits of Markets (ไมเคิล เจ. แซนเดล)/เรื่องเล่าจากร่างกาย (นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา)
"ช่วงหลังๆ ผมเริ่มสนใจที่จะหยิบหนังสือแนวเศรษฐศาสตร์กับวิทยาศาสตร์มาอ่าน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าไม่เคยสนใจเลย อาจเพราะไปเจอหนังสือที่ดีด้วยแหละ ก็เริ่มสนใจ พอได้อ่าน เนื้อหามันเข้าใจและไม่ได้ซับซ้อน ก็ยิ่งสนใจ เล่มแรกพูดถึงเศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ว่าด้วยเงินและความสัมพันธ์ของมนุษย์ ไม่ใช่เงินเฟ้อที่ท่องเหมือนสมัยเรียน อีกเล่มมีเคสที่สามารถเชื่อมโยงกับคนได้จริง เช่น คนเป็นโรคซึมเศร้า อาจไม่เกี่ยวกับสภาพสังคมอย่างเดียว แต่ต้นตอมาจากความผิดปกติของต่อมในร่างกาย คนที่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ก็เกิดจากตอนเด็กเหล็กไปทิ่มเส้นประสาท เลยมีผลต่อการเรียบเรียงคำพูด ในแง่หนึ่งสองเล่มนี้ก็ทำให้ผมเข้าใจเศรษฐศาสตร์กับวิทยาศาสตร์มากขึ้นกว่าเดิมเลยละครับ"







