
ในวันที่กรุงเทพมหานครถูกทำร้าย
ในปี 2556 มีบทความหนึ่ง กล่าวว่า การบริหารจัดการขยะในกรุงเทพมหานครนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
ในปี 2556 มีบทความหนึ่ง กล่าวว่า การบริหารจัดการขยะในกรุงเทพมหานครนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ต่อมาในปี 2557 มีผลสำรวจออกมาว่า คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครผลิตขยะมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย (มีปริมาณขยะต่อวันอยู่ที่ 9,697 ตัน เฉลี่ย 1.53 กิโลกรัม/คน/วัน) พอมาในปี 2558 ปัญหาขยะยังคงเป็นปัญหาสำคัญของคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพราะมันส่งผลเสียต่อสุขอนามัย ก่อเกิดมลพิษทางอากาศ ขยะบางส่วนยังถูกทิ้งลงไปในน้ำและลำคลอง ทำให้เกิดการปนเปื้อน และส่งผลต่อการระบายน้ำที่เป็นไปได้ลำบากยากเย็น
สิ่งที่ผมเห็นกับตาและรู้สึกหดหู่ใจ มันคือพ่อค้าแม่ขายหน้าคอนโดมิเนียมที่ผมพักอยู่อาศัยนั่นเอง (แอสปาย พระราม 4 กล้วยน้ำไท) เขาช่างไม่มีจิตสำนึกในการรักษาสภาพแวดล้อมในบริเวณที่เขาค้าขายอยู่เลย (รวมไปถึงไม่นึกถึงคนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น) ผมเห็นกับตาว่าเขาทิ้งของเสีย ทิ้งน้ำเสียลงในท่อระบายน้ำ (มันคือความมักง่ายที่เห็นแก่ความสบายของตัวเองล้วนๆ) ส่งผลให้บริเวณนั้นเกิดกลิ่นเหม็นเน่าลอยขึ้นมาจากท่อระบายน้ำอยู่ตลอดเวลา
เท่านี้ยังไม่พอ เมื่อผมเดินจากสี่แยกกล้วยน้ำไทเพื่อจะไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย โดยเดินผ่านซอยสุขุมวิท 42 ผมต้องเดินผ่านบริเวณที่มีถังขยะจากกรุงเทพมหานครอยู่สี่ห้าถัง ทุกถังล้วนล้นเต็มไปด้วยขยะ และมีถุงดำวางเกลื่อนกลาดอยู่บริเวณถังขยะนั้นอีกนับไม่ถ้วน
เราเดินทางมาถึงจุดนี้กันได้ยังไง?
ชีวิตคนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ไม่มีจิตสำนึกรักกรุงเทพมหานคร และไม่มีจิตสำนึกรักตัวเองและคนรอบข้างกันแล้วใช่ไหม ถึงได้มักง่าย คิดจะทิ้งขยะก็ทิ้งไปให้พ้นตัว คนอื่นจะมาเก็บ หรือจะมาทนรับสภาพมองไปทางไหนก็เห็นแต่ขยะ มีแต่กลิ่นเหม็นเน่าลอยมาลอยไปอย่างไร ข้าไม่สน ข้าไม่แคร์ ซึ่งมันไม่แฟร์ต่อกรุงเทพมหานคร จังหวัดที่เขากินอยู่หลับนอนใช้ชีวิตอยู่ทุกคืนทุกวันเอาเสียเลย
ไม่แฟร์เลย
ที่สำคัญที่สุด คนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครโดยส่วนใหญ่ ทำไมถึงได้สิ้นไร้ศิลปะอยู่ในหัวใจและเลือดเนื้อจิตวิญญาณ ที่พูดได้อย่างนี้ เป็นเพราะว่าถ้าคนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครมีศิลปะอยู่ในหัวใจและเลือดเนื้อจิตวิญญาณอยู่บ้างเขาจะไม่ทำอะไรอันน่าหดหู่ใจแบบนี้ เขาจะมองเห็นบ้านเรือนที่เขาอยู่อาศัย ละแวกบ้านที่เขาอยู่อาศัย ตามถนนหนทางเดินที่เขาต้องเดินผ่านมาผ่านไป คือที่ที่เขาจะไม่ไปทำร้าย ไม่รบกวน แถมยังจะไม่ใจร้ายใจดำทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง เขาจะทำให้บ้านเรือน ละแวกบ้าน และถนนหนทางสะอาดเรียบร้อย เจริญหูเจริญตา มีแต่สิ่งสวยงาม มองไปทางไหนก็รื่นรมย์ ไม่ใช่มองไปแล้วหดหู่ใจ แถมยังต้องสูดกลิ่นเหม็นเน่าจากขยะเหล่านั้นอยู่ทุกวันทุกคืน
หากเราในฐานะคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร คิดปรับตัวเสียใหม่ตั้งแต่วันนี้รักกรุงเทพมหานครให้มากขึ้น โดยไม่ไปทำร้ายมันตั้งแต่วันนี้ หนทางที่ดีที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าก็จะเกิดขึ้นได้เร็ว แต่หากเรายังคิดที่จะทำร้ายกรุงเทพมหานครอยู่ต่อไป นั่นเท่ากับเรากำลังทำร้ายตัวเราเองอย่างหาที่สุดไม่ได้ ฝนตกน้ำท่วมน้ำขังใครซวยเราซวย น้ำท่วมทีมีแต่น้ำเน่าเหม็น ไม่ใช่น้ำดี มีแต่ขยะลอยเกลื่อนกลาด หนูแมลงสาบ สัตว์เลื้อยคลานวิ่งวุ่นเต็มไปหมด
น่าดูไหม ไม่น่าดูเลย
คุณว่าจริงไหมครับ?







