
การเดินทางในป่าใหญ่ วัชรบูล ลี้สุวรรณ
พระเอกนักบู๊อย่าง โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ มีบทต่อสู้ในชีวิตจริงเพื่อสัตว์ป่าและผืนป่าในประเทศไทย เขาเริ่มคลั่งไคล้สัตว์ป่า
โดย...รอนแรม ภาพ... วัชรบูล ลี้สุวรรณ
พระเอกนักบู๊อย่าง โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ มีบทต่อสู้ในชีวิตจริงเพื่อสัตว์ป่าและผืนป่าในประเทศไทย เขาเริ่มคลั่งไคล้สัตว์ป่าและเข้าป่าอย่างบ้าคลั่งมาตลอด 5 ปี
รู้จักป่าก่อนเห็นป่า
โน้ตรู้จักผืนป่าตะวันตกก่อนไปสัมผัสด้วยตัวเองผ่านนวนิยายไทยที่มักใช้ป่าห้วยขาแข้งเป็นฉาก และจากสารคดีที่เขาชอบดูมาตั้งแต่เด็กมากกว่าการ์ตูน
“มันไม่มีที่มาที่ไปว่าทำไมถึงชอบป่า อาจจะเป็นเพราะตอนเด็กๆ ผมชอบอ่านนิยายเรื่องเพชรพระอุมา ตอนนั้นอยากเป็น รพินทร์ ไพรวัลย์ พอหยิบมาอ่านก็ติดใจและอ่านมาเรื่อยๆ โตขึ้นมาก็อ่านนิตยสารสารคดีเกี่ยวกับธรรมชาติ ป่าไม้ ทำให้อยากไปเที่ยวป่า อยากไปผจญภัยในป่า อยากเห็นสัตว์ป่าตัวเป็นๆ สักครั้ง”
โน้ตยังกล่าวด้วยว่า เขาเป็นคนเมืองเต็มรูปแบบ เกิดกรุงเทพฯ โตกรุงเทพฯ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลให้เขาอยากปลีกตัวออกจากสังคมที่อยู่ประจำ จากนั้นเมื่อได้เป็นดาราก็เริ่มทำงานเพื่อการอนุรักษ์มากขึ้น
“ผมเข้าป่าอย่างจริงๆ จังๆ ก็ช่วงที่เป็นดาราแล้ว นั่นเพราะภาระบางส่วนได้ถูกแบ่งเบา เช่น เรื่องรายได้ ไม่ต้องขอเงินคุณพ่อคุณแม่แล้ว เราก็สามารถแบ่งเงินไปทำในสิ่งที่เราชอบ ทำอะไรเพื่อสิ่งที่เรารักบ้าง บางคนอาจทำบุญในวัด ช่วยเหลือคนพิการ แต่วิธีของผมคือการอนุรักษ์ป่า เพราะผมรู้สึกว่ามันเหลือน้อยแล้ว ยิ่งสัตว์ป่ายิ่งเหลือน้อยมาก”
ผืนป่าที่โน้ตผูกพันมากที่สุด คือ ผืนป่าตะวันตกทั้งห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร ผ่านการอ่านหนังสือและการดูสารคดี รวมถึงเรื่องราวของ สืบ นาคะเสถียร ผู้พิทักษ์แห่งผืนป่าห้วยขาแข้งที่เขาศึกษามานาน
5 ปีกับสัตว์ป่า
โน้ตชอบเข้าป่าห้วยขาแข้ง เพราะลักษณะเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และมีสัตว์ป่ามาก โดยเฉพาะช่วงหลังที่บ้าถ่ายภาพสัตว์ป่าจึงเข้าป่าแบบบ้าคลั่งตลอด 5 ปี
“คนที่จะเข้าไปส่องสัตว์ที่ห้วยขาแข้งอาจไม่เจออะไรเลย หรืออาจจะเจอเนื้อทรายหรือละมั่งที่คนนำไปปล่อยตามโครงการปล่อยป่าคืนสู่ป่า นั่นเพราะสัตว์ป่าในเมืองไทยมันถูกปลูกฝังให้กลัวมนุษย์มาก ยาก (ลากเสียงยาว) ที่จะเจอ อย่างผมใช้เวลา 5 ปีกว่าจะเจออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ช้าง กระทิง วัวแดง สมเสร็จ ต้องใช้เวลา 5 ปี แบบบ้าคลั่ง ผมไปทุกครั้งที่มีโอกาส เกือบทุกลองวีกเอนด์ที่มี”
โน้ตยังวิตกกับสถานการณ์จำนวนสัตว์ป่าในประเทศไทย เขากล่าวว่า ผืนป่าตะวันตกเป็นแหล่งรวมพันธุกรรมสุดท้ายของสัตว์ป่าหายากในเมืองไทย แต่คนไทยยังไม่ทราบถึงปัญหาและยังคิดว่าสัตว์หายากยังเป็นแพนด้าและสิงโต อย่างเช่นเสือโคร่งที่ตอนนี้ทั้งโลกเหลืออยู่เพียง 3,000 ตัว และถ้าแยกเป็นชนิดย่อยที่พบในไทยอาจจะเหลือแค่ 200 ตัว
“สัตว์ทุกชนิดมันมีชีวิตอยู่โดยมีเป้าหมายของมัน” โน้ตกล่าว “เป้าหมายของสัตว์ผู้ล่า มันไม่ต้องการล่าคน แต่มันต้องการล่าอาหาร กินอิ่ม และสืบพันธุ์เพื่อดำรงสายพันธุ์ให้คงอยู่ นั่นคือหน้าที่ของมัน สัตว์ป่าไม่มีหน้าที่ฆ่ามนุษย์เพื่อแสดงอำนาจความยิ่งใหญ่ อะไรก็ตามที่มันต้องเสี่ยงชีวิตหรือต้องเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น มันจะไม่ทำ”
โน้ตยังมีความฝันที่ค่อนข้างแปลกประหลาด ครั้งหนึ่งในชีวิตเขาอยากถ่ายภาพเสือโคร่งในป่าโดยที่ไม่ได้นั่งอยู่บนซุ้มบังไพร แต่อยากนั่งอยู่บนพื้น เขาอยากรู้ว่าความรู้สึกของมนุษย์ที่ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ป่าที่แข็งแรงและสามารถฆ่าคนได้มันจะรู้สึกอย่างไร
“ผมมีความรู้สึกว่ามนุษย์จะหยิ่งทะนงว่าตัวเองเก่ง ทำร้ายทุกอย่าง แต่จริงๆ คือถ้าเราไม่มีอาวุธ เราก็โคตรอ่อนแอเลย ในป่ามนุษย์อ่อนแอมาก ไม่ต้องพูดถึงสัตว์ป่า แค่ยุงกัดก็ตายได้แล้ว” เขากล่าว
เคารพ
ข่าวสัตว์ป่าถูกทำร้ายและสัตว์ป่าทำร้ายคนเกิดขึ้นบ่อยในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โน้ตแสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า เราต้องระลึกเสมอว่าสถานที่ที่เราไปมันเป็นบ้านของสัตว์ป่า
“มันไม่ใช่ที่อยู่ของคน แต่ก่อนสัตว์มันมีที่อยู่มากกว่านี้ แต่ตอนนี้มันเหลืออยู่ในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต่อให้เป็นอุทยานแห่งชาติก็มีบริการนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ ดังนั้นไม่ใช่ว่าจะไปซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไปแข่งในป่า โดยเฉพาะเรื่องให้อาหารสัตว์ รู้ไหมว่ากวางที่เขาใหญ่ตายเพราะกินถุงพลาสติกและลิงเปลี่ยนพฤติกรรมมารออาหารจากนักท่องเที่ยว เมื่อลิงไม่ขึ้นไปเขย่ายอดไม้ให้ลูกไม้หล่นพื้นให้กวางกิน เมื่อนั้นระบบนิเวศก็จะเสียไป”
โน้ตเชื่อว่าทุกคนรักป่าและอยากให้ป่ายังอยู่ แต่เขาไม่มีโอกาสได้สัมผัส หรือที่คนในเมืองก็อาจหลงลืมไปว่า อากาศ น้ำ ที่คนในเมืองใช้มันมาจากป่า ดังนั้นจึงโชคดีที่เป็นดาราทำให้มีช่องทางที่จะบอกเล่าเรื่องนี้มากขึ้น “สิ่งที่ผมออกมาพูดมันเป็นเครดิตของสิ่งที่คนอื่นค้นพบ ผมแค่เป็นคนที่นำมาเล่าต่อ” เขาเพิ่มเติม
คำสอนจากธรรมชาติ
นอกจากอากาศที่บริสุทธิ์จากป่าไม้อันสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่ธรรมชาติให้แก่ชายคนนี้คือ ชีวิตแท้จริง เขากล่าวว่า การเดินป่าทำให้เขาลดทอนสิ่งยุ่งยากในชีวิตออกไป เพราะของที่แบกอยู่มันอยู่บนหลังของตัวเอง
“เวลาเดินป่าเราจะเอาเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ อาหารก็เอาไปแบบพอกิน พออิ่ม พอแก้กระหาย เสื้อผ้าเราก็ใส่อะไรก็ได้ ขออย่างเดียวอย่าให้ยุงกัด กันแดดได้ ซึ่งมันคือเป้าหมายของการแต่งตัวจริงๆ เวลานอนขอแค่เปลไม่เปียกก็นอนสบายแล้ว ผมว่ามันเป็นสิ่งเรียบง่ายและเป็นความสุขจริงๆ”
นอกจากนี้ ป่ายังทำให้เขาเห็นคุณค่าของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวหนึ่งถ้วย ลูกอมหนึ่งเม็ด น้ำหนึ่งหยด ทุกอย่างมีคุณค่ามากขึ้นเมื่ออยู่ในป่า รวมถึงความหมายของเพื่อนร่วมทางที่จะค้นพบตัวตนของเขาจริงๆ
โลกของวัชรบูล
ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ โน้ตอยากให้โลกใบนั้นมีมนุษย์ที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ “ถ้าย่อโลกของผมให้เป็นแค่ประเทศไทย ผมอยากให้มีป่าเยอะกว่านี้ ผมอยากให้ผืนป่าตะวันตกเป็นผืนเดียวผืนใหญ่ที่ไม่มีอะไรมาแบ่งแยก อยากให้ประเทศไทยมีป่าไม้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเป็นป่าที่สมบูรณ์จริงๆ มีสัตว์ป่าตั้งแต่ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารไปจนถึงเหยื่อให้มันเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์” โลกในฝันของโน้ตสามารถเป็นจริงเพียงแค่ปล่อยป่าไปแล้วมันจะสมบูรณ์







