posttoday
"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก

03 พฤศจิกายน 2558

ละครเวทีแอบเสิร์ดคอมเมดี้สะท้อนสังคม ผลงานของผู้กำกับดาวรุ่งพุ่งแรง “นัสลี ละบายดีมัญ”

โดย...ศศิธร จำปาเทศ

“ชาลี มี โฮม” ละครเวทีโรงเล็ก ผลงานเรื่องล่าสุดของ "นัสลี ละบายดีมัญ" ผู้กำกับดาวรุ่งวัย 26 ปี เจ้าของบทละครดั้งเดิมยอดเยี่ยมจากละครเวทีเรื่อง “ทรงพลอยู่ไหน?” เทศกาลละครเวทีกรุงเทพ ปี 2556

วันนี้ เขากลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมอีกครั้งในเทศกาลละครเวทีกรุงเทพ ครั้งที่ 13 ที่จะถึงนี้

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก

ปฐมบท “ชาลี มี โฮม”

ทุกเย็นๆในห้องซ้อมชั้น 2 ของตึกแถวแห่งหนึ่งย่านซอยรางน้ำ หลายคนคงจะเห็นภาพการซ้อมละครเวทีของเหล่านักแสดงผู้มีความฝันเดียวกันที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก โดยมีนัสลี ละบายดีมัญ เป็นผู้กำกับที่คอยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองและทุกคนในทีมละคร

“ไม่รู้สึกว่าเราเด็กไป มันไม่ได้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะทำ เพราะมันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราทำได้ แล้วเราก็อยากเล่าในสิ่งที่เราคิด” ประโยคนี้นับเป็นหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่าเขาตั้งใจสร้างผลงานขนาดไหน

นัสลี เล่าว่า จุดเริ่มต้นของละครเวทีเรื่องชาลี มี โฮม เกิดจากสเตตัสของรุ่นพี่คนหนึ่งที่โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการลงโทษนักเรียนชายชั้น ม.2 ของคุณครู ด้วยการเปิดดูโทรศัพท์มือถือ คำถามที่เกิดขึ้นคือ การลงโทษแบบนี้สมควรหรือไม่?

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก

“พอเราเห็นสเตตัสนั้น ก็เริ่มเกิดคำถามถึงการลงโทษ และสงสัยว่าเส้นแบ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่นั้นอยู่ตรงไหน ส่วนตัวคิดว่าเด็ก ม.2 เริ่มมีวุฒิภาวะประมาณหนึ่ง เป็นวัยที่มีมาด เริ่มเข้าหาเพื่อนต่างเพศ โทรศัพท์มือถือเป็นพื้นที่เก็บเรื่องส่วนตัวของเขา การที่ใครคนอื่นเปิดมือถือของเขาขึ้นมา ไม่มีทางรู้เลยว่าจะเจออะไรบ้าง ถึงแม้ว่าครูจะไม่อยากรู้สิ่งเหล่านั้น แต่จะรับประกันได้อย่างไรว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่กระทบกระเทือนต่อจิตใจเด็ก สังคมใช้อะไรตัดสินคำว่าเด็กและคำว่าผู้ใหญ่ มันต่างกันอย่างไร ควรวัดจากตรงไหน เราไม่อยากให้มองว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ผิด เพราะเด็กก็มีความเป็นเด็กที่จะเข้าใจบางอย่างและไม่เข้าใจบางอย่าง ไม่สามารถจะบอกว่าเด็กไม่เข้าใจอะไรเลย"

ผู้กำกับหนุ่มให้ทัศนะว่า คำว่าเด็กกับผู้ใหญ่ เป็นอะไรกันที่กลืนหรือทับซ้อนกันอยู่ และมีอีกหลายเรื่องที่เกิดจากคำสองคำนี้  เป็นเครื่องมือใช้ตั้งสถานะเพื่อจะทำอะไรบางอย่าง พอถูกแปะป้ายขึ้นต้นว่าด้วยคำว่าเด็ก ภาวะที่ต่ำกว่าจะถูกแสดง ขณะที่หลายคนบอกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่จะดูมีภาวะสูงกว่าทันที ทั้งที่บางครั้งไม่ได้มีบริบทมาอธิบายว่าคุณสูงกว่าหรือต่ำกว่า

ทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างละครชื่อว่า "ชาลี มี โฮม" เรื่องนี้ขึ้น

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก นัสลี ละบายดีมัญ

"แอบเสิร์ดคอมเมดี้" สะท้อนสังคม

ชาลี มี โฮม เป็นเรื่องราววุ่นๆของสองแม่ลูกสุดซ่า เมื่อพวกเขาได้พบกับเด็กชายผู้หลงทางนามว่า "ชาลี" เจ้าหนูไร้เดียงสาที่พูดได้แค่คำว่า “ชาลี” กับ “โฮม” โดยหนทางระหว่างพาหนุ่มน้อยชาลีกลับบ้านนั้นเต็มไปด้วยประสบการณ์สุดฮา ชวนให้คิดตามถึงสิ่งที่ผู้กำกับและนักแสดงกำลังจะสื่อ

“ชาลี มี โฮม เป็นละครเวทีแนวแอบเสิร์ดคอมเมดี้ที่ส่วนตัวชอบอยู่แล้ว คือมีตัวละครโง่ๆ ทำเรื่องไร้สาระ ไม่เป็นเหตุเป็นผล แต่ทับซ้อนประเด็นเอาไว้ในนั้น จึงลองเอาตัวละครกับความไร้สาระในแบบที่เราเห็น แปะป้ายความเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ ใส่ลงไปในตัวละคร โดยเบื้องหลังไม่ได้วางโครงเรื่องไว้เป็นหลัก แต่เลือกใส่เหตุการณ์และวิธีการที่ตัวละครจะจัดการเข้าไปตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

นัสลี บอกว่า ละครสะท้อนสังคมในบางบริบท ตัวเองไม่ได้คาดหวังหรือกำหนดว่าคนดูจะต้องคิดอย่างไร แต่อยากให้เข้ามามีส่วนร่วมสนุกสนานกับละคร หรือแลกเปลี่ยนมุมมองกันมากกว่า โดยหวังว่าชาลี มี โฮม จะเป็นส่วนหนึ่งที่สะกิดความคิดของผู้ชมให้เห็นว่า ในสังคมยังมีเรื่องที่คุณอาจมองข้ามไป

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก บรรยากาศการซ้อมก่อนถึงวันแสดงจริง

 

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก

เสน่ห์ของละครโรงเล็ก ...สดและใกล้แค่เอื้อม

ผู้กำกับคนเก่ง เล่าให้ฟังต่อว่า เสน่ห์ของละครเวทีโดยปกติคือความสดใหม่ ซึ่งผู้ชมจะได้สัมผัสมากขึ้นจากละครโรงเล็ก เรื่องราวนั้นอยู่ใกล้มากแค่เอื้อมมือ ให้ความรู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่ในชีวิตของตัวละคร และที่สำคัญผู้ชมยังจะได้รับแรงบันดาลอีกมากมายในแบบที่คาดไม่ถึง

“ละครโรงเล็กสามารถเล่นในพื้นที่ที่จำกัด มันทำง่ายกว่า อาจจะเป็นสตูดิโอหรือร้านกาแฟก็ได้ ซึ่งมันจะไม่ค่อยเป็นลักษณะโรงละครที่คุณจะซื้อตั๋วขึ้นมานั่งดูห่างๆ หรือมีความอลังการเหมือนที่เรารู้สึกกับละครเวทีทั่วไป เป็นพื้นที่ของศิลปินที่จะได้แสดงความคิด สร้างสรรค์งานแสดงออกความคิดของเราตามข้อจำกัดของพื้นที่เล็กๆ และต้องยอมรับว่าเราไม่ได้มีเงินทุนเยอะในการทำละครใหญ่ๆ อีกส่วนหนึ่งต้องการให้คนเข้าถึง เรารู้สึกว่าละครแบบนี้ เราจะมีส่วนร่วมกับการแสดงมากกว่าดูละครไกลๆ ด้วยความใกล้จะทำให้เราสัมผัสอารมณ์ของนักแสดงได้มากกว่า”

อย่างไรก็ดี เนื่องจากละครโรงเล็กยังไม่เป็นที่นิยมหรือรู้จักมากนัก จึงนับเป็นความท้าทาย เป็นโจทย์สำคัญในการคิด วิเคราะห์ ถึงมุมมองของคนดู เพื่อสร้างละครให้เกิดความประทับใจหรือเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม สำหรับคนที่ไม่เคยดูละครเวทีเลย ละครเวทีโรงเล็กอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเขาได้

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก

“อยากให้ลองเปิดใจ คุณอาจจะชอบละครเวทีขึ้นมาก็ได้ เพราะปกติละครเวทีที่คนทั่วไปรู้จักต้องเป็นละครโรงใหญ่ บัตรเข้าชมมีราคาค่อนข้างแพง ละครโรงเล็กของเราไม่ได้แพงมาก อยู่ในราคาที่ถูกกว่าและใกล้เคียงกับหนังในโรงภาพยนตร์ เราไม่ได้กำหนดกลุ่มคนดู แต่ขอให้พร้อมที่จะเปิดรับและสนใจสิ่งที่เรากำลังสื่อ อยากส่งต่อประเด็น เพราะเราเชื่อว่าเราก็ยังอยู่ระหว่างของคำว่าเด็กกับผู้ใหญ่  อยู่ตรงแก่นนั้นพอดี เหมือนที่ละครเรื่องนี้กำลังแสดงให้เห็น เชื่อเถอะว่า คุณจะประทับใจ”นัสลีทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ละครเวที “ชาลี มี โฮม” เขียนบทและกำกับการแสดงโดยนัสลี ละบายดีมัญ เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลละครกรุงเทพ ครั้งที่ 13 จัดแสดงวันที่ 5-6 พ.ย.2558 เวลา 19.10 น. และเสาร์ 7 -8 พ.ย. 2558 เวลา 13.10 น. ณ Minibox ห้อง 501 ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บัตรราคา 300 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/events/901809529855912/ หรือโทร 083-705-7157 (เฟิร์น) , 085-900-4689 (ออม)

ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง !!!

"ชาลี มี โฮม" ละครเวทีสะท้อนช่องว่างผู้ใหญ่-เด็ก โฉมหน้าทีมงานเบื้องหลังละครเรื่องชาลี มี โฮม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท