
พงศธร ศรีปินตา สดใสและท้าทาย
เคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ “เกรียนฟิคชั่น” (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) ตอนอายุ 17 แต่มาแจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างจากภาพยนตร์อิสระชวนจิ้น “พี่ชาย”
โดย...แจนยูอารี ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
เคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ “เกรียนฟิคชั่น” (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) ตอนอายุ 17 แต่มาแจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างจากภาพยนตร์อิสระชวนจิ้น “พี่ชาย” (ณิชภูมิ ชัยอนันต์) มีแฟนๆ ตามกรี๊ดตามเชียร์ เพราะอยากรู้จักตัวตน แถมยังตั้งข้อสงสัยต่อพระเอกหน้าใส “ฟลุ๊ค-พงศธร ศรีปินตา” เป็น (เกย์) จริงหรือเปล่า ทำไมเล่นได้เนียนจัง
“ตอนนั้นกระแสดีเลยครับ (หัวเราะ) มีคนรู้จักเยอะมาก ไปไหนใครๆ ก็ทัก ต่างประเทศกระแสก็ดีครับ มีแฟนคลับแล้วเหมือนกัน ที่เมืองจีนกับที่เวียดนาม ที่เวียดนามผมมีงานแฟนมีตติ้ง 3 ครั้งแล้วครับ ส่วนเมืองจีนเพิ่งไปมาวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีทีเดียว ปลื้มนะครับ ผมเองก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจและให้การตอบรับขนาดนี้ เพราะเป้าหมายจริงๆ ของผมก็ไม่ได้อยากเป็นนักแสดงหรอกครับ แต่เมื่อโอกาสมา พี่ๆ ให้โอกาส เอาวะ ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร แต่กลายเป็นมันเกินคาดครับ”
วันนี้โตเป็นหนุ่มวัย 19 (เกิด 1 มิ.ย. 2539) เกิดแต่ความสดใสเริงร่านั้นไม่เคยเปลี่ยน อีกทั้งความคิดความอ่านยังก้าวไกล จนค่ายบันเทิงยักษ์ “เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์” คว้าตัวจับมาเซ็นสัญญาฐานะนักแสดงในสังกัด ล่าสุดภาพยนตร์เรื่องใหม่ “มอญซ่อนผี” (ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ) ก็เข้าฉายเรียบร้อย
“ในเรื่องผมเล่นเป็นกะเทยชาวมอญที่มีความฝันอยากจะมาหาเงินไปทำนม แต่ลึกๆ เป็นคนจิตใจดีครับ (หัวเราะ) ชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ แต่สุดท้ายก็ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ มาให้เพื่อนๆ อันนี้ต้องไปดูในหนังกันเองครับ ว่าตัวละครตัวนี้ได้นำอะไรมาให้เพื่อนๆ บ้าง
ตัวละครตัวนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเดินเรื่องหลัก แต่เป็นตัวละครที่มีความสนุกและตลก ผมแสดงเองผมยังรู้สึกรักตัวละครตัวนี้เลย เพราะมันไม่ใช่แค่ว่าเล่นเอาฮาเหมือนตัวละครกะเทยที่เคยเห็นทั่วไปอย่างเดียว แต่มันยังแฝงอะไรไว้ให้ผู้ชมได้นำไปคิดต่อได้ด้วย”
นอกจากพงศธรจะมีภาพยนตร์สยองขวัญ ไม่กี่เดือนก่อนหน้า เขายังได้รับบทเด่นในผลงานโรแมนติก-ทริลเลอร์ “คืนนั้น” (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) ที่สร้างความลุ้นระทึกและความหวาบหวามหัวใจให้ผู้ชมฟินจิกหมอนกันมาแล้ว
“คืนนั้นถือว่าแรงที่สุดเท่าที่ผมเคยแสดงมาครับ บทก็แรง เนื้อหาก็แรง การแสดงก็แรง จนหนังได้เรต 18+ ผู้กำกับก็อยากให้ออกมาสมจริง มันเลยต้องแสดงจริงตามที่ผู้กำกับอยากได้ ภาพที่ออกมาเลยค่อนแรงในสายตาผู้ชม ถอดจริง จูบจริง ตอนแรกก็อาย (ยิ้มเขิน) ไม่กล้า แต่เมื่อผมตัดสินใจเล่นแล้ว และผมก็เป็นนักแสดง ผมก็ต้องแสดงให้สมบทบาท
ฟีดแบ็กที่ผมได้รับมีสองแง่นะครับ แง่ดีคือเป็นบทที่ท้าทายและแปลกใหม่ ไม่ค่อยมีใครทำ แง่ลบก็คิดว่าบทแรงไปหนังแรงไป สรุปมีทั้งด่าและชมครับ (หัวเราะร่วน) แต่ไม่ว่าจะด่าหรือชม นั่นคือกำลังใจที่ทำให้ผมต้องพัฒนาฝีมือการแสดงในเรื่องต่อๆ ไป
ส่วนตัวผมมองว่างานแสดงก็คืองาน อยากให้ผู้ชมแยกแยะให้ออกและให้เป็น ถึงแม้บทนั้นจะเป็นบทอะไรก็ตาม เป็นเกย์ เป็นกะเทย เป็นพระเอก หรือเป็นตัวประกอบ ผมมีหน้าที่แสดงก็ต้องตีบทให้แตก ต้องแสดงให้สมบทบาท ผมว่านั่นล่ะคือหัวใจของการเป็นนักแสดง มองอีกมุมผมก็ถือว่าโชคดีที่ได้แสดงบทท้าทาย คนอาจจะจำภาพผมว่ารับแต่บทเกย์ แต่ผมว่ามันก็ไม่ซ้ำกันเลย มันมีอะไรให้เล่นได้ทดลองอีกเยอะเลย มันก็ทำให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน ถ้ามีบทอื่นมาผมก็อยากลองนะครับ”
ขณะที่ผลงานจากต้นสังกัด นักแสดงชาว จ.ลำพูน บอกเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่รีบร้อนอะไร ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ว่าจะมอบความไว้วางใจให้เขาได้โชว์ศักยภาพด้านไหนออกมา การแสดง หรือพิธีกร คงต้องอดใจรอ
“ตอนนี้ผมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ผมเรียนที่คณะศิลปศาสตร์ เอกวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ การรับงานแสดงก็ไม่อยากให้กระทบกับการเรียน เพราะอยากทำสองอย่างให้ดีในเวลาเดียวกัน อย่างคืนนั้นตอนแรกก็หวั่นๆ นะครับว่าจะโดนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่ามั้ย แต่พอผมอธิบายว่ามันเป็นการแสดง อาจารย์ก็เข้าใจ ตัวผมเองจากนี้ไปการเลือกบทก็คงจะเลือกบทที่ไม่ให้กระทบกับมหาวิทยาลัย หรือคนรอบข้าง ต้องน่าสนใจและอยากแสดงจริงๆ ถึงจะรับ
งานที่เวิร์คพอยท์ก็ยังไม่มีครับ งานพิธีกรสำหรับผมไม่น่าจะเหมาะเท่าไหร่ เพราะผมเป็นคนพูดไม่เก่ง ยังพูดติดๆ ขัดๆ อยู่เลยครับ (หัวเราะชอบใจ) คิดว่างานแสดงน่าจะเหมาะกับผมที่สุดแล้ว ก็อยู่ที่ผู้ใหญ่ครับ ตอนนี้ก็เลยมีแต่งานนอกค่าย ซึ่งก็ต้องขออนุญาตผู้ใหญ่ว่าอะไรเหมาะไม่เหมาะ จบจากมอญซ่อนผีก็จะมีซีรี่ส์ รัก+เกรียน นักเรียนสี่ภาค ผมเล่นเป็นเด็กมัธยมภาคเหนือ มีอู้คำเมืองด้วยครับ น่าจะออนแอร์ทางโมเดิร์นไนน์ทีวีเร็วๆ นี้ครับ”







