posttoday

สยามสแควร์ไซ่ง่อน จัตุรัสโฮจิมินห์

02 พฤศจิกายน 2558

ก่อนเดินทางไปนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีหลายคนให้ไปดูอนุสาวรีย์โฮจิมินห์ที่เพิ่งเปลี่ยนจากรูปปั้นลุงโฮอุ้มเด็กเป็นท่ายืน

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

ก่อนเดินทางไปนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีหลายคนให้ไปดูอนุสาวรีย์โฮจิมินห์ที่เพิ่งเปลี่ยนจากรูปปั้นลุงโฮอุ้มเด็กเป็นท่ายืน แลนด์มาร์กแห่งนี้อยู่ด้านหน้าตึกโฮจิมินห์ซิตี้ฮอลล์ หรือศาลาว่าการเมือง ไม่ห่างจากโอเปร่าเฮาส์ และล้อมรอบไปด้วยโรงแรมหรู ร้านค้าแบรนด์เนม และร้านเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ท้องถิ่นที่หลุดกรอบจากคำว่าสังคมนิยม เวิ้งจัตุรัสโฮจิมินห์จึงเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่พลาด แต่สิ่งที่จะพลาดคือ สยามสแควร์แห่งไซ่ง่อน

ใครจะไปเชื่อว่าสถานที่ที่คนไปเคารพและยืนระลึกถึงวีรกรรมสร้างชาติของโฮจิมินห์จะเปลี่ยนเป็นสยามสแควร์เมื่อฟ้ามืดลง ลักษณะเป็นแบบนี้ ช่วงเย็นของวันเสาร์และอาทิตย์ ถนนหน้าอนุสาวรีย์จะปิดเป็นถนนคนเดิน แต่ไม่มีร้านขายของอย่างที่เราเข้าใจ เพราะทั้งถนนมีแต่ “คนเดิน” โดยกิจกรรมของวัยรุ่นแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มานั่งสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟ วัยรุ่นจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ นั่งกินอาหารบนม้านั่งบ้าง นั่งกับพื้นบ้าง เกือบทุกคนถือเครื่องดื่มชนิดเดียวกันคือ กาแฟเย็น

น่ารักตรงที่วัยรุ่นดื่มกาแฟและเซลฟี่เหมือนเป็นเทรนด์อย่างหนึ่ง จากที่พยายามสังเกตในวันนั้นไม่เห็นใครดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์และสูบบุหรี่แม้แต่คนเดียว

ถัดมาคือกลุ่มคู่รักที่แสดงออกจนน่าอิจฉา มักจะจับจองพื้นที่ใต้เสาไฟและใต้ต้นไม้เป็นมุมสวีท และกลุ่มสตรีทโชว์ทั้งร้องเล่นเต้นรำสร้างสีสันและแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างน่าสนใจ
นอกจากนี้ ถ้าใครอยากเห็นว่าเทรนด์แฟชั่นของโฮจิมินห์เป็นอย่างไร วัยรุ่นบนลานนั้นตอบได้ชัดเจน

เย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ใครๆ ก็มาลานจัตุรัสโฮจิมินห์ ไม่มีเพียงวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังมีพ่อแม่พาลูกๆ มาเดินเล่น ฟังเพลง (ทั้งลานกึกก้องไปด้วยเพลงรักชาติทำนองเพลงมาร์ช) และดูน้ำพุประกอบแสงเสียง เห็นแล้วก็เกิดคำถามว่า คนที่นี่เขาไปเดินห้างกันหรือ?

ไกด์ท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านช่วงวัยรุ่นมาหมาดๆ ตอบว่า โฮจิมินห์ไม่มีห้างสรรพสินค้ามากมายเหมือนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านขายสินค้าแบรนด์เนมในโรงแรมห้าดาวครั้นจะไปเดินในนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำ สู้มานั่งคุยกัน กินข้าวด้วยกันจะสนุกกว่า ที่สำคัญลานหน้าอนุสาวรีย์เพิ่งปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกดอกไม้ สร้างน้ำพุ จัดไฟ และมีตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา ชาวเมืองโฮจิมินห์จึงเห็นเป็นที่พักผ่อนแห่งใหม่จากที่เมื่อก่อนจะไปนั่งตามริมแม่น้ำไซ่ง่อน หรือในสวนสาธารณะ

พื้นที่เพียงกิโลเมตรกว่าต่อหน้ารูปปั้นลุงโฮจึงสามารถบ่งบอกได้ว่าเมืองนี้กำลังเป็นอย่างไร ผ่านรสนิยม กระแสสังคมหรือเทรนด์ รวมถึงแรงกระเพื่อมบางอย่างที่ซ้อนอยู่ในระบอบสังคมนิยม อย่างการเปิดกว้างทางเพศที่แม้ไม่มีใครฟันธงว่าสังคมนี้เปิดแล้ว แต่ภาพที่เห็นมันยืนยันว่ามีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่อยากเห็นไลฟ์สไตล์ชาวเมืองอย่างแท้จริงห้ามพลาด ช่วงบ่ายอาจจะหาร้านกาแฟเก๋ๆ นั่งดูชีวิตตอนกลางวัน จากนั้นพลบค่ำค่อยออกมาเดินชมสถาปัตยกรรม ล้อมวงดูสตรีทโชว์ เดินเล่นต่อหน้าลุงโฮ และที่สำคัญอย่าลืมซื้อกาแฟเย็น

ข่าวล่าสุด

เครือข่ายงดเหล้าร้อง สคอ. ตรวจโฆษณาตราเสมือนค่ายน้ำเมาทำผิดกฎหมายใหม่