
บนถนนหนทาง ซูเปอร์ไฮเวย์
เมื่อสิบปีก่อนผมคุ้นเคยกับสถานีขนส่งหมอชิตพอสมควร เป็นชานชาลาสำหรับการเดินทางต่อไปลงพื้นที่ตามหาเด็กหาย
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
เมื่อสิบปีก่อนผมคุ้นเคยกับสถานีขนส่งหมอชิตพอสมควร เป็นชานชาลาสำหรับการเดินทางต่อไปลงพื้นที่ตามหาเด็กหายและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ตามจังหวัดต่างๆ
ให้หลังมา 5-6 ปี ในยุคโลกออนไลน์ปรากฏว่า สถานีขนส่งหมอชิตมีชื่อให้เช็กอินเก๋ๆ บน Facebook ก่อนขึ้นรถทัวร์ว่า “ท่าอากาศยานนานาชาติหมอชิต”
การลงพื้นที่โดยรถทัวร์เป็นประสบการณ์ที่ลุ้นระทึกตลอดเวลา โดยเฉพาะงานของผมส่วนใหญ่ที่มักลงพื้นที่ในภาคอีสานเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 8 ชั่วโมง คือเดินทางตอนค่ำ เพื่อไปถึงปลายทางในตอนเช้ามืด ผมลุ้นตั้งแต่เห็นพนักงานขับรถเป็นครั้งแรกเมื่อก้าวเท้าขึ้นรถ ผมประเมินจากภายนอกตั้งแต่อายุของคนขับ ลักษณะท่าทาง ถ้าเจอคนขับมีอายุหน่อย ก็พออุ่นใจว่ามีประสบการณ์ในการขับรถมานาน น่าจะไว้ใจได้ บางครั้งเจอคนขับวัยรุ่นท่าทางใจร้อน ก็พลอยร้อนใจว่าการเดินทางตลอดเส้นทางคงต้องนอนสวดมนต์นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นระยะๆ
หลายครั้งการนั่งรถทัวร์ได้พาผมตกอยู่ในภวังค์แห่งความกลัวอย่างสุดขีด ผมมักตกใจตื่นมาในตอนดึกเมื่อเริ่มรู้สึกว่ารถทัวร์ที่นั่งมาเริ่มส่ายหรือแล่นด้วยความเร็วสูงมาก และผมพบว่าเพื่อนร่วมทางอีกหลายคนก็ตกใจตื่น มีสีหน้าท่าทางวิตกหวาดกลัวไม่แพ้กัน เป็นเรื่องของการไม่มีทางเลือกสำหรับพวกเรา โชคดีผมยังไม่เคยประสบเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่ร้ายแรงจากการนั่งรถทัวร์ แต่ความลุ้นระทึกในหลายๆ ครั้งทำให้ผมออกห่างจากการนั่งรถทัวร์ไปพึ่งการเดินทางด้วยรถไฟแทน แต่กระนั้นก็พบปัญหาว่า เวลาจะนัดหมายใครในพื้นที่ ผมอาจผิดนัด หรือไปไม่ถึงตามเวลานัดหมาย เพราะความล่าช้าหรือไม่ตรงเวลา ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างของรถไฟไทย
เมื่อถึงจังหวัดจุดหมายปลายทาง ผมต้องอาศัยรถของหน่วยงานราชการหรือสื่อมวลชนท้องถิ่นต่อเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แน่นอนว่าการลงพื้นที่ในลักษณะนี้จะต้องรีบไปรีบกลับ เพราะขอติดรถเขาไป เมื่องานของเขาเสร็จ แต่ของเราซึ่งอาจจะต้องเก็บข้อมูลละเอียดกว่ายังไม่แล้วเสร็จ ก็จำเป็นต้องกลับออกมาพร้อมเขา นี่เป็นปัญหาสำคัญของการนั่งรถโดยสารไปลงพื้นที่ในงานเก็บข้อมูล
บางครั้งหากเป็นงานลงพื้นที่ในจังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ เราก็เคยใช้วิธีการเหมารถแท็กซี่ไป ซึ่งก็คล่องตัวพอสมควร ผมเคยเหมารถแท็กซี่ไปลงพื้นที่ไกลถึง จ.พิจิตร แต่ก็พบปัญหาว่า การมีบุคคลภายนอกไปลงพื้นที่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะบางกรณีที่ลงพื้นที่มีความละเอียดอ่อนของประเด็นและต้องเป็นความลับ และระยะหลังราคาในการเหมารถค่อนข้างแพง เพราะเขาคิดค่าเสียเวลาในการรอด้วย จึงทำให้ยกเลิกการใช้วิธีนี้ไปในที่สุด
ต่อมาผมเริ่มมีการพัฒนา เป็นการเช่ารถตู้รับจ้างในการลงพื้นที่ เหมือนจะสบายเพราะรถราใหญ่โต แถมได้นอนพักผ่อนระหว่างการเดินทาง แต่นั่นก็เหมือนฝากชีวิตไว้กับคนขับอีกครั้ง และเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจก็กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกเช่นเคยสำหรับการลงพื้นที่ในกรณีที่มีความละเอียดอ่อน ไม่ต้องการให้คนภายนอกรับรู้ กระทั่งครั้งหลังสุดในการเช่ารถตู้ลงพื้นที่ ปรากฏว่าได้คนขับอารมณ์ร้อน พวกเรานั่งตัวเกร็งตลอดทาง เอาแค่จะบอกคนขับให้แวะจอดบางจุดยังต้องรู้สึกเกรงใจในอารมณ์ของคนขับ สุดท้ายจึงเลิกจ้างรถตู้ลงพื้นที่ในที่สุด
ต่อมาเริ่มพัฒนาไปอีกขั้น เมื่อทีมงานผมสมัครบัตรเครดิตผ่าน กลายเป็นคนเริ่มมีเครดิต จึงสามารถเช่ารถยนต์ขับไปลงพื้นที่เองได้ ในทีมงานผม เราต่างมั่นใจกันว่า ต่างคนต่างมีภาระทางครอบครัวต้องรับผิดชอบ ดังนั้นพวกเราจึงขับรถด้วยความระมัดระวัง การเช่ารถขับเองเพื่อลงพื้นที่เป็นอิสระมาก เพราะทำงานได้ละเอียดขึ้น อยู่ในพื้นที่ได้นานขึ้น และมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ไปตามเบาะแสที่ได้รับแจ้งมา แต่กระนั้นก็มีค่าใช้จ่ายสูงมากสำหรับรถยนต์ที่มีสมรรถนะในการเดินทางไกลที่ปลอดภัย เฉลี่ยค่าเช่ารถรวมประกันตกเกือบวันละ 2,000 บาท ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งหนึ่งเกือบสัปดาห์ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร
เกือบสองปีก่อน ผมไปออกรายการทีวี Gossip Moms ที่มีคุณนิหน่า สุฐิตา และคุณเป้ย ปานวาด เป็นผู้ดำเนินรายการ รายการนี้เนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลเด็ก ก็คุยกันเกี่ยวกับเรื่องการลงพื้นที่ตามหาเด็กหาย ซึ่งวันนั้นพิธีกรทั้งสองท่านอินมาก คงเนื่องจากมีลูกแล้วทั้งสองท่าน
หลังเลิกรายการ คุณนิหน่าบอกว่า ถ้าจะลงพื้นที่และต้องการใช้รถให้แจ้งมา เนื่องจากสามีคุณนิหน่า คือ คุณแบงค์-พชร ปัญญายงค์ เป็นตัวแทนจำหน่ายของโตโยต้าในนามบริษัท โตโยต้า บางกอก ยินดีที่จะสนับสนุนพาหนะในการลงพื้นที่ตามหาเด็กหายของพวกเรา
วันหนึ่งผมต้องลงพื้นที่ไปตามหาเด็กหายที่อุตรดิตถ์ ปรากฏว่าหารถไปลงพื้นที่ไม่ได้เลย นึกถึงเรื่องที่คุณนิหน่าเคยบอกกับผมเรื่องรถ ผมจึงส่งข้อความไปหาคุณนิหน่า ส่งข้อความไปไม่ถึงห้านาที คุณนิหน่าตอบกลับมาแจ้งเวลาให้ไปรับรถพร้อมเบอร์ติดต่อ ผู้ประสานงาน หลังจากนั้นผมรบกวนคุณนิหน่าและคุณแบงค์อีกหลายครั้ง ซึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือด้วยดีเสมอมาทุกครั้ง
ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้รบกวนรถจากคุณนิหน่าและคุณแบงค์อีกครั้ง มีภารกิจลงพื้นที่ด่วนร่วมกับตำรวจและสื่อมวลชน
หลังจากไปรับรถที่บริษัท โตโยต้า บางกอก มีกระดาษเสียบติดที่หน้ารถ ข้อความระบุถึงการเช็กสภาพรถ และย้ำว่าให้ตรวจสภาพรถเพื่อเตรียมสำหรับเดินทางไกล นี่เป็นสิ่งที่คุณแบงค์ พชร เตรียมการสำหรับพวกเราก่อนรับรถไปลงพื้นที่ตามหาเด็กหาย
ระหว่างลงพื้นที่รอบนี้ โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุ มีไก่ข้างทางวิ่งออกมาตัดหน้า ผมไม่สามารถเหยียบเบรกได้ เพราะมีรถหลังตามมาอาจเกิดอุบัติเหตุชนท้ายได้ และถ้าหักหลบกะทันหัน รถคงเสียหลัก
สุดท้ายรถจึงชนกับไก่ที่วิ่งมาอย่างจัง เสียงดังจนพวกเราในรถตกใจ แต่เราไม่มีโอกาสจอดดูความเสียหายได้ เนื่องจากเป็นถนนเลนสวน ไม่มีที่จอดที่ปลอดภัยพอ จึงขับรถมาได้สักระยะถึงได้ลงมาดูความเสียหาย ปรากฏว่าสเกิร์ตกันชนหลุดหายไปข้างหนึ่งด้วยความแรงจากการชน
ยอมรับเลยว่าชนไก่ตายก็เสียขวัญพออยู่แล้ว รถที่ยืมมายังเสียหายอีก เรียกว่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย สุดท้ายตั้งสติขับมาจนถึงที่หมาย และส่งข้อความไปหาคุณแบงค์ พชร เพื่อแจ้งเรื่องอุบัติเหตุและขอรับผิดชอบต่อความเสียหาย
คุณแบงค์ พชร ตอบกลับมาทันทีว่าไม่เป็นไร รถมีประกัน ไม่ต้องกังวล และบอกผมย้ำว่า ถือว่าทำบุญร่วมกัน ผมได้แต่ขอบคุณ และนี่เป็นการยืนยันว่า มูลนิธิกระจกเงาไม่ได้ตามหาเด็กหายเพียงลำพัง มีคนช่วยเราอีกมาก ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังครับ
บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์ ที่ผมท่องไปเพื่อตามหาเด็กหาย ผมไม่ได้เดินทางอย่างเดียวดายจริงๆ ครับ







