posttoday
เคลลอกก์ฟันธง! ศตวรรษที่ 21 คือช่วงเวลาแห่ง HR

เคลลอกก์ฟันธง! ศตวรรษที่ 21 คือช่วงเวลาแห่ง HR

19 กรกฎาคม 2553

เรื่อง : รศ.ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/ ภาพ :HO

ค่ำคืนนี้ผู้เขียนร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่มีอดีตคณบดีของเคลลอกก์ (Kellogg School of Management แห่ง Northwestern University) ถึง 2 ท่านเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเป็นการเลี้ยงสังสรรค์พบปะพูดคุยกันระหว่างอาจารย์จากนานาประเทศที่เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการ International Teachers Program ที่เคลลอกก์ การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพในการเป็น“ครู” ของอาจารย์ ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนนั้นๆ หลักสูตรนี้มีอาจารย์สุดยอดฝีมือในสาขาต่างๆ ที่ได้รับยกย่อง หรือได้รับรางวัลว่าเป็นอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมของมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันมาถ่ายทอดและแบ่งปันวิทยายุทธ์ให้พวกเราฟังกันตลอดเวลา 1 สัปดาห์

อาจารย์อย่างผู้เขียน และเพื่อนร่วมอาชีพอีก 40 กว่าคน ต่างสนุกสนานกับบทบาท“นักเรียน” ของเราในหลักสูตรนี้ และร่วมกันเรียนรู้จากกันและกัน และคืนนี้เราก็มีโอกาสที่จะ “ถามอะไรก็ได้” กับโปรเฟสเซอร์โดนัลด์ พี. เจค็อบส์ และโปรเฟสเซอร์ดิพัค ซี. เจน สองอดีตคณบดีของเคลลอกก์

หนึ่งในคำถามจากคณาจารย์ที่เข้าร่วมงานดินเนอร์ก็คือ ในโลกของสถาบันที่สอนการบริหารธุรกิจ (Business School) ในขณะนี้มีประเด็นเรื่องอะไรที่เป็นประเด็นที่ท้าทายนักบริหารมากที่สุด คณบดีเจนได้ให้คำตอบกับคำถามนี้ว่า จากความคิดเห็นของท่าน ศตวรรษที่ 21 นี้คือศตวรรษของต้นทุนมนุษย์ (Century of Human Capital) เนื่องจากในปัจจุบันนี้องค์กรต่างๆ ประสบปัญหาของการขาดบุคลากรที่มีความสามารถสูง ในขณะที่องค์กรธุรกิจเติบโตและแตกตัว (Diversity) ออกลูกมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ธุรกิจใหม่ๆ งานใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้สังคมธุรกิจต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะบริหารงานในหน้าที่ใหม่ และถึงแม้ว่าตำแหน่งงานบางงานจะเป็นตำแหน่งเดิมแต่ว่าสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก็เรียกร้องให้บุคลากรที่สวมตำแหน่งนั้นต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น รื่องของการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Human Resource Development และ Talent Development) จึงเป็นสิ่งท้าทายนักบริหารในทุกระดับว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะมั่นใจได้ว่า บุคลากรในทีมงานของตนมีความสามารถที่พร้อมจะทำงานอะไรก็ตามอยู่ทุกเวลา และคำถามนี้ก็เป็นคำถามเดียวกันกับที่คณบดีเจค็อบส์บอกเล่าให้พวกเราฟังว่า ในการบริหาร MBA School เช่น เคลลอกก์นั้น คำถามที่ทางมหาวิทยาลัยต้องถามตนเองอยู่เป็นระยะๆ ก็คือ “What do people need to do to manage?” ด้วยแนวคิดแบบนี้ทำให้เคลลอกก์ก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนหลักสูตรอยู่ทุกๆ ปี เพื่อก้าวให้ทันความต้องการของธุรกิจ ตัวอย่างของหลักสูตรที่เคลลอกก์เป็นหนึ่งในผู้นำของ MBA School ในสหรัฐอเมริกาในการออกแบบหลักสูตรใหม่นั้นก็คือ Biotechnology Management เมื่อเกือบสิบปีก่อน นอกจากนี้ก็ยังมีหลักสูตรอื่นๆ เช่น การบริหารธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ เป็นต้น

อีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจนำมาพูดคุยในคอลัมน์นี้ก็คือ “ในอีก 5 ปีข้างหน้าจากนี้ทิศทางการบริหารธุรกิจ และทิศทางหลักสูตร MBA จะเป็นอย่างไร?” คำตอบจากคณบดีทั้งสองท่านก็คือ ในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านมองเห็นว่ามีประเด็นอยู่ 3 ประเด็นที่ต้องจับตามอง คือ

1.การอุบัติและแพร่กระจายของ Social media ที่มีผลกระทบต่อปฏิสัมพันธ์และการสร้างเครือข่ายทางสังคม (Social network)ในการบริหารธุรกิจ

2.การเปลี่ยนแปลงของประชากร (Demographic Change) ที่จะมีผู้สูงอายุทั่วโลกเกษียณอายุจากงาน และมีแรงงานรุ่นใหม่เข้ามาผลัดเปลี่ยนในการบริหารองค์กร

3.การบริหารองค์กรธุรกิจแบบยั่งยืนและปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม

ทั้งสองท่านทิ้งประเด็น 3 ข้อนี้ไว้ให้เราได้ขบคิด โดยที่ท่านมิได้ให้คำตอบ ผู้เขียนจึงขอเลียนแบบท่านทั้งสองด้วยการฝากประเด็นเหล่านี้ให้ท่านนักบริหารและนักบริหาร HRได้นำไปขบคิดกันต่อว่าท่านจะปรับแผนการบริหาร HR ขององค์กรอย่างไรให้เหมาะสมกับสิ่งท้าทายทั้ง 3 ประการดังกล่าว เผลอๆ เราอาจจะนำเรื่องนี้มาคุยกันในอนาคตก็เป็นได้นะคะ (ถ้ามีแฟนคอลัมน์ขอมา)

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี