posttoday
ฉันรักกรุงเทพฯซีซัน11

ฉันรักกรุงเทพฯซีซัน11

19 กรกฎาคม 2553

ดังไม่แพ้เวทีเอเอฟ “ฉันรักกรุงเทพฯ” เดินทางถึงซีซันที่ 11 แล้ว มีมุมมองความผูกพันของผู้คนกับกรุงเทพฯ มาฝากกันเหมือนเคย...

ดังไม่แพ้เวทีเอเอฟ “ฉันรักกรุงเทพฯ” เดินทางถึงซีซันที่ 11 แล้ว มีมุมมองความผูกพันของผู้คนกับกรุงเทพฯ มาฝากกันเหมือนเคย...

โดย...ทีมแซด

หลุยส์ สก็อต กรุงเทพฯ อบอุ่น-เป็นกันเอง

ฉันรักกรุงเทพฯซีซัน11

วันนู้น...เขาคือหนุ่มน้อยดังระเบิดในนามคู่หูดูโอ “แร็พเตอร์” วันนี้เขากลายเป็นนักแสดงขวัญใจสาวๆ จึงไม่แปลกที่เราจะได้เจอหน้าใสๆ “หลุยส์ สก็อต” ผ่านผลงานละครทางวิกพระราม 4 อยู่บ่อยๆ ล่าสุดก็กำลังเลื่อนขั้นมาสวมบทพระเอกเต็มตัวหนแรกในหนังขำก๊าก “ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ”

พูดถึงกรุงเทพฯ แวบแรกที่หลุยส์รู้สึก คือ ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง ซึ่งสะท้อนตัวตนของคนกรุงเทพฯ ได้ดีเยี่ยม

“ถึงผมจะไปเกิดที่ประเทศอื่น แต่ชีวิตจริงๆ เริ่มที่กรุงเทพฯ ผมว่าที่นี่มีแต่ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง แล้วยังมีความอะลุ่มอล่วยและมีน้ำใจ ตรงนี้นี่ละที่ไม่เหมือนใคร”

ลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ บอกว่า สถานที่ที่จดจำได้อย่างแม่นยำ ต้องยกให้ “วัดโพธิ์”

“คุณแม่พาไปที่วัดโพธิ์บ๊อย-บ่อย ไม่รู้เหมือนกันครับว่าทำไมคุณแม่ต้องพาไป แต่ผมก็ชอบนะ อารมณ์เด็กๆ ไง ได้ออกไปเที่ยว ได้ออกจากบ้าน คุณแม่จะพาเดินดูรอบๆ วัด พอไปบ่อยเข้า ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองได้ซึมซับความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยอยู่บ้าง ผมว่าวัดโพธิ์เป็นวัดที่สวย มีเสน่ห์เฉพาะตัว ภายในวัดเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน”

หนุ่มหล่อคนนี้ยังชอบย่ำตลาดเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นตลาดติดแอร์หรูหราไฮโซ หรือเก่าคร่ำครึโบราณ กระทั่งนัดกันเปิดท้ายเป็นวาระพิเศษ ถ้ามีโอกาสจะต้องโฉบแวะไปเดินชิลชิล โดยไม่แคร์ว่าตัวเองคือนักแสดงคนดัง

“ตลาดทุกที่ผมว่ามันมีเสน่ห์นะ ผมเดินหมดแหละครับ ตอนนี้ก็จะเดินตลาดนัดแถวบ้าน (ศรีนครินทร์) เพราะสะดวกดี ที่นี่น่าสนใจ คือ มันเล็ก แต่ของเยอะดี โดยเฉพาะผลไม้ มีให้เลือกจุใจ ยิ่งผมชอบกินผลไม้อยู่แล้ว ยิ่งโดนใจครับ ซื้อทีก็เหมากันยกลังเลย แถมราคาก็ถูกมากๆ อันนี้แหละที่ผมชอบที่สุด” 

ฮารุ ยามากูชิ เมืองหลวงที่มากด้วยมนต์เสน่ห์

ฮารุ ยามากูชิ พิธีกรสาวจากรายการสตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก และเตรียมพบกับเธอได้ในผลงานภาพยนตร์ “เการักที่เกาหลี” บอกว่า กรุงเทพฯ มีทุกอย่าง และการอยู่กรุงเทพฯ จะได้หลายอารมณ์ สมมติถ้าไปเดินไปดูศิลปะและสถาปัตยกรรมล้ำสมัย เช่น วัดพระแก้ว ก็เป็นที่สุขกายเจริญใจ หากจะย้อนอดีตกรุงเทพฯ ก็มีช้างให้ขี่ มีตลาดน้ำให้คนสำราญไปกับการซื้อของ มีที่เดินเที่ยวเยอะแยะ หรืออยากจะไปเดินที่หรูๆ ก็มีห้างสรรพสินค้า มีอาหารมากมายทั้งไทย จีน ฝรั่ง อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น เรียกว่าทุกอย่างกรุงเทพฯ มีหมด

ฉันรักกรุงเทพฯซีซัน11

“เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์มาก ต่างชาติมาก็จะได้เห็นความหลากหลายในเรื่องของที่ท่องเที่ยว ซึ่งกระจายทั่วทุกมุมเมือง ไปมุมไหนก็มีความสุข อาหารการกินก็เยอะแยะ ที่พลาดไม่ได้คืออาหารไทย ซึ่งถ้าเป็นเมืองอื่น ยอมรับว่าหายากนะที่จะได้พบกับวัฒนธรรมที่หลากหลายเช่นกรุงเทพฯ”

ที่ที่ชอบเป็นพิเศษ ฮารุ บอกว่า คือ “เยาวราช” ด้วยให้เหตุผลว่า เป็นย่านที่ไม่เคยเงียบเหงา จะคึกคักตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน กลางวันมีคนเดินเข้าออกร้านทองไม่ขาด กลางคืนก็มีของกินขายเยอะแยะ

“ชอบมาเที่ยวและชอบกินอาหารอร่อยๆ ที่เยาวราชมาก และทุกครั้งที่มาก็มักจะไปไหว้พระที่วัดเล่งเน่ยยี่ก่อนที่จะไปหาอาหารอร่อยๆ กิน มีความสุขมากค่ะ” พิธีกรวัยใส กล่าว
ฮารุ บอกว่า บางครั้งความชอบก็แล้วแต่อารมณ์ คือ ถ้าไปวัดพระแก้วก็จะได้บรรยากาศและความสุขอิ่มเอิบใจ เช้าไหว้พระแก้วเสร็จแล้วไปหาของกินแถวๆ ถนนพระอาทิตย์ กินโรตีมะตะบะ แกงมัสมั่น ข้ามฝั่งไปวังหลังก็มีอะไรน่ากินเต็มไปหมด หรือถ้ามาในแหล่งช็อปปิ้งอย่างสยาม ก็ฉีกอารมณ์และได้บรรยากาศอีกแบบ

นางเอกหนัง “เการักที่เกาหลี” ทิ้งท้ายว่า หากกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหาด้านการจราจร รถราไม่ติดมาก ก็คงเป็นเมืองที่วิเศษที่สุดในโลก

"จุ๊กจิ๊ก สุภาดา"กรุงเทพฯเมืองแห่งโอกาส

จุ๊กจิ๊ก-สุภาดา วิจักรชัยวงศ์ ผู้ประกาศข่าวต้นชั่วโมงสทท. กรมประชาสัมพันธ์ และพิธีกรรายการเศรษฐกิจคิดไม่ถึง ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจในเมืองหลวงแห่งนี้ว่า พอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ ก็ตั้งใจจะมาทำงานในกรุงเทพฯ เลย เป็นความใฝ่ฝันมาแต่เด็กว่าต้องมาทำงานในกรุงเทพฯ ให้ได้

ฉันรักกรุงเทพฯซีซัน11

แต่ญาติพี่น้องและคนรู้จักก็ขู่เราว่า อย่าไปเลยบางกอก คนกรุงเทพฯ เป็นคนแล้งน้ำใจ สังคมไม่ค่อยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน จ้องแต่หาผลประโยชน์ แม้บ้านจะอยู่ติดกันยังไม่รู้จักกันเลย แต่เมื่อเข้ามาสัมผัสจริงๆ 10 ปีแล้วที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ คำพูดที่มีคนเคยขู่ไว้เสียน่ากลัว ไม่จริงเลย 10 ปีที่มาอยู่เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าคนกรุงเทพฯ มีน้ำใจมาก

“กรุงเทพฯ เป็นสยามเมืองยิ้ม มีความถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ได้โหดร้ายหรือเลวร้ายอย่างที่คนต่างจังหวัดหลายคนคิดเลย ความไม่ดีของคนก็มีบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งก็มีอยู่เกือบทุกที่บนโลกใบนี้”

จุ๊กจิ๊ก บอกว่า ประทับใจหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้พบในกรุงเทพฯ ทั้งนิสัยใจคอผู้คน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารการกิน อย่างบ้านจุ๊กจิ๊กอยู่แถวสีลม ตื่นเช้ามาก็ได้รับประทานโจ๊กสามย่านอร่อยๆ ใกล้เคียงกันก็มีสวนลุมพินี

นอกจากนั้นมีวัดวาให้ไปไหว้พระสงบจิตใจ หิวๆ มาก็ไปหาของรับประทาน ซึ่งมีมากมายหลายย่าน ดึกๆ จะไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย สรุปแล้วกรุงเทพฯ มีหมดทั้งชีวิตกลางวันและกลางคืน ส่วนของศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพฯ ก็มีของดีมีคุณค่ามากมาย ทั้งพระราชวัง วัด รวมถึงสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความมีคุณค่าเหล่านี้ทำให้กรุงเทพฯ ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก

เธอบอกว่า ใครได้ไปต่างประเทศจะทราบว่า พอดึกร้านรวงก็ปิดหมดแล้ว แต่กรุงเทพฯ กลับเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับไหล เปิดตลอด 24 ชั่วโมง กลางคืนก็มีของกิน จะมีเป็นย่านๆ ให้เลือกหา รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว นี่แหละเมืองที่ไม่เคยหลับไหล ในด้านความศิวิไลซ์ก็ไม่ต้องพูดถึง มีสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับท็อปเทนเยอะ ห้างสรรพสินค้าก็มีห้างหรูติดอันดับโลกจนถึงตลาดนัดจตุจักร สิ่งเหล่านี้ใครได้มาเที่ยวต้องประทับใจกลับไปทุกคน

กรุงเทพฯ 10 ปีที่ผ่านมา เธอมองไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยในด้านความมีน้ำใจ แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงด้านความเจริญ ความระแวงในตัวผู้คนที่ญาติพี่น้องเคยเตือนวันนี้ไม่มีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างประมาท คนในสังคมมีดีและไม่ดี แต่ชีวิตค่อนข้างโชคดีเจอแต่คนดีๆ

“กรุงเทพฯ เหมือนบ้านหลังที่สองที่ให้โอกาสของชีวิต โอกาสในการรู้จักคน หากใครได้มาสัมผัสจะรู้ว่ายังมีสิ่งดีๆ อีกเยอะ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาพูดกัน เมืองหลวงแห่งนี้ได้สอนประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่าง จึงพูดอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากคำว่า ขอบคุณกรุงเทพฯ ที่ให้โอกาส และให้สิ่งดีๆ ในชีวิต จุ๊กจิ๊กรักกรุงเทพฯ ค่ะ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท