
ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน
จำได้ว่าเคยมีกระทู้ดังกระทู้หนึ่งในพันทิป คุยกันในทำนองว่า เรามาถึงจุดที่ดูถูกพนักงานกินเงินเดือนได้อย่างไร
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
จำได้ว่าเคยมีกระทู้ดังกระทู้หนึ่งในพันทิป คุยกันในทำนองว่า เรามาถึงจุดที่ดูถูกพนักงานกินเงินเดือนได้อย่างไร หรือเราถูกปลูกฝังให้รังเกียจอาชีพมนุษย์เงินเดือนตั้งแต่เมื่อไหร่
พวกเขาระบายว่า มนุษย์เงินเดือนถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ธรรมดา หรืออาจถึงขั้นกระจอกในสายตาบางคน ไม่เท่ ไม่มีความท้าทาย และเป็นแค่ลูกจ้างไม่มีโอกาสรวย เมื่อเทียบกับคนที่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซนมาทำธุรกิจเอง เป็นนายตัวเอง หรือให้เงินทำงานผ่านการเล่นหุ้น หรือลงทุนรูปแบบอื่นๆ แบบที่เรียกกันว่า Passive Income
ส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับเรื่องนี้ เพราะงานนักข่าวเป็นงานที่จนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ใครมาตอกย้ำว่าเป็นลูกจ้างทั้งชาติก็ไม่รวยแต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจของเราเองว่า งานนี้ไม่ได้ทำเพราะจับสลากได้มา แต่เราเลือกแล้วที่จะทำงานนี้ และเมื่อเงินไม่ได้มาก ก็ต้องรู้จักบริหารจัดการเงินให้เป็นแทน
การเมินโลกของงานประจำและหันมาทำเงินแบบเป็นนายตัวเอง เริ่มเด่นชัดมาตั้งแต่ช่วง 3-4 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะกระแสของการเล่นหุ้นที่ทำให้หนังสือประเภทนักเล่นหุ้นมือใหม่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาแล้ว
เพราะที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ประเทศใหญ่ๆ ของโลกต่างก็อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกันมหาศาล ทั้ง สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ทำให้เงินหนีจากวิกฤตในฝั่งตะวันตก ไหลมาท่วมเก็งกำไรกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่รวมถึงไทย ใครๆ จึงมือขึ้น แม้แต่มือใหม่ก็ได้กำไรกันถ้วนหน้า
แต่ภาวะตลาดในวันนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา ไหนจะปัจจัยเฟดไหนจะเศรษฐกิจจีนซบ กระแสให้เงินทำงานเลยเริ่มซาลงไปบ้าง เพราะหลายคนกลายสภาพเป็นเม่าน้อยติดดอย มีแค่คนที่เจ๋งจริงและใจนิ่งพอเท่านั้นที่จะฝ่าทำกำไรต่อไปได้
ส่วนการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นนับเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว ถ้าชอบการทำมาค้าขาย ซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่า ใครควรจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือใครควรจะทำธุรกิจเป็นนายตัวเอง ใครจะสำเร็จหรือใครจะล้มเหลว เพราะแสนจะมีปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวแปร ตั้งแต่เงินทุน ต้นทุนชีวิต ความจำเป็นของครอบครัว
หลายคนจึงเลือกเป็นมนุษย์เงินเดือน เพราะต้องการความมั่นคง (ในระดับหนึ่ง) และอีกหลายคนเลือกที่จะให้ชีวิตมั่นคงมากขึ้น โดยทำทั้งงานประจำและแบ่งเวลาไปหารายได้พิเศษด้วย
การที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจเองนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นไปท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกพยายามผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการ (Entrepreneur) หน้าใหม่ๆ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากสตาร์ทอัพ(Startup) กลุ่มนี้จะต่างจากการเป็นเจ้าของธุรกิจทั่วไปตรงที่ต้องมีนวัตกรรมหรือไอเดียใหม่ๆ มาทำให้ธุรกิจแตกต่างออกไปจากเดิมยกตัวอย่างง่ายๆ คือพวกธุรกิจอี-คอมเมิร์ซทั้งหลาย หรืออย่างในซิลิคอน วัลลีย์ ในอเมริกา พวกนี้ก็โตมาจากกลุ่มเทกสตาร์ทอัพทั้งสิ้น
พวกนี้ค่อนข้างวัดดวงกันหน่อย กว่าจะสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ทุกคนที่จะสำเร็จ แต่ถ้าทำได้ก็คุ้ม







