
โลก 360 องศา ชวนเที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสความอบอุ่น ใต้ลมหนาว
ลมหนาวเริ่มมาเยือนในบางพื้นที่ของไทยแล้ว ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวจังหวัดภาคเหนือของไทยเริ่มคึกคักมากยิ่งขึ้น
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]
ลมหนาวเริ่มมาเยือนในบางพื้นที่ของไทยแล้ว ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวจังหวัดภาคเหนือของไทยเริ่มคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่บรรดาสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรับลมหนาว พากันคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ชนิดที่ว่าต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวเลยก็ว่าได้ ซึ่งประสบการณ์แบบนี้ บางทีก็สร้างความสนุกสนานและสร้างความหมายที่น่าจดจำให้กับการเดินทางท่องเที่ยวได้เช่นกัน
แต่ถ้าลมหนาวที่เมืองไทยยังไม่ถึงใจ และอยากจะสัมผัสบรรยากาศที่มีสีสันต่างไปอีกแบบ ก็ต้องรีบไปญี่ปุ่นหรือเกาหลีในช่วงนี้เลย เพราะนอกจากอากาศจะเย็นสบายแล้ว ภาพความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีจะสะกดทุกสายตาของผู้มาเยือนอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ การเดินทางไปทั้งสองประเทศ ก็ไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าให้วุ่นวายแล้ว แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย เที่ยวบินก็มีให้เลือกเยอะ แถมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีมากมาย ประกอบกับโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนสมัยนี้ ก็ทำได้เกือบทุกอย่าง ขอให้มีอินเทอร์เน็ตแรงๆ อีกหน่อย ก็เรียกได้ว่า เที่ยวไปพร้อมๆ กับกดหาข้อมูลไปได้เลย ดังนั้น เราขอแนะนำเลยว่า ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวเอง หลังจากลงเครื่องบินและรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ลองเดินไปหาเช่า Pocket Wi-Fi Router ที่สนามบินก่อน เพื่อเอาไว้ใช้งานตลอดการเดินทาง แล้วค่อยแวะคืนก่อนขึ้นเครื่องกลับ ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบายเลยทีเดียว เท่านี้ก็จะเที่ยวได้อย่างอุ่นใจมากขึ้นแล้ว
วันนี้ขอเริ่มต้นด้วยการทบทวนประสบการณ์ การเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งก่อนที่ใบไม้จะร่วงโรยจากต้นนั้น จะเปลี่ยนจากสีเขียวธรรมดาเป็นสีแดง สีส้ม หรือสีเหลือง สลับกันอย่างสวยงามที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเดินทางไปถูกสถานที่ ถูกเวลาด้วยแล้วละก็ จะได้มีโอกาสเห็นภาพที่งดงามที่สุดของปีเลยทีเดียว
อันที่จริงแล้ว การไปเที่ยวญี่ปุ่นนั้น เรียกได้ว่าเที่ยวเมืองไหนก็ได้ เพราะทุกเมืองมีเสน่ห์และมีความสวยงามแตกต่างกันไป แต่กระนั้นก็ตามที นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ก็มักจะไม่พลาดที่จะรวมเอาโตเกียวไว้ในแผนการท่องเที่ยวด้วยทุกครั้งเพราะยังไงเสีย โตเกียวก็มีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายในการเดินทาง สีสันความสนุกสนานของกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง หรือความหลากหลายของเสื้อผ้า เครื่องสำอางนานาชนิด รวมทั้งใครที่อยากชมเทคโนโลยีหรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ก็คงไม่สามารถหาที่ไหนได้เหมือนในกรุงโตเกียวอีกแล้ว นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีรองเท้ากีฬาและเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งคนไทยเราตามติดกระแสอยู่ไม่ห่างเช่นกัน ก็หาได้ในกรุงโตเกียวเช่นกัน ดังนั้น วางแผนดีๆ ก็จะได้ทั้งกินทั้งเที่ยว และช็อป ในโตเกียวอย่างสนุกสนานและคุ้มค่า
เว็บไซต์ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นแนะนำจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในกรุงโตเกียวไว้หลายจุด แต่จุดที่ถูกแนะนำมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นที่สวนสาธารณะริคุงิเอ็น (Rikugian) ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ลขนาดใหญ่จำนวนมาก ภายใต้การจัดวางองค์ประกอบที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปได้อย่างง่ายดายด้วยรถไฟ และเสียค่าเข้าชมประมาณ 300 เยน เท่านั้นเอง
อีกที่หนึ่งที่คนญี่ปุ่นเขาแนะนำกันมามากเช่นกัน ก็คือ ถนนต้นแปะก๊วย (Icho Namiki) ซึ่งแม้ว่าจะเป็นถนนสายสั้นเพียง 400 เมตร แต่สีเหลืองอร่ามที่เป็นธรรมชาติของใบแปะก๊วยตลอดสองข้างทาง ก็ทำให้ระยะทางทุกย่างก้าว เต็มไปด้วยเสียงว้าว ซึ่งทุกๆ ปีจะมีช่วงที่สวยที่สุด ก็คือประมาณกลางเดือน พ.ย.ถึงต้นเดือน ธ.ค.
นอกจาก 2 จุด ที่ว่ามาแล้ว ก็ยังมีสถานที่แนะนำอีกหลายแห่งที่จะเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบคาวากุจิ (Lake Kawaguchi) สวนชินจูกุ เงียวเอน(Shinjuku Gyoen national garden) ภูเขาทาคาโอะ (Takao San) สวนโยโยกิ (Yoyogi Koen) และสวนโชวะ คิเนน (Showa Kinen Park) เป็นต้น ซึ่งแต่ละสถานที่ที่กล่าวมานั้นก็สามารถเดินทางถึงได้ด้วยรถไฟฟ้าทั้งสิ้น
แต่ถ้าใครวางแผนจะออกจากโตเกียวไปเมืองอื่น ก็คงไม่ผิดหวังเช่นกัน เพราะแต่ละเมืองก็จะมีจุดเด่น และมีกิจกรรมเด็ดๆ ที่แตกต่างกันไป แล้วที่สำคัญคือเขาจะพยายามจัดไม่ตรงกัน โดยให้แต่ละเมืองหมุนเวียนกันจัด นักท่องเที่ยวก็จะมีทางเลือกมากขึ้น และสามารถไปร่วมกิจกรรมได้ในหลายๆ เมือง เพราะอย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าแต่ละเมืองจะมีเสน่ห์ต่างกัน เปรียบเทียบง่ายก็คือว่า ถ้าชอบสีสัน ชอบความสนุกสนาน ก็ควรตระเวนให้ทั่วโตเกียวแต่ถ้าชอบวัฒนธรรมแบบงดงาม และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมหน่อย ก็ต้องไปที่เกียวโต เพราะเกียวโตเป็นเมืองเก่า ที่ยังคงมีสถาปัตยกรรมโบราณ ทั้งวัด ปราสาท และบ้านเรือนที่ทรงเสน่ห์ อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมอันงดงามที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ตรง
นักท่องเที่ยวที่มาโตเกียวส่วนใหญ่ มักจะไม่พลาดที่จะเช่าชุดกิโมโน หรือยูกาตะ แล้วเดินถ่ายรูปเล่นในย่านเมืองเก่า หรือจะพากันไปไหว้พระตามวัดต่างๆ ก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ ยิ่งเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างนี้ด้วยแล้ว วัดโดยส่วนใหญ่จะสวยแทบทุกวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดคิโยมิซุ (Kiyomizu Temple)ที่มีศาลไม้โบราณ ซึ่งจะตัดกับสีสดใสของใบไม้สีแดงสีส้มที่อยู่รายล้อมศาลา และที่ศาลาไม้นี่แหละ ที่เป็นจุดชมวิวที่เรียกว่าสวยที่สุดของเกียวโตเลยก็ว่าได้
ถัดจากวัดคิโยมิซุ ก็ยังมีวัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple)และวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยวัดกินคะคุจินั้นเป็นวัดนิกายเซน ที่ภายในจะมีสวนแบบญี่ปุ่นที่ชุ่มชื่นเขียวชอุ่มแทบทั้งปี ทำให้ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ ก็จะเห็นภาพของใบไม้เปลี่ยนสี ประกอบกับมอสสีเขียวอ่อนที่ขึ้นปกคลุมดิน และมีศาลาวัดสีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบภาพที่งดงามมาก ส่วนอีกวัดที่ชื่อว่าวัดคินคะคุจินั้น เป็นปราสาทเก่าของโชกุน ซึ่งทาสีทองอร่าม ตั้งอยู่ริมสระน้ำเห็นเป็นเงาสะท้อนระยิบระยับ แล้วยิ่งได้สีสันจากใบไม้หลากสีเป็นส่วนประกอบแล้ว ก็ยิ่งงดงามยิ่งนัก
นอกจากความงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ต้องขอแนะนำเลยว่า ถ้าใครได้ไปญี่ปุ่นช่วงนี้ ต้องไม่พลาดที่จะลองลิ้มชิมรสปลาดิบให้ได้ เพราะฤดูกาลนี้ น้ำเริ่มเย็นลง เหล่าฝูงปลาเริ่มสะสมชั้นไขมันไว้ในตัว ทำให้เนื้อจะนุ่ม และมันอร่อยเป็นพิเศษ หรือถ้าใครไม่ชอบกินปลาดิบ ก็ต้องลองปลาย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อปลาซันมะย่างซีอิ๊ว ที่ทั้งหอม และนุ่มจนรู้สึกหวานลิ้นจากไขมันที่ช่วยให้เนื้อปลาสุกทั่วจากข้างใน รับรองว่าเมนูนี้ ไม่มีผิดหวังแน่นอน
เอาเป็นว่าสัปดาห์นี้ลองเกริ่นดูแค่นี้ก่อน แล้วสัปดาห์ต่อๆไปจะนำเอาแง่มุมอื่นของการเที่ยวรับลมหนาวในญี่ปุ่นมาฝากกันอีกที ดังนั้น ใครที่อยากชมภาพสวยๆ และหน้าตาของอาหารรับลมหนาวของญี่ปุ่น ก็ต้องติดตามชมในรายการ โลก 360 องศาเสาร์นี้ เวลา 21.20-22.00 น. ทาง ททบ.5 ซึ่งขอยืนยันอีกทีว่าถ้าได้ดูแล้ว คุณจะอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นให้เร็วที่สุด







