posttoday
เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

31 ตุลาคม 2558

เมื่อคำว่า สโลว์ ไลฟ์ คือรสนิยมของคนรุ่นใหม่ และเมื่อความเรียบง่ายคือความหรูหราใหม่ในยุคนี้ กระแส“โฮมสเตย์นิยม”

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

เมื่อคำว่า สโลว์ ไลฟ์ คือรสนิยมของคนรุ่นใหม่ และเมื่อความเรียบง่ายคือความหรูหราใหม่ในยุคนี้ กระแส“โฮมสเตย์นิยม” จึงกลับมาพร้อมแรงดึงดูดบางอย่างที่หลายคนพูดว่ามันคือ วิถีแห่งฮิปสเตอร์

ประเทศไทยมีโฮมสเตย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยทั้งหมด 142 แห่ง กระจายอยู่ใน 48 จังหวัดทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ ซึ่งคำว่า โฮมสเตย์ ในตำราของกรมการท่องเที่ยวระบุไว้ว่า เป็นรูปแบบที่พักที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสพักร่วมกับเจ้าของบ้าน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านอาชีพ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียง โดยมีการอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่นักท่องเที่ยว

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

โฮมสเตย์แม่กำปอง พักริมธารกลางป่าเมี่ยง

กลายเป็นเรื่องดราม่ากันใหญ่โตเมื่อมีชาวเน็ตโพสต์ภาพรถติดบนแม่กำปองช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ทว่าไม่มีใครโพสต์ภาพหลังจากนั้นว่าชุมชนสามารถจัดการปัญหาที่จอดรถและความสงบได้กลับคืนมาแล้ว

พรมมินทร์ พวงมาลา หรือพ่อหลวง ผู้นำชุมชนบ้านแม่กำปอง กิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า บ้านแม่กำปองไม่เคยมีนักท่องเที่ยวมากขนาดนั้นมาก่อนจึงเกิดปัญหาการจอดรถตามไหล่ถนน ซึ่งถนนในหมู่บ้านกว้างแค่ห้าเมตรครึ่งส่งผลให้รถติดขัดเป็นทางยาววันนั้นพ่อหลวงได้เรียกประชุมคณะกรรมการชุมชนโดยด่วนและแก้ปัญหาทันที ด้วยการจัดสรรพื้นที่จอดรถในวัดแม่กำปองและโรงเรียนแม่กำปองทำให้ปัญหาคลี่คลายอย่างรวดเร็ว

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

“คนที่มาบ้านแม่กำปองไม่มีแค่คนมาพักโฮมสเตย์อย่างเดียวแต่ยังมีลูกค้าร้านกาแฟ นักท่องเที่ยวที่มาโครงการหลวงตีนตก คนพักในรีสอร์ทใกล้หมู่บ้าน เพราะหากมีแค่คนพักโฮมสเตย์จะจำกัดอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าคนตามจำนวนบ้าน”

โฮมสเตย์บ้านแม่กำปองจัดตั้งขึ้นโดยชุมชนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยในขณะนี้มีโฮมสเตย์ 27 หลัง นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อกับพ่อหลวงโดยตรงจากนั้นพ่อหลวงจะดูความเหมาะสมว่าควรอยู่บ้านหลังใด ด้านการท่องเที่ยวทางชุมชนมีการตั้งกลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่นพาไปดูวิถีชีวิตชาวแม่กำปองการปลูกเมี่ยง ชมไร่กาแฟ จักสานจากไม้ไผ่ ชมความสวยงามของน้ำตกแม่กำปอง กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านที่วัดคันธาพฤกษา เดินป่าขึ้นดอยม่อนล้านไปที่จุดชมวิวกิ่วฝิ่นรอยต่อระหว่างเชียงใหม่และลำปาง และไปตามหาต้นไม้ยักษ์ผู้กำเนิดสายน้ำในหมู่บ้านแม่กำปอง

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

“เราพยายามรักษาอัตลักษณ์และทำให้เป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน”พ่อหลวงกล่าว “ตอนนี้ชาวแม่กำปองกำลังกังวลว่าการท่องเที่ยวจะทำให้วิถีชีวิตท้องถิ่นเปลี่ยนแปลง เราจึงมีการประชุมเพื่อวางข้อกำหนดต่างๆ เช่นเวลาเปิด-ปิดร้านอาหาร เพราะตามปกติชาวบ้านจะเข้านอนตอน 2-3 ทุ่มจะเปิดร้านถึง 5 ทุ่มไม่ได้แล้ว หรือบ้านที่เปิดรับแขกเองจะต้องเสียค่าบำรุงให้หมู่บ้าน เพราะโครงการโฮมสเตย์เป็นโครงการของหมู่บ้าน จึงต้องมีเงินกองกลางเพื่อนำมาพัฒนาสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนยินดีที่จะช่วยกัน”

พ่อหลวงยังฝากไปถึงนักท่องเที่ยวด้วยว่า ตอนนี้โฮมสเตย์บ้านแม่กำปองเงียบสงบเหมือนปกติ วิถีชีวิตยังดั้งเดิมธรรมชาติยังสวยงาม คนที่รักการท่องเที่ยวแนววิถีชุมชนสามารถมาสัมผัสได้

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

โฮมสเตย์แม่กำปอง พักโฮมสเตย์พร้อมอาหาร 2 มื้อราคา 520 บาท/คน/คืน หรืออาหาร 3 มื้อ ราคา 580 บาท/คน/คืน ติดต่อ พ่อหลวงพรมมินทร์ พวงมาลา โทร. 08-5675-4598

โฮมสเตย์บ้านวังน้ำมอก กินข้าวเซาเฮือน

การท่องเที่ยวนิเวศวัฒนธรรมของโฮมสเตย์บ้านวังน้ำ มอก อ.ศรีเชียงใหม่จ.หนองคาย ผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ธรรมชาติและวัฒนธรรมอีสาน หรือที่เรียกว่ากิจกรรม “กินข้าวเซาเฮือน” ให้นักท่องเที่ยวได้ลองใช้ชีวิตแบบชาวบ้านผ่าน 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

หนึ่ง เดินป่าศึกษาธรรมชาติในป่าชุมชนและภูผีปอบสอง เข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญและกินข้าวร่วมกับชาวบ้านหรือที่เรียกว่าซุมข้าวพาแลง สาม เรียนรู้หัตถกรรมพื้นบ้านอย่างการทอผ้าและผลิตภัณฑ์จักสาน สี่ ศึกษาโครงการป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชน บ้านวังน้ำมอก ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูกป่าเพื่ออาหารการกิน และ ห้า สัมผัสชีวิตชาวบ้านผ่านการพักโฮมสเตย์ เพื่อฝึกตนให้เป็นคนอยู่ง่าย กินง่าย และเคารพความเชื่อท้องถิ่นอย่างกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทำ ขันคู่ปี เพื่อนำไปสักการะพระเจ้าล้านทอง ณ วัดเทสรังสี (วัดประจำชุมชน) เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต

ลักษณะบ้านเป็นเรือนไม้ใต้ทุนสูง ด้านล่างเป็นครัวโบราณ ส่วนบนบ้านมีชานกว้างและห้องนอนถูกยกพื้นขึ้นไปอีกหน่อย ไม่มีการแบ่งห้อง แต่จะแยกมุ้งเป็นหลังๆ ลักษณะเด่นของหมู่บ้านคือมีธารน้ำใหญ่ไหลผ่านกลางกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเด็กๆ ที่เมื่อตกเย็นเมื่อไหร่จะลงเล่นน้ำกันสนุกสนาน

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

ติณณภพ สุพันธะ ประธานศูนย์ประสานงานท่องเที่ยวป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชน บ้านวังน้ำมอก กล่าวว่าการทำชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เป็นประโยชน์ทั้งต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว โดยชาวบ้านจะได้รู้สึกหวงแหนทรัพยากรและสามารถสร้างรายได้จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นทั้งขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ ภาษาถิ่น การแต่งกาย และอาหารที่สำคัญกว่านั้นคือการได้สัมผัสวัฒนธรรมอันดีงามของคนชนบทที่ยึดถือน้ำใจและความเอื้ออาทรมากกว่าวัตถุซึ่งเป็นเสน่ห์ของสังคมไทยตลอดมา

โฮมสเตย์วังน้ำมอก พักโฮมสเตย์พร้อมอาหาร 3 มื้อ และกิจกรรมในชุมชน ราคา 1,390บาท/คน/คืน ติดต่อ ติณณภพ สุพันธะ โทร. 08-6232-5300, 08-3357-7035

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

โฮมสเตย์บ้านบากันใหญ่ วิถีชาวเลคนมลายู

โฮมสเตย์บ้านบากันใหญ่ จ.สตูล เหมือนชุมชนติดเกาะ เพราะหนทางเดียวที่จะขึ้นฝั่งได้ต้องโดยสารเรือหางยาว ประมาณ 45 นาที ชุมชนนี้จึงปลีกวิเวกและน่าเอกเขนกเป็นอย่างยิ่ง

บังอดุลย์ ชนะบัณฑิต ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านบากันใหญ่ เล่าให้ฟังว่า บากันใหญ่เป็นชุมชนมุสลิมร้อยเปอร์เซ็นต์และเป็นชุมชนชาวประมงร้อยเปอร์เซ็นต์บนเกาะมีชาวบ้าน 55 ครัวเรือน หรือประมาณ 250 คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย

“กิจกรรมการท่องเที่ยวมันต่อยอดม

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

าจากโครงการอนุรักษ์ของชุมชนเมื่อปี 2551 จากนั้นปี 2554 เราจึงนำการท่องเที่ยวมาช่วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชาวเลจริงๆ และชาวบ้านเองจะได้มีรายได้พิเศษและมีกำลังใจที่จะรักษาทรัพยากร”

กิจกรรมในชุมชนเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่นการสร้างโรงแรมปลา ศาลาหมึก บังอดุลย์ อธิบายว่า มันคือการนำของเหลือใช้กลับไปทำประโยชน์ให้ทะเล อย่างการทำโรงแรมปลาคือการใช้ใบไม้กิ่งไม้ที่จมน้ำหรือยางรถยนต์เก่าผูกไว้ใต้น้ำเพื่อให้ปลากง ปลาเก๋า ปลาดุกทะเลมาอยู่อาศัย และศาลาหมึกคือการนำกาบมะพร้าวและเศษไม้ลอยน้ำไปผูกไว้กับเสาหลักเพื่อให้หมึกใช้เป็นที่วางไข่และอนุบาลลูกสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังมีการปล่อยแม่ปูม้าไข่ งมหาหอยหวานยามน้ำลด ปลูกป่าโกงกาง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านทำอยู่แล้วไม่ว่าจะมีนักท่องเที่ยวหรือไม่ก็ตาม

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับผู้เข้าพักแบบ 2 วัน 1คืน จะได้ไปชมสันหลังมังกรแดงแห่งเดียวในประเทศไทยขึ้นเกาะหินดำ หินแดงไปดูหิน เล่นน้ำจากหน้าบ้านพักพายเรือคายัคดูป่าโกงกาง และในปีหน้าบังอดุลย์ยืนยันแล้วว่าจะนำ กิจกรรมออกเรือกับชาวประมงเข้าไปอยู่ในโปรแกรมด้วย นักท่องเที่ยวจะได้ตกปลาด้วยเบ็ด จับปู ไดหมึก เรียนรู้วิถีชาวประมงด้วยตัวเองอย่างแท้จริง นอกจากนี้บนเกาะสามารถปั่นจักรยานชมหมู่บ้านทั้งสามแห่งที่มีการทำประมงแตกต่างกัน ชมป่าชายเลน ศึกษาระบบนิเวศสองข้างทางชมสวนยางพารา สวนปาล์ม และพูดคุยกับชาวบ้านที่พร้อมมอบไมตรีให้แก่กัน

“เราจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้ไม่เกินเดือนละ 300คน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวและวิถีชุมชนเอาไว้ โดยเรายังยึดแนวคิด ‘เที่ยวหนุกหนานผสานการเรียนรู้’ เราไม่ได้มุ่งเน้นให้คนแห่กันมาเที่ยวแต่เราอยากให้มาเรียนรู้แล้วได้รับความสนุกสนานกลับไป” บังอดุลย์ กล่าว

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

ปัจจุบันบ้านบากันใหญ่มีให้บริการโฮมสเตย์ 5 หลังและแบบบ้านพักเดี่ยวริมทะเลดูแลโดยชาวบ้านจำนวน18 หลัง นักท่องเที่ยวต้องเคารพในหลักศาสนาอิสลามและระลึกเสมอว่านี่คือการเที่ยวชุมชน

โฮมสเตย์บ้านบากันใหญ่ พักโฮมสเตย์หรือบ้านพักเดี่ยวพร้อมอาหาร 3 มื้อ อาหารว่างอาหารทะเลปิ้งย่าง เรือหางยาวรับ-ส่งจากท่าเรือทุ่งริ้น (อ.ท่าแพ) เรือนำเที่ยว จักรยาน เรือคายัค สำหรับกลุ่ม 1-5 คน ราคา 1,700 บาท/คน/คืน กลุ่ม 5-9 คน ราคา 1,500 บาท/คน/คืน และกลุ่ม 10-20 คน ราคา 1,200 บาท/คน/คืน ช่วงเดือน พ.ย.-เม.ย. ติดต่อ บังอดุลย์ ชนะบัณฑิตโทร. 08-1541-9448

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

โฮมสเตย์บ้านน้ำเชี่ยว เกี่ยวข้าวทำงอบ

บ้านน้ำเชี่ยวเป็นชุมชนชาวพุทธ-มุสลิมและมีพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์กว่า 200 ไร่ กลางหมู่บ้านมีคลองน้ำเชี่ยวไหลผ่านจึงสามารถทำนาและปลูกยางพาราประกอบการทำประมง กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวจะได้ลงมือหาหอยปากเป็ดด้วยตัวเอง เรียนรู้การทำประมงพื้นบ้าน ชมการทำตังเมกรอบ ศึกษาการทำงอบซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านและสินค้าโอท็อป ชมมัสยิดอัลกุบรออายุ 200 ปี อีกทั้งยังมีหอดูนกความสูง12 เมตร เพื่อชมธรรมชาติ นอกจากนี้บ้านน้ำเชี่ยวยังมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแขกจามที่อพยพมาจากกัมพูชาสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดให้ชาวบ้านที่นี่มีผู้นับถือศาสนาอิสลาม

นอกจากนี้ ทางกรมการท่องเที่ยวได้คัดเลือกสุดยอดโฮมสเตย์อาเซียน 5 แห่ง เพื่อเข้ารับรางวัลในงาน Asean Homestay Award 2016 ประเทศฟิลิปปินส์ ได้แก่ บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ บ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทจ.นครราชสีมา และโฮมสเตย์เกาะยาวน้อยจ.พังงา เพื่อเผยแพร่โฮมสเตย์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับอาเซียน

 

โฮมสเตย์บ้านน้ำเชี่ยว พักโฮมสเตย์พร้อมอาหาร ราคา 200 บาท/คน/คืน ค่าบริการเรือท่องเที่ยวคนละ 50 บาท และค่าศึกษาการทำงอบคนละ 90 บาท ติดต่อสุรัตนา ภูมิมาโนช โทร. 08-4892-5374

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

 

เที่ยวนี้กำลังมา ‘โฮมสเตย์นิยม’

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท