posttoday
พี่ไม่ได้มาเล่นๆ..บทเรียนในการทำงานจาก The Face Thailand 2

พี่ไม่ได้มาเล่นๆ..บทเรียนในการทำงานจาก The Face Thailand 2

26 ตุลาคม 2558

นาทีนี้ต้องสตรองเท่านั้น! บทเรียนการทำงานจากรายการดัง The Face Thailand Season 2

นาทีนี้ต้องสตรองเท่านั้น! บทเรียนการทำงานจากรายการดัง The Face Thailand Season 2

เกิดเป็นกระแสฮิตสร้างวลีติดปากมากมาย..นาทีนี้ทุกคนต้อง สตรอง สตรอง! เท่านั้น สำหรับรายการค้นหานางแบบ The Face Thailand Season 2  ที่เอาชนะใจคนดูของไทยได้อยู่หมัด โดยมีเมนเทอร์สุดแซ่บ ลูกเกด บี และคริส มาประชันความสามารถ ลับฝีปากกันแบบไม่มีใครยอมใคร ขนาดเพิ่งผ่านไปแคมเปญแรกก็ดุเดือดเสียแล้ว เพราะเหล่าเมนเทอร์เริ่มเปิดศึกกันอย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้รายการดังกล่าวไม่ใช่แค่ดูเพื่อความมันส์ความบันเทิงอย่างเดียว แต่ยังสามารถหยิบจับประเด็นหลายๆเรื่องมาเป็นข้อคิดในการทำงานได้เป็นอย่างดี โดยแฟนเพจ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ นักเขียนเจ้าของผลงานล่าสุดอย่าง  "มนุษย์สุดมโน" ได้เขียนแบ่งเป็นข้อๆไว้ได้อย่างน่าสนใจดังนี้

"พี่ไม่ได้มาเล่นๆ Account Management 101 ฉบับ The Face Thailand (จาก The Face Thailand Season 2 Episode 2 : 25 ตุลาคม 2558)

"The Face Thailand ก็เป็นเคสตัวอย่างในการบริหารงานลูกค้าที่ทั้งหัวหน้าและลูกทีมสามารถเรียนรู้ได้ เหมือนได้เรียน Account Management 101 ไปด้วยในตัว บอกแล้วว่าพี่ไม่ได้มาเล่นๆ นี่คือบทเรียนการทำงานจาก Episode 2"

1) คนเป็นหัวหน้าอยู่ต่อหน้าลูกทีมจะกลัวไม่ได้ 

 เหมือนที่ลูกเกดติงว่าคริสไม่ควรแสดงออกว่ากลัวสัตว์ เพราะจะทำให้ลูกทีมกลัวไปด้วย อันนี้จริงมาก เพราะเจอกับตัวเอง พอเป็นหัวหน้าคนแล้วต้องไปขายงานกับลูกค้าระดับสูง ในใจก็มีมุมกลัวเหมือนกัน แต่คิดว่าถ้ากลัวให้ลูกน้องเห็นคงกอดคอกันลงเหวแน่ ขนาดลูกพี่ยังกลัวแล้วลูกน้องจะเหลืออะไร ในทางกลับกัน ถ้าลูกน้องเห็นว่าหัวหน้าสู้ เขาก็จะมีลูกฮึดสู้เว้ย! ขึ้นมา

2) ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ ทำในสิ่งที่คนคาดไม่ถึง

ถ่ายแบบกับกระต่ายไม่จำเป็นต้องทำท่าน่ารักฟรุ้งฟริ้ง ถ่ายแบบกับแมงมุมก็เอาวางบนหน้าแม่งเลย รูปถึงจะออกมาน่าสะพรึง เหมือนที่พี่ฟอร์ดบอก ท่ายิ่งยากแล้วทำออกมาดีจะยิ่งสวย ยิ่งน่าทึ่งว่า เฮ้ย! ทำได้ไงวะ ความคิดสร้างสรรค์นี่แหละที่จะเปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นความมหัศจรรย์

3) เราต้องเชื่อในสิ่งที่ทำ

การถ่ายแบบต้องสร้าง Story ในหัวว่าเราเป็นใคร เมื่อเราเชื่อ แววตาเราจะบอก ความมั่นใจจะมา เราจะทำหน้าที่นั้นได้ดี เหมือนที่บีบอกว่า ถ้าถ่ายรูปกับสัตว์ให้คิดว่าเราเป็นนางพญาที่ควบคุมสัตว์ป่าอยู่ และที่ลูกเกดตะโกนว่า Strong! Strong! Strong!! นั่นก็ด้วย (คือตอนนี้เสียงลูกเกดตะโกนว่า Strong! ดังในหัวตลอดเวลา ฮ่าๆ) ของแบบนี้หัวหน้าสอนมาเหมือนกันว่าต้องซ้อม ต้องฝึก เวลาจะไปขายงานสำคัญๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการซ้อมพรีเซนต์ ไอเดียเราจะดีแค่ไหนแต่ถ้าพรีเซนต์ออกมาไม่ดี ไม่มีพลัง ไม่ Strong! ทุกอย่างก็จบ ลูกค้าจะรู้สึกว่าเราไม่มั่นใจในผลงานตัวเอง หรือไม่เข้าใจ ไม่อินในสิ่งที่เราจะขาย เพราะฉะนั้น ยิ่งซ้อม ยิ่งฝึก เราจะยิ่งเรียกความเชื่อมั่นมาให้ตัวเองได้

4) Put the right man on the right job

อย่ามาโอน้อยออกจับคู่คนกับสัตว์ แต่ให้เลือกคนที่สามารถทำหน้าที่นั้นได้ ในขณะเดียวกัน คนคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ให้ดีที่สุด เอาให้อยู่ เอ่อ...อันนี้หมายถึงพิธีกรด้วยเนอะ ถ้าจะเป็นพิธีกรยังต้องฝึกอีกเยอะ เป็นพิธีกรต้องพูด ร.เรือ ล.ลิง ให้ชัดเจนนะน้องนะ แต่เชื่อว่าเทปต่อๆ ไปน้องจะเก่งขึ้น เทปนี้ดีขึ้นจากเทปแรก อันนั้นน้องแข็งเกิ๊น!

5) Don't take it personal

เวลาทำงานมันมีความกดดันสูง บางทีเราจะโดนดุ แต่ต้องไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ อย่ามาเจ็บแค้นตีอกชกตัวหรือต่อยหมอนว่าดุฉันทำไม ให้แปรเป็นพลังงานผลักดันให้เราพัฒนาตัวเอง ถือเป็นบทเรียน อันนี้ฉันได้เรียนรู้กับตัวเองเลย บางงานโดนดุ โดนเข้าห้องเย็น โดนรื้อแพลน โดนฆ่าไอเดียทิ้ง จนเครียดมาก แต่พอขายงานผ่านแล้วรู้เลยว่าถ้าไม่โดนดุมันจะไม่ออกมาชนะใจลูกค้าได้แบบนี้ ที่ผู้ใหญ่ดุหรือชี้ข้อบกพร่องของเราเพราะเขารักเราและปกป้องไม่ให้งานที่ไม่ดีออกไป ไม่งั้นจะตายกันหมด สุดท้ายคนที่เสียก็คือเราด้วย เรามีโฟกัสเดียวกันคืองานที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น คำตักเตือนใดๆ ที่จะทำให้เราพัฒนาทั้งตัวเราและงานออกมาดีที่สุดให้ถือว่าเขากำลังให้พรเราอยู่

6) เราจะทำงานที่ดีที่สุดจนวินาทีสุดท้าย 

 เหมือนที่บีบอกว่าเสียดายแทนลูกเกดที่ยังเหลือเวลาอยู่แต่ไม่ยอมถ่ายต่อเพราะคิดว่าอยู่แล้ว ปรากฏว่ารูปออกมายังไม่สวย นึกถึงตอนพวกเรากำลังจะไป Pitch งานลูกค้า คนที่พรีเซนต์จะซ้อมแล้วซ้อมอีกจนหมดเวลา ลูกน้องต้องตรวจพรีเซนเตชั่นทุกหน้า ทุกตัวอักษร ทุกแอนิเมชั่น ทุกวิดีโอคลิป ตรวจไปยันสภาพการจราจรของวันที่พรีเซนต์ว่าจะมีปิดถนนอะไรหรือเปล่าจะได้วางแผนการเดินทางได้ถูกต้อง ฯลฯ

7) The show must go on

การทำงานมีปัญหาเฉพาะหน้าที่เราต้องแก้อยู่เสมอ เราจะกลัวแมงมุม จระเข้ อีกัวน่า แค่ไหน ต่อหน้ากล้องเราก็ต้องควบคุมสติเราให้ได้ เพราะมันคือความรับผิดชอบของเรา ไม่ใช่ว่ากลัวจนทำงานต่อไม่ได้ มีคนอีกมากที่รอเราอยู่ และเขาก็ต้องการงานที่ดีจากเราเช่นกัน

8) ผลงานจะเป็นตัวบอกว่าเราทุ่มเทกับมันแค่ไหน เราสู้เพื่อฝันของเราแค่ไหน 

เหมือนที่บีบอกว่าทุกคนที่เข้ามาอยู่ในห้องคัดออกก็บอกหมดว่าหนูทำดีที่สุดแล้ว แต่ผลงานมันฟ้องอยู่ว่ายังไม่พยายามมากพอ งานที่ฉันทำอยู่ก็เหมือนกัน ทุกคนจะทุ่มพลังให้กับงานจนมั่นใจแล้วว่านี่คืองานที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ เราจะไม่ยอมให้งานที่ยังไม่ดีที่สุดออกไปให้ลูกค้าเห็น เพราะสุดท้าย ผลงานจะฟ้องถึง "ใจ" ที่เราใส่ลงในนั้นด้วย และเราไม่สามารถยอมทำลายคุณค่าตัวเองด้วยการทำงานที่ไม่ดี

9) ผิดคือผิด อย่าแก้ตัว

ไม่ใช่ว่าทำได้ไม่ดีก็บอกว่าหนูสายตาสั้น ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ หนูเลยไม่เคยรู้ว่าจระเข้ตัวขนาดไหน แต่ก่อนหน้านั้นยังบอกเมนเทอร์ได้ว่าจระเข้ตัวเท่าไหน ที่บีพูดก็ถูก เป็นนางแบบก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้งานออกมาดีที่สุด สายตาสั้นก็ใส่คอนแทคเลนส์สิลูก นี่คือโลกแห่งความจริง มาทำงานแบบไม่ทำการบ้าน ไม่เตรียมพร้อม งานหนูก็ออกมาไม่ดีสิลูก น่าเสียดาย แต่หนูคงได้บทเรียนแล้วเนอะ สู้ๆ ไปฝึกจับจระเข้แล้วกลับมาใหม่นะ

Strong! Strong! Strong!!! ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

พี่ไม่ได้มาเล่นๆ..บทเรียนในการทำงานจาก The Face Thailand 2

 

 

ที่มา https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1389324278033239&id=1384115101887490&substory_index=0

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง