
‘ประชิด-แปลกหน้า’ มุมมองกรุงเทพฯ จากกลุ่มศิลปิน เมืองควิเบก แคนาดา
ภาพความเป็นกันเอง ไม่มีพิธีรีตองอย่างเป็นทางการมากมายนัก พร้อมปาร์ตี้เปิดงานเล็กๆ ของเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย
โดย...พรเทพ เฮง ภาพ : เฟซบุ๊ก Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ภาพความเป็นกันเอง ไม่มีพิธีรีตองอย่างเป็นทางการมากมายนัก พร้อมปาร์ตี้เปิดงานเล็กๆ ของเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ฟิลลิป คาลเวิร์ท ซึ่งได้มาเป็นประธานเปิดนิทรรศการและกล่าวแสดงความยินดีกับกลุ่มศิลปินจากเมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ที่มาจัดนิทรรศการศิลปะชุด “ประชิด-แปลกหน้า” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้สร้างความประทับใจในการเชื่อมโยงสานสัมพันธ์ถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปะกันระหว่างสองเมือง
“ประชิด-แปลกหน้า” เป็นนิทรรศการศิลปินในพำนักจากเมืองควิเบก ประเทศแคนาดา จัดโดยฝ่ายกิจกรรมเครือข่าย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับเครือข่ายศิลปินเมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ซึ่งริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนศิลปินระหว่างกรุงเทพมหานครและเมืองควิเบก ระหว่างปี 2558-2559 เพื่อพัฒนาการทำงานเครือข่ายศิลปินในระดับนานาชาติ ทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้มุมมองทางศิลปะและวัฒนธรรมจากศิลปินต่างชาติ
คามิล เบอร์นาร์ด-การ์เวล, แคทเธอรีน เบแลงเจอร์, คริสเตียน เมสซิเยร์, ซินเธีย ไดแอน-มิเชลล์, จอร์เจีย โวลเป, มาร์ค อองเดร จีซัส, แมรี คลอด แกนโดรน, แพทริค อัลท์มาน, เรโนด ฟิลิปเป และริชาร์ด มาร์เทล เป็นรายชื่อศิลปินทั้งหมดที่มีงานร่วมจัดแสดงในครั้งนี้
จุมพล อภิสุข กรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวในการเปิดงานวันนั้นว่า โลกวันนี้ศิลปะได้ก้าวพ้นการเป็นกระแสหลักสายเดียวแล้ว งานควิเบกเป็นรูปธรรมชัดแจ้งว่า กายภาพของศิลปะนั้นลงลึกไปได้กว่าเปลือกถนน มันก้าวไปไกลถึงการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกว่าอันนี้คือสิ่งที่เราค้นหา เป็นงานศิลปะที่ไม่ได้แสวงหาความเป็นเลิศ แต่รู้สึกถึงความห่วงหาอาทรในฐานะเพื่อนมนุษย์ธรรมดาๆ
“ผลงานทุกชิ้นมีความเป็นธรรมดา แต่กลเม็ดการนำเสนอผ่านความธรรมดานั้นไม่ธรรมดาเลย ในฐานะเจ้าของพื้นที่ของชาวกรุงเทพฯ พบว่าเราได้ละเลยประเด็นทางกายภาพง่ายๆ ไปได้อย่างไร ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการมองกรุงเทพฯ จากคนนอก แต่เป็นการเห็นกรุงเทพฯ ด้วยจิตใจของมนุษย์ธรรมดาๆ กรุงเทพฯ กำลังจมลงจริงหรือ การเปลี่ยนเพศยอมรับได้อย่างเปิดเผยแค่ไหนในกรุงเทพฯ ความขัดแย้งที่ซ่อนเงื่อนไว้ใต้ความสงบนิ่งของชีวิตธรรมดา อาหารไทยคือจิตวิญญาณหรือคือวัฒนธรรมที่กำลังสูญสลาย ภาพกรุงเทพฯ ที่เสนอในโลกเสมือนจริงกับภาพจริงจากกล้อง เป็นความจริงอันเดียวกันหรือไม่ หรือความรกรุงรังของกรุงเทพฯ กลับถูกมองเป็นผลพลอยได้ของภาพทัศน์ หรือว่าเราก็คือผู้แปลกหน้าในดินแดนตัวเองด้วย”
สำหรับเมืองควิเบก หรือออกเสียงเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า เกแบ็ก ถือเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา อยู่ทางตะวันออกของประเทศ และเป็นรัฐเดียวที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการในระดับรัฐ แต่ใช้ภาษาฝรั่งเศสแทน มีพื้นที่ประมาณ 1,531,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า
ด้านศิลปวัฒนธรรมของที่นี่จะเป็นแบบฝรั่งเศส แต่ชาวควิเบกส่วนใหญ่มักดำเนินชีวิตแบบผสมผสาน ทั้งในแบบฝรั่งเศสและอังกฤษ เช่น เวลาอาหารเย็นของชาวควิเบกจะเป็นแบบอังกฤษ คือจะเริ่มรับประทานตั้งแต่ประมาณ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป แต่ก็นิยมดื่มกาแฟมากกว่าชา
มีผลงานวิดีโอชื่อ Act of Immobility ซึ่งเป็นบันทึกภาพการแสดงสดในพื้นที่สาธารณะของ แมรี คลอด แกนโดรน มาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ โดยมีแนวความคิดต้องการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ในพื้นที่สาธารณะ หากมีการเคลื่อนไหวหรือการแสดงที่ผิดแปลกไปจากปกติ โดยที่เธอบอกถึงงานชุดนี้ของเธอว่า
“อะไรจะเกิดขึ้นกับผู้ชม เพราะหัวใจของงานนี้คือความอดทนอดกลั้นต่อการถูกจำกัดพื้นที่ โดยฉันจะนั่งนิ่งๆ ในพื้นที่สาธารณะที่มักจะมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด พื้นที่ที่ปกติแล้วคุณจะไม่ทำอะไรแปลกประหลาด ผิดปกติ โดยฉันไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย ไม่รู้ว่าคนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะยืนอยู่นิ่งๆ เป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยจะมีกล้องวิดีโอบันทึกภาพไว้ งานของฉันจะสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและภูมิทัศน์ของเมือง และปัจเจกชนกับสังคมเมือง”
ผลงานของกลุ่มศิลปินเมืองควิเบก ซึ่งเดินทางมาพำนักและสร้างสรรค์ผลงานที่กรุงเทพมหานคร ตลอดระยะเวลาพำนัก 2 สัปดาห์ ศิลปินจะผสมผสานสำนึกอันฝังแน่นของตนออกมาปะทะกับภาวะที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน การเผชิญหน้าของผู้แปลกถิ่นในมหานครเอเชียที่สับสน วุ่นวาย อากาศร้อนชื้น เสียงอึกทึกของผู้คนและยวดยานบนท้องถนน
โดยมีคำว่า “Encounter with Strangers” เป็นธีม หรือคำอธิบายของสภาวะเช่นนี้
ซินเธีย ไดแอน-มิเชลล์ ศิลปินสาวอีกคนบอกว่า เธอเติบโตขึ้นมาในเมืองที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส งานของเธอเลยจึงมักจะถ่ายทอดการผสมผสานของสองวัฒนธรรม
“สำหรับนิทรรศการนี้ ฉันจะสร้างสรรค์เสื้อผ้าโบราณของประเทศแคนาดาขึ้นมาใหม่ด้วยผ้าไทย และในทางตรงกันข้าม ฉันจะตัดเย็บชุดแบบไทยด้วยผ้าจากประเทศแคนาดา ผ้าไทยมีลวดลายสวยงาม ละเอียด มีการปักผ้าเยอะ ซึ่งต่างจากผ้าของแคนาดามากที่ส่วนใหญ่จะหนามาก และมักจะทำจากขนสัตว์ เพราะว่าหนาวมาก ฉันคิดว่าการเปรียบเทียบให้เห็นความต่างของผ้าสองแบบนี้จะน่าสนใจมากๆ”
นิทรรศการ “ประชิด-แปลกหน้า” จัดแสดงถึงสิ้นเดือน ต.ค. 2558 ณ ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายกิจกรรมเครือข่าย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โทร. 02-214-6630-8 ต่อ 534 หรืออีเมล [email protected]







