posttoday
ขีดเส้นใต้สองเส้น

ขีดเส้นใต้สองเส้น

24 ตุลาคม 2558

ศาสตราจารย์แองกัส ดีตัน แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์คนล่าสุด

โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์

ศาสตราจารย์แองกัส ดีตัน แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์คนล่าสุด ได้ทุ่มเทเวลาเกือบครึ่งชีวิตเพื่อออกแบบนโยบายเศรษฐกิจที่ส่งเสริมสวัสดิการและลดความยากจน

โดยเน้นย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการตัดสินใจในการบริโภคของบุคคลกับผลลัพธ์ที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ผลงานชิ้นนี้ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงเศรษฐศาสตร์จุลภาคสมัยใหม่ เศรษฐศาสตร์มหภาค และเศรษฐศาสตร์การพัฒนา

แองกัส ดีตัน ได้รับการเชิดชูเกียรติจากผลงานความสำเร็จ 3 เรื่อง

1.การพัฒนาระบบการประเมินอุปสงค์ในสินค้าที่แตกต่าง ซึ่งร่วมกับ จอห์น มูลบาวเออร์ ในช่วงทศวรรษ 1980

2.การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคกับรายได้ที่ทำการศึกษาในช่วงทศวรรษ 1990

3.การวัดคุณภาพชีวิตและความยากจนในประเทศกำลังพัฒนาที่ทำในช่วงทศวรรษต่อมา

ผลงานการศึกษาค้นคว้าด้านความยากจนของ แองกัส ดีตัน เป็นสัญญาณเตือนว่าความไม่เท่าเทียมกันกำลังกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงของโลก

แองกัส ดีตัน มองว่าข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งใช้วัดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นข้อมูลที่รัฐบาลชอบนำมาใช้เป็นเครื่องมือชี้วัดความเจริญนั้น ไม่เพียงพอที่จะใช้ประเมินความเป็นอยู่โดยทั่วไปของประชาชน

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ต้องขีดเส้นใต้ 2 เส้น

ประเทศไทยผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งยุคโชติช่วงชัชวาล ยุคเสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย จนมาถึงยุคทักษิโณมิกส์

จีดีพีของไทยเคยโตในระดับ 2 หลัก แล้วก็ลดลงมาอยู่ในระดับ 7-8-9% ก่อนจะหล่นตุ๊บมาอยู่ที่ 1.9% ในปี 2557

ล่าสุดธนาคารโลกคาดการณ์ว่าจีดีพีของไทยปีนี้จะโต 2.5%

แต่ความจริงประเทศไทยก็คือ คนที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์และกอบโกยความมั่งคั่งจากจีดีพีของประเทศที่เติบโต คือคนกลุ่มเดิมๆ ไม่กี่วงศ์วานว่านเครือ

ขณะที่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนก็ถ่างกว้างขึ้นทุกวัน

แองกัส ดีตัน อ้างรายงานของธนาคารโลก ว่า ปัจจุบันมีคนจนแบบสุดๆ หรือที่ภาษาไทยใช้คำว่า จนดักดาน อยู่ 700 ล้านคนทั่วโลก เป็นผลมาจากการพัฒนาอย่างไม่เท่าเทียมมาหลายร้อยปี ซึ่งหากไม่ปรับปรุงตรงจุดนี้ จะกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง

“...เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมากก็จะมีแต่ถอยกลับ ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า จะมีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการบริหารแบบเรียกว่าแบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละคือเมตตากัน จะอยู่ได้ตลอดไป...”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 4 ธ.ค. 2534

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท