
‘พญาเสือ’ ชื่อนี้อมตะ
เรียกได้ว่ากินบุญเก่าได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ ไทเกอร์ วูดส์ อดีตสวิงมือ 1 โลกชาวอเมริกัน
โดย...มิวโกโตะ
เรียกได้ว่ากินบุญเก่าได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ ไทเกอร์ วูดส์ อดีตสวิงมือ 1 โลกชาวอเมริกัน เพราะไม่น่าเชื่อว่าโปรกอล์ฟที่ห่างหายแชมป์เมเจอร์นับตั้งแต่ศึกยูเอส โอเพ่น ปี 2008 จะยังคงครองแชมป์นักกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดมากที่สุดในปี 2015 จากการจัดอันดับโดย “ฟอร์บส์” นิตยสารธุรกิจชั้นนำของโลก
นับตั้งแต่บาดเจ็บเรื้อรัง โปรกอล์ฟเจ้าของฉายา “พญาเสือ” ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกเลย แถมไม่ผ่านการตัดตัวในระดับเมเจอร์ 3 รายการของปีนี้ อันดับโลกก็หลุดโคจรไปมือ 172 ของโลก แต่น่าแปลกที่ วูดส์ กลับยังคงมีมูลค่ามหาศาลถึง 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,068 ล้านบาท)
นักวิเคราะห์สถานีโทรทัศน์ “ซีบีเอส” ของสหรัฐ ไม่แปลกใจที่โปรกอล์ฟวัย 39 ปี ครองแชมป์นักกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุด ในเมื่อชื่อของวูดส์ยังเป็นที่ต้องการในหมู่คนดูเสมอ อ้างอิงจากเรตติ้งการแข่งขันพีจีเอ ทัวร์ “วินแดม แชมเปี้ยนชิพ” ซึ่งวูดส์มีลุ้นแชมป์ช่วงสองวันแรก ปรากฏตัวเลขเรตติ้งพุ่งแตะ 3.9 นับว่ามากสุดในรอบ 2 ปีของสถานี
นอกจากนี้ คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ทำให้สวิงลูกครึ่งอเมริกัน-ไทยเรียกสปอนเซอร์รายใหม่ๆ ได้อยู่ตลอด ขนาดแบรนด์เครื่องกีฬายักษ์ใหญ่อย่างไนกี้ ที่ชื่นชอบเรื่องชัยชนะ ยังต้องมองข้ามเรื่องฟอร์มตก และยอมทุ่มงบเพื่อจ้างอดีตมือ 1 โลกให้เป็นพรีเซนเตอร์ต่อไป
ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี แข้งทีมชาติอาร์เจนตินา ตัวเต็งรางวัลบัลลงดอร์ 2015 ขาประจำนักกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาด หนนี้หลุดโผอย่างเหลือเชื่อ โดยนักฟุตบอลหนึ่งเดียวในท็อปเทนปีนี้ ได้แก่ คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์จากเรอัล มาดริด ที่ครองอันดับ 8 ด้วยมูลค่า 16 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 569 ล้านบาท)
สอดคล้องกับที่ เดอะ ซัน สื่อจอมเมาท์ประจำอังกฤษ ตีแผ่รายงานเรื่อง “ถึงเวลาเมสซีต้องมาพรีเมียร์” โดยเนื้อหาวิเคราะห์ว่าดาวเตะบาร์เซโลนามีชีวิตรูทีนเกินไป ควรย้ายมาค้าแข้งในเมืองผู้ดี จะสามารถทำให้สปอตไลต์ทุกดวงหันมาจับจ้องที่เขา จนก้าวไปสู่ท็อปนักกีฬาของโลกลำดับต้นๆ
ด้าน ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่ายชาวอเมริกันเสียรูปมวยพอสมควรกับการเดินหนี แมนนี ปาเกียว คู่ชกชาวฟิลิปปินส์ เพื่อรักษาเข็มขัดดรีมไฟต์พร้อมสถิติไม่แพ้ใคร เล่นเอาเรตติ้งร่วงไปพอสมควร จนเกือบหลุดโผ แต่ยังอุตส่าห์ติดในอันดับ 10 ด้วยมูลค่า 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 409.5 ล้านบาท)







