posttoday
จงจดจำ...หลงลบลืมสูญ

จงจดจำ...หลงลบลืมสูญ

22 ตุลาคม 2558

โดย...เสน่ห์จันทน์

โดย...เสน่ห์จันทน์

เมื่อปี 2555 นิยายเรื่อง “คนแคระ” ผลงานของ “วิภาส ศรีทอง” ได้รับรางวัลซีไรต์

ในปี 2558 นิยายเรื่อง “หลงลบลืมสูญ” จากปลายปากกาของนักเขียนรางวัลซีไรต์ได้เข้าชิงอีกครั้ง

และในวันนี้ช่วงบ่ายก็จะได้ทราบผลกันแล้วว่า นวนิยายเรื่องใดได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2558 อีกหนึ่งรางวัลวรรณกรรมที่ผู้คนให้ความสนใจ แม้ว่านักเขียนหลายคนจะมองว่ามันไม่ใช่ที่สุด หรือเป็นคำตอบสุดท้ายที่จะการันตีชิ้นงานได้

“ในการลงมือเขียนนิยายชิ้นหนึ่ง เรื่องเป้าหมาย ผลที่ได้รับอย่างเช่นรางวัลหรือความนิยมที่จะตามมาไม่เคยมีอยู่ในหัว ผมเขียนเมื่อถึงเวลาเขียน จะเรียกว่าถึงจุดสุกงอมก็ได้ จนงานเสร็จสิ้นนั่นละ ผมจึงได้แหงนมอง ตระเวนสายตาดูว่างานของเราน่าจะตีพิมพ์ที่ไหน หรือส่งรางวัลใดได้บ้าง” วิภาส กล่าวถึงห้วงอารมณ์ก่อนที่จะเริ่มรังสรรค์งานสักชิ้น

แม้จะตระหนักว่ารางวัลหาใช่ตัวชี้เป็นชี้ตายในแง่การวัดคุณค่าตัวงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รางวัลมีส่วนผลักดันหนังสือให้สู่ตลาดที่กว้างขึ้น

“มันมีเงื่อนไขอยู่มากหลายในการมอบรางวัลให้แก่ผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เงื่อนไขของรสนิยมส่วนตัว กระแสสังคม บริบททางการเมืองช่วงเวลานั้นๆ แต่แน่นอนรางวัลมีผลชัดเจนในเรื่องการขาย มันช่วยพีอาร์ เป็นไฟเขียวอันคล่องสะดวกให้บรรดาผู้จัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ รวมถึงองค์กรต่างๆ สั่งซื้อโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก

สำหรับตัวผมซึ่งไม่มีความสามารถใดเลยในการเขียนงานแมส งานป๊อปปูลาร์ อ่อนด้อยในการสร้างงานที่จะได้รับความนิยม ผมไม่มีแฟนนักอ่าน หนำซ้ำนิยายของผมค่อนข้างหนักอย่างน่ารำคาญ นักเขียนแบบผมพูดได้เลยว่ารางวัลพอจะช่วยเรียกร้องความสนใจในวงกว้างขึ้นมาในระดับหนึ่ง ดึงดูดให้คนหันมาหยิบอ่านบ้าง ถึงจะมีรีวิวค่อนมาในทางบวกก็ยังไม่เพียงพอให้คนหันมามอง งานวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศนี้ยังปวกเปียกอยู่มาก และน้อยคนที่จะซื้ออ่านตามการรีวิว ส่วนมากก็ยักไหล่แล้ววางคืน”

หลงลบลืมสูญขึ้นมา นวนิยายที่มีต้นธารความคิดมาจากประสบการณ์การเรียนแพทย์ “อธิบายยาก นึกไม่ออกจริงๆ ว่ามันมาเมื่อไร แบบไหน มันไม่ได้มาแบบตูมเดียวแล้วยูเรก้า พรวดลงมือเขียนได้ฉับพลัน มันมาช้าๆ เรื่อยเอื่อย ครืนครันและคุกคามแบบรถบดถนน ทุกวันนี้ผมยังงุนงงและพิศวงอยู่ว่ามันมาได้ยังไง ต้นธารความคิดอาจมาจากประสบการณ์การเรียนแพทย์ การเข้าสู่วัยกลางคน โดยเหตุการณ์ทางการเมืองในรอบหลายปีที่ผ่านมาเป็นมอเตอร์ขับเคลื่อน รวมถึงความทรงจำที่เต็มไปด้วยหนามทิ่มแทงใจ และความต้องการที่จะบ่งมันทิ้ง เสริมด้วยแรงส่งจากสังคมเครือข่าย ชีวิตร่วมสมัย การหมกมุ่นกับการจับจ้อง แต่กลับยิ่งเห็นโลกในความจริงน้อยลงอย่างผกผัน”

หากยังจำกันได้นวนิยายเรื่องคนแคระ วิภาส ได้สะท้อนให้เห็นถึงความป่วยไข้ของตัวละคร ในเรื่องหลงลบลืมสูญก็เช่นกัน ซึ่งเขาได้อรรถาธิบายว่า “นิยายของผมมักเกี่ยวกับการค้นหาตัวเองในมนุษย์ อาจเป็นเพราะว่าสำหรับการทำงานเขียน ผมมักให้เน้นหนักถึง Consciousness ของตัวละครเป็นหลักสำคัญถึงสำคัญที่สุด โลกทั้งหมดที่คนเราสำเหนียกย่อมผ่านสำนึกการรับรู้ของเรา การตีความหมายของโลก ความเข้าใจโลกของแต่ละคน เหล่านี้ล้วนต้องผ่านสำนึกรับรู้ มันเป็นจักรวาลของมโนทัศน์ การสร้างตัวละครแต่ละตัวย่อมจำเป็นต้องประดิษฐ์สำนึกการรับรู้ของตัวละครนั้นให้ได้

นิยายของผมจึงเต็มไปด้วยห้วงภาวะที่ตัวละครสนทนากับตัวเอง การตอบโต้กับตัวเองและกับ Consciousness ระหว่างตัวละครด้วยกัน มันจึงล้นอยู่ด้วยการคิดคำนึงในระดับค่อนข้างลึก ซึ่งลักษณะเช่นนี้วรรณกรรมไทยมีอยู่น้อย ผมต้องสร้างงานรูปแบบและวาดภาพตัวละครอย่างที่กล่าว ซึ่งทั้งหมดทำให้ดูเสมือนว่าตัวละครมุ่งจ่อมจมกับตัวเองจนแลคล้ายกับการหมกมุ่นหรือ ‘ป่วยไข้’ ทั้งที่มันธรรมดามากในสังคมปัจจุบัน อีกอย่างคือผมเขียนโดยไม่คำนึงเลยว่าคนอ่านจะตัดสินตัวละครนั้นๆ ชั่ว-ดีในแง่ศีลธรรมหรือไม่ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่าคือความสมจริงและน่าเชื่อถือ ทำให้คนอ่านคล้อยตามหรืออินไปกับมันให้ได้ แน่นอนการเขียนแบบนี้ย่อมเรียกร้องสมาธิของคนอ่านสูงกว่าปกติ”

คนอ่านมักคาดหวังกับนักเขียนว่าจะได้รับบางอย่างจากผลงานของเขา ในมุมกลับแล้วนักเขียนเล่า อยากให้อะไรแก่ผู้อ่าน “สำหรับผม เวลาเขียนงานผมไม่ได้นึกถึงปรัชญาอะไรก่อนแล้วจึงลงมือเขียน พูดอีกอย่างคือไม่ได้ใช้งานวรรณกรรมเป็นพาหนะถ่ายทอดแนวคิดทางปรัชญาใดเฉพาะเจาะจง ถ้าหากจะมีก็คงสะท้อนผ่านตัวงานออกมาในระดับจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว

ส่วนสิ่งที่อยากจะบอก พูดยากนะ มันแค่อยากเล่าเรื่อง ส่วนสาส์นของมันคงจะอยู่ในระดับจิตใต้สำนึกมากกว่า อีกอย่างภูมิทัศน์วรรณกรรมมันกว้างไกลโอฬารมาก ผมแค่อยากเข้าไปสำรวจดินแดนใหม่ๆ ที่ไม่มีใครเคยย่ำมาก่อน ได้สืบค้นความนึกคิดหรือภาวะ Consciousness  ในความเป็นมนุษย์  ผ่านตัวละครและโลกของตัวละคร เพื่อจะกลับมาเรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า บอกกล่าวให้คนอ่านรับรู้” วิภาส กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท