
วาระสุดท้าย
คำว่า “สุดท้าย” ทำให้เราคิดถึงอะไรได้บ้าง
โดย...ใบไม้ ภาพ เอเอฟพี
คำว่า “สุดท้าย” ทำให้เราคิดถึงอะไรได้บ้าง
คิดถึงสีหน้าซีดหม่นของคนกลัวตาย สีหน้าคับแค้นของนางงามตกรอบ สีหน้าทุกข์โศกระหว่างร่ำลา สีหน้าสลดของเกย์นกที่ต้องบินกลับจากสถานเริงรมย์โดยลำพัง หรือสีหน้าเจ็บปวดแบบเพลงสุดท้ายจริงๆ ของ “สมหญิง ดาวราย”
ข่าวดี จากข้อมูลปี 2556 ระบุว่าคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้นกว่าเมื่อ 50 ปีก่อนถึง 17 ปีเศษ กล่าวคือ อายุผู้ชายอยู่ที่ 71.1 ปี อายุผู้หญิงอยู่ที่ 78.1 ปี ส่วนเกย์หรือตุ๊ดหรือกะเทยตกสำรวจ ให้เกย์ต้องไปตรวจค้นเอาเองในกูเกิล จนได้ข้อมูลจากรายการ “คนค้นฅน” ว่ามีกะเทยนางโชว์อายุประมาณ 80 ปีชื่อ “ป้านงค์” สิ้นอายุขัยไปอย่างสงบแล้วเมื่อต้นปี 2555 และนับเป็นกะเทยที่มีอาชีพนางโชว์อายุยืนสุด
แต่ที่สืบค้นไม่ได้คืออายุขัยโดยเฉลี่ยของเกย์ไทย ซึ่งถ้าจะคาดเดากันแบบไม่ต้องคิดมากก็อาจระบุได้ว่า คนไหนมีปัจจัยเสี่ยงต่อชีวิตแบบผู้ชายก็ตายไว คนไหนมีปัจจัยเสี่ยงต่อชีวิตน้อยแบบผู้หญิงก็มีสิทธิตายช้ากว่าหน่อยว่าถึงตรงนี้แล้วเกย์อย่าเพิ่งดีใจ เคยเห็นแบนเนอร์ตามเว็บไซต์เกย์ชื่อดังทั้งหลายกันบ้างไหม ที่เป็นแคมเปญ Adam’s Love ของสภากาชาดไทยน่ะ เขียนเป็นตัวอักษรสลับไปมาให้น่าขนหัวลุกว่า “รู้หรือไม่? เกือบ 3 ใน 10 ของชายรักชายในกรุงเทพฯ มีเชื้อเอชไอวี และส่วนมากยังไม่รู้ตัว–สนุกกับรักที่ป้องกัน และหมั่นตรวจทุกๆ 3 เดือน”
คำนวณคร่าวๆ จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บันทึกไว้เมื่อปลายปี 2557 ว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ จำนวน 5,692,284 คน แบ่งเป็นหญิง 2,996,765 คน และชาย 2,695,519 คนนั้น ถ้าหากคิดเหมาไปว่าผู้ชายจำนวนดังกล่าวเป็นเกย์เสีย 30% ก็เท่ากับว่า กรุงเทพฯ มีชายรักชายอยู่ประมาณ 8 แสนกว่าคน และเกือบ 3 ใน 10 คนก็เท่ากับ 2.4 แสนคนที่ยังไม่แน่ใจหรือไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อเอชไอวีหรือเปล่า
ถึงกระนั้นก็ยังมีข่าวดีจากแบนเนอร์อีกตัว ในเว็บไซต์เดียวกัน ที่คล้ายจะปลอบชายรักชายว่า “ถ้าผลตรวจเอชไอวีของคุณเป็นบวก รัฐบาลให้สิทธิคุณรับยาต้านไวรัสฟรีทันที! เริ่มต้นรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วย เพื่อสุขภาพแข็งแรงและดูดีได้อีกนาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : โรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาของคุณ”สรุปได้ว่า ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ไม่ว่าจะตายช้าหรือจะตายเร็วกว่าสถิติที่ใครเหล่านั้นไปสำรวจ
ว่าแต่ว่า ก่อนจะตายใครคิดอยากทำอะไรกันบ้าง
ผมโยนคำถามนี้เข้าไปในไลน์กลุ่มเพื่อนเกย์ แต่ละคนส่งคำตอบกลับมาแบบว่าง่าย และเป็นคำตอบตามบุคลิกของเกย์แต่ละนางจริงๆ อาทิ
“ปลูกกลุ่มบ้านบนที่ดินของตัวเอง ที่รวมเอาพ่อแม่ คนรัก และคนสนิทอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน”
“พาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ ให้ได้เห็นโลกกว้างเหมือนที่เราเคยมีโอกาสดีๆ ได้ไป”
“ขอใช้หนี้ให้หมด จะได้ไม่ตกเป็นมรดกหรือภาระให้คนข้างหลัง”
“อยากเขียนนิยายของตัวเองสักเรื่อง ตั้งท่ามาหลายปี ยังทำไม่ได้สักที”
“เที่ยวรอบโลกค่ะ”
“อยากแต่งหญิงอะ”
“อยากทำให้ครอบครัวมีความสุข”
“เที่ยว เที่ยว เที่ยว”
“มีสามี แบบจดทะเบียนกันแล้วมีลูกด้วยกัน จากการทำเด็กหลอดแก้วของเขาและของฉันอย่างละคน”
“ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ให้หมด”
“อยากทำหน้าค่ะ”...
แต่ละคำตอบบ่งบอกถึงนิสัยใจคอ รวมถึงโลกส่วนตัวที่ทั้งสวยงาม เคร่งขรึม และมีอารมณ์ขัน ทว่าที่โหดและฮากว่านั้น ผมเคยฟังจากปากของพีอาร์สาวเก่งคนหนึ่งของวงการ
นางเล่าว่า ตอนที่มีข่าวลือเรื่องวันสิ้นโลก-วันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012 คืนก่อนหน้านั้นนางบุกไปร้านนวด จิ้มเด็กนวดไปใช้บริการที่ห้องคราวเดียว 4 คน ผมนึกภาพตาม มันคงไม่ใช่เป็นแซนด์วิชธรรมดาๆ แต่น่าจะเป็นบิ๊กแม็คบวกดับเบิ้ลชีส
นางน่าจะตายก่อนวันสิ้นโลกนะนั่น แต่ก็เปล่า นางกลับสบายเนื้อสบายตัว สีหน้าระรื่นชื่นบาน แม้ขณะที่พูดเล่านั้นเวลาจะผ่านมานานร่วมสามปีแล้วก็ตาม มิหนำซ้ำ ในวัน-เดือน-ปีนั้นโลกไม่ได้แตกดับตามคำทำนายอีกด้วย
ถ้าคำว่า “สุดท้าย” หมายถึง “ความตาย” จริงๆ ละก็ พระท่านว่าขอให้ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทในทุกขณะจิต
ส่วนใครจะเหลือเวลาสั้นหรือยาวเพื่อคิดอยากทำอะไรก่อนตายนั้น เพื่อนในไลน์กลุ่มต่างๆ ที่รักใคร่กลมเกลียวจะส่งสติ๊กเกอร์เป็นกำลังใจให้เองว่า “เอาที่สบายใจเลย”







