
เกรซ ล้อบุณยารักษ์ เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อนที่ไว้ใจได้
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
สมัยนี้แทบจะเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องบริหารเวลาระหว่างงานและครอบครัวให้ลงตัว แต่สำหรับ เกรซ ล้อบุณยารักษ์ ผู้บริหารหญิงไฟแรง คุณแม่ลูกหนึ่งวัย 33 ปี บททดสอบในฐานะคุณแม่ของน้องเชียนเชียน เกรซาลีน อาจมากกว่านั้น เพราะทุกวันนี้เธอต้องรับหน้าที่ดูแลลูกคนเดียวตอนที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากสามีซึ่งเป็นชาวไต้หวันทำงานอยู่ที่บ้านของเขา
ถึงรูปแบบการใช้ชีวิตในครอบครัวจะต่างจากบ้านอื่น แต่ความรักระหว่างพ่อแม่ลูกไม่ได้แตกต่างเลย
“เกรซจะพาลูกบินไปหาคุณพ่อที่ไต้หวันทุกเดือนไปครั้งละ 3-4 วัน แต่ถ้าเป็นช่วงปิดเทอมนี่ให้ลูกบินไปอยู่เป็นเดือน ส่วนตัวเกรซจะไปๆ มาๆ แต่ถ้าช่วงที่เกรซกับลูกอยู่เมืองไทย พ่อ-ลูกก็จะเฟซไทม์คุยกันตลอด”
ถามว่าด้วยคอนเซ็ปต์ของครอบครัวเราที่พ่อกับแม่อยู่คนละประเทศส่งผลกับลูกไหม เกรซบอกว่าไม่เลย เพราะเกรซทุ่มเทเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่ ถึงตอนนี้เกรซจะทำงานไปด้วย ทั้งงานด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และเร็วๆ นี้กำลังจะมีธุรกิจใหม่ แต่ด้วยความที่ทำธุรกิจของตัวเองทำให้สามารถบริหารเวลาได้ ทุกเช้าเกรซจะรับหน้าที่ไปส่งลูกที่โรงเรียน โดยเธอเลือกโรงเรียนใกล้บ้านและที่ทำงาน เพื่อให้การเดินทางสะดวก ส่วนตอนเย็นจะไปรับลูกพากลับบ้านเลย
“ทุกคืนเกรซจะเล่านิทานเพื่อส่งลูกเข้านอน เกรซให้เวลาตรงนี้วันละ 1 ชั่วโมง เพราะเกรซมองว่านี่เป็นช่วงเวลาสำคัญ เป็นช่วงเวลามีค่าที่เกรซจะได้ใช้กับลูก”
เกรซยอมรับว่าการมีลูกทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก จากเดิมค่อนข้างเป็นผู้หญิงบ้างาน แต่พอมีลูกเราต้องแบ่งเวลามาดูแลลูก ถามว่ายากมั้ย ไม่เลย แต่คุณแม่ต้องมีวินัยสูง ทุกวันเกรซตื่นมาตี 5 กว่าๆ มาออกกำลังกายก่อน จากนั้นก็ส่งลูกไปโรงเรียน มาทำงาน ไปรับลูก เวลาต้องมีไปปาร์ตี้กับเพื่อน นานๆ ครั้งจะไปที แต่เกรซจะพาลูกไปด้วย ต้องไปประชุม สัมมนา เดินทางไปต่างประเทศก็จะพยายามพาลูกไปด้วย
“เกรซมองว่าการที่เราพาลูกไปด้วย ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตา แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเราไม่อยากทิ้งลูกไว้กับคนอื่น อย่างน้อยพาไปด้วยเราก็อุ่นใจกว่า ตอนที่แต่งงานเกรซไม่ได้คิดจะมีลูกเลย กะรอสัก 3-4 ปี แต่พอแต่งแล้วมีเลยก็โอเค ตอนนี้ตั้งใจว่าอยากจะมีอีกสัก 2 คน การเป็นแม่คนทำให้เกรซมองย้อนไปถึงคุณแม่ของเรา รักแม่ของเรามากขึ้นและเข้าใจว่าความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดคืออะไร”
ถึงจะรักลูกขนาดไหน วิธีการเลี้ยงลูกของเกรซจะไม่สปอยล์เลย เกรซกับสามีเห็นตรงกันว่า อยากให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่หาเงินมาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่ลูกอยากได้อะไรร้องแล้วต้องได้ แต่ต้องมีเหตุผล
“เกรซเพิ่งลองใช้วิธีการให้รางวัลกับลูกเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เวลาเขาแสดงความรับผิดชอบอะไร ทำตามที่ได้รับมอบหมาย เกรซจะให้ดาวเขา พอสะสมครบก็ได้รางวัล รางวัลใหญ่หน่อยอาจจะพาไปดิสนีย์แลนด์ ซึ่งก็ได้ผลน่าพอใจ อีกอย่างที่เกรซพยายามสอนลูกคือ สอนให้เขารู้จักแพ้ ล้มเหลวบ้าง ไม่จำเป็นต้องชนะตลอด ซึ่งเกรซว่านี่เป็นเรื่องสำคัญที่เราควรสอนตั้งแต่ในบ้านว่า คนเราแพ้บ้างล้มเหลวบ้างก็ได้ อีกหน่อยถ้าโลกเขากว้างขึ้นต้องผิดหวังบ้าง เขาจะได้มีภูมิคุ้มกัน”
นอกจากนี้ เกรซบอกว่าจะไม่เลี้ยงลูกด้วยการตี เพราะมองว่ายิ่งทำให้ลูกก้าวร้าว แต่จะเลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อน เหมือนที่คุณแม่เลี้ยงเรามา
“เกรซอยากให้ลูกมีอะไรกล้าบอกและเล่าให้เราฟังทุกเรื่อง แม้จะเป็นเรื่องไม่ดี อย่างน้อยเขาจะรู้ว่า ถ้าโทรมาหาเราหรือบอกเรา เราจะไม่ซ้ำเติมเขา” คุณแม่คนเก่งกล่าวทิ้งท้าย







