
เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ สู้กันด้วยเสียง
หนึ่งรายการประกวดร้องเพลงที่มีคนชื่นชอบมากที่สุด ทั่วโลกตอนนี้มีเกือบ 60 ประเทศ ที่ซื้อลิขสิทธิ์จากต้นสังกัด “ทัลปา มีเดีย กรุ๊ป” (เนเธอร์แลนด์) ไปต่อยอด
หนึ่งรายการประกวดร้องเพลงที่มีคนชื่นชอบมากที่สุด ทั่วโลกตอนนี้มีเกือบ 60 ประเทศ ที่ซื้อลิขสิทธิ์จากต้นสังกัด “ทัลปา มีเดีย กรุ๊ป” (เนเธอร์แลนด์) ไปต่อยอด
เฉพาะเอเชียก็มี อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน มองโกเลีย เกาหลีใต้ เวียดนาม กระทั่ง กัมพูชา ยังมี “เดอะวอยซ์ กัมพูชา” จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เคยผนึกกำลังร่วมประชันในเวอร์ชั่น “เดอะวอยซ์ภาษาจีนกลาง”
สำหรับประเทศไทยที่กำลังออกอากาศ (ช่อง 3 และช่อง 3 HD) คือ “เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 4” (ผลิตโดย ทรู มิวสิค) ถือเป็นเจ้าแรกในเอเชีย เป็นรองแค่ “เดอะวอยซ์ เนเธอร์แลนด์” “เดอะวอย์ อังกฤษ” “เดอะวอยซ์ ออสเตรเลีย” ที่ลิ่วสู่ซีซั่น 5 ส่วน “เดอะวอยซ์ อเมริกา” ไปไกลถึงซีซั่น 9 นู่น
ด้วยสโลแกน “เสียงเท่านั้นที่เราต้องการ” ทำให้คนที่ฝันอยากจะโชว์เสียง แห่แหนมาสมัครกันล้นหลาม แต่แม้จะมีเสียงดีและทรงพลัง ทว่ากว่าจะคว้าชัยชนะ มันก็ไม่ง่าย ต้องฝ่าด่าน 4 โค้ช แถมยังต้องฟาดฟันกับคู่แข่งในรอบลึกๆ
เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 4 พ้นรอบ Blind Auditions โค้ชหันหลังและกดไฟ I want you ไปหมาดๆ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ (18 ต.ค.) เป็นรอบ Battle หรือรอบปะทะ พ่นเสียงใส่กันระหว่างลูกทีมแต่ละโค้ช เพื่อให้โค้ชยอมสยบคาตัก เลือกไว้เพียงหนึ่งเดียวในการเข้าสู่รอบ Knock out และรอบ Live หรือรอบแสดงสด นั่นหมายถึงแชมป์ “เสียงจริง ตัวจริง” รออยู่แค่เอื้อม
ความสนุก ความตื่นเต้น ความเร้าใจ ไม่ใช่อยู่ที่ “โค้ชก้อง” “โค้ชคิ้ม” “โค้ชโจอี้” “โค้ชสิงโต” ผู้เข้าแข่งก็ด้วย ถ้าโค้ชตัดใจไม่เลือกใคร โค้ชคนอื่นก็มีสิทธิ Steal เข้าไปเป็นลูกทีมได้
ฉะนั้น อยู่ที่การวางแผนและเตรียมการของโค้ชว่าจะเลือกใครปะทะใคร ขณะที่ผู้เข้าแข่งขัน แม้จะโชว์สุดเสียง แต่เมื่อไปเจอคู่แข่งที่เหนือชั้นกว่า ก็อาจถูกเชือดตายคาเวที ซ้ำร้ายดีไม่ดี อาจไม่มีโค้ช Steal
ไม่ว่าใครจะได้แชมป์คนใหม่ โหวตของผู้ชมคือผู้ตัดสิน ถึงกระนั้น ถ้าเทียบกับหลายรายการ รายการนี้ก็ดูเข้าท่าและดราม่าน้อยกว่า เพราะอย่างน้อยๆ คนที่จะชนะต้องมี “เสียง” เป็นจุดขาย
แต่ถ้าใครมีดีทั้งเสียงเจ๋งและหน้าตา ก็เท่ากับคว้า “โชคสองชั้น”







