
ความสุขในที่ทำงาน ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง
ในแวดวงการทำงาน มักจะมีการสัมมนาเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน สัมมนาส่วนใหญ่
โดย...มิยาโตะ
ในแวดวงการทำงาน มักจะมีการสัมมนาเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน สัมมนาส่วนใหญ่มักมีการพูดถึงความสุขหรือเน้นไปที่การสร้างสุข โดยบริษัทมักเชื่อว่า ความสุขในการทำงานจะทำให้พนักงานมีสุขภาพดี จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมทั้งมีสิทธิที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง
หลายๆ บริษัทมีการว่าจ้างโค้ชมาบรรยายเรื่องความสุข เรื่องการสร้างทีมเวิร์ก ให้เล่นเกมสนุกสนานต่างๆนานา หลายแห่งหากิจกรรมสร้างสุขด้วยการเปิดคลาสเรียนเต้นรำ โยคะ หรืออื่นๆ บางบริษัทถึงกับตั้งแผนกสร้างความสุขขึ้นมาทีเดียว (อย่างเช่นบริษัท กูเกิล)
หากเมื่อพิจารณาผลการวิจัยหลายๆ ชิ้น หลังจากที่บริษัทต่างๆ ได้จัดสัมมนาที่เชื่อว่าพนักงานจะมีความสุข ทว่าผลวิจัยกลับออกมาว่า พนักงานไม่ได้ต้องการสิ่งต่างๆ เหล่านั้นเลย โดยเฉพาะคลาสเต้นรำ หรือกิจกรรมแปลกๆ ต่างๆ ที่พวกเขาต้องการจะโดดเรียนทุกครั้งเท่าที่มีโอกาสทำได้
ซูซาน เอคมันน์ ที่เคยทำการสำรวจในบริษัทสื่อแห่งหนึ่งได้ผลว่า ความสุขอาจจะทำลายความสัมพันธ์ของเจ้านายกับลูกน้องได้ โดยการสร้างบรรยากาศของความสุขในที่ทำงาน จะไปทำให้เกิดความต้องการทางอารมณ์สูงขึ้นแต่ในการทำงานไม่ควรที่จะมีการตัดสิน หรือนำอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ อย่างเช่น พนักงานบางคนอาจรู้สึกว่าเจ้านายที่เคยสนิทสนมไม่ใส่ใจเขาเท่าที่ควร ซึ่งอาจจะเกิดการตอบสนองแบบที่คาดไม่ถึงขึ้นได้
นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยออกมาว่า ความสุขไม่ได้เป็นสิ่งที่จะรั้งพนักงานเอาไว้ไม่ให้ลาออกจากบริษัทไปทำงานที่อื่น ทว่าพนักงานจะอยู่ตราบใดที่พวกเขายังพึงพอใจหรือได้ภูมิใจในผลงานของตัวเอง รวมทั้งความรู้สึกมั่นคงมากกว่า ที่สามารถรั้งพวกเขาเอาไว้ได้นานๆ แล้วก็ยังมีเรื่องของความกลมเกลียวของเพื่อนร่วมงานที่เข้ากันได้ดี ก็มีส่วนในการผูกมัดใจให้พนักงานซื่อสัตย์ต่อองค์กรไม่ด่วนลาออกอีกด้วย
อย่างที่ ดาร์ริน เอ็ม. แม็กมาฮอน กล่าวไว้ในหนังสือ Happiness : A History ว่า นับตั้งแต่ศตวรรษที่6 ใครที่มีชีวิตอยู่ล้วนไม่มีความสุข เขาเชื่อว่าในที่ทำงานนั้นใช้ภูมิปัญญาจึงจะประสบความสำเร็จ ส่วนความสุขเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้น







