
ถึงเวลาผลัดใบบอลไทย?
ถือเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในรอบหลายปี เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศแบน วรวีร์ มะกูดี
โดย...นูโน่
ถือเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในรอบหลายปี เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศแบน วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นเวลา 90 วัน พร้อมกับคำสั่งเลื่อนการเลือกตั้งออกไป รวมทั้งถอดถอนสภากรรมการชุดเก่าและแต่งตั้งคณะกรรมการกลางเข้ามาทำหน้าที่แทน และให้มีการจัดเลือกตั้งภายในวันที่ 15 ก.พ.ปีหน้า
แม้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะยืนยันตรงกันว่า การลงโทษแบน “บังยี” กับการเดินทางมาของ เจมส์ จอห์นสัน ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ด้านการบริหารประเทศสมาชิกของฟีฟ่า ที่ประจวบเหมาะเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นไม่เกี่ยวข้องกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังมีคำถามว่า “สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร” และ “บังยีจะลงสมัครเลือกตั้งได้หรือไม่”
เพราะการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ดูเหมือนให้เวลาวรวีร์พ้นโทษแบนกลับมา!!
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก หนึ่งในผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกสมาคมลูกหนังไทย ซึ่งทำหนังสือร้องเรียนไปยังฟีฟ่าและนำมาสู่การมาตรวจสอบของเจมส์ เชื่อว่าไม่น่าเกี่ยวกัน
“ตัวแทนฟีฟ่ามาครั้งนี้เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีการร้องเรียนไป และเรียกประชุมแต่ละฝ่ายกันคนละเวลา ซึ่งทุกอย่างปรากฏอยู่แล้ว เขาถึงตัดสินให้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด และเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า การดำเนินการนั้นไม่ได้เป็นไปตามกฎระเบียบที่ถูกต้อง” บิ๊กเจี๊ยบ กล่าว
ทั้งนี้ พล.ต.ท.พิสัณห์ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังฟีฟ่าด้วยกัน 3 ประเด็น คือ การส่งหนังสือถึงสโม
สรสมาชิกไม่ถึง 30 วัน คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นกลาง และที่มา 30 สโมสรตัวแทนจากโซนภูมิภาค ซึ่งเจ้าตัวค่อนข้างพอใจกับผลที่ได้รับ และไม่คิดว่าสมาคมจะกล้าฝ่าฝืนคำสั่งใดๆ
ขณะที่คณะกรรมการกลางที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งประกอบด้วย 1.พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตประธานคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย (ประธาน) 2.ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย (รองประธาน) 3.สัตยา อรุณธารี รองอัยการสูงสุด (กรรมการ) 4.มานิต วรรธนะสาร ผู้อำนวยการกองนิติการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กรรมการ) 5.ชื่นชนก ศิริวัฒน์ (กรรมการ) 6.พินิจ สะสินิน (เลขานุการ) นั้น ก็ถือเป็นคนกลางจริงๆ เพราะมาจากการหารือร่วมกับทุกฝ่ายทั้งฟีฟ่า สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคู่กรณี
“คณะกรรมการชุดนี้มาจากการเสนอชื่อของทุกฝ่าย โดยตำแหน่งประธานเอเอฟซีเป็นคนกำหนด” นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมาย สมาคมฟุตบอลฯ ยืนยันเอง
ถึงแม้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางจะยังไม่ชัดเจน หลัง นรินท์พงศ์ เผยว่า คณะกรรมการกลางจะมาดูแลการจัดเลือกตั้งเท่านั้น แต่สภากรรมการบริหารชุดเดิมจะยังคงรักษาการอยู่ แต่งานนี้ “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ ประกาศชัดไม่มีล็อบบี้แน่นอน
“เรื่องนี้เซนซิทีฟมาก ทุกอย่างต้องรอบคอบ ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเผือกร้อน ยังไม่รู้ว่าต้องมีการสังคายนากันขนาดไหน แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด ต้องทำให้โปร่งใส ทุกคนยอมรับได้” เสธ.โต กล่าว
ที่สำคัญ หากบังยีพ้นโทษแบนกลับมา ซึ่งอาจจะก่อน 90 วันหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลงสมัครได้แน่นอน เพราะกรอบวันที่ 15 ก.พ.ปีหน้านั้นคืออย่างช้า และอาจเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก็ได้ ซึ่งหากยึดตามกฎการเลือกตั้งเดิมของไทยผู้ลงชิงชัยต้องสมัครล่วงหน้า 30 วัน หรือถ้าทันก็ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาของคณะกรรมการกลาง
เพราะฉะนั้น นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการลูกหนังไทย







