posttoday
วีรพร นิติประภา กับคำถาม เราจะอยู่กันไปแบบนี้หรือ?

วีรพร นิติประภา กับคำถาม เราจะอยู่กันไปแบบนี้หรือ?

15 ตุลาคม 2558

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

วันนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ “วีรพร นิติประภา” เจ้าของ “นิยายรักน้ำเน่ามาตรฐาน” เรื่อง “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” ซึ่งเป็นหนึ่งในนิยายที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัลซีไรต์ประจำปีนี้ โดยเธอเผยว่าแก่นสารสาระสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้คือมายาคติ

“ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต เป็นนิยายที่เล่าเรื่องของตัวละครกลุ่มหนึ่งที่ถูกผลักดันด้วยความหลงใหลใฝ่ฝันจนลืมสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ ในชีวิต ซึ่งเรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือความรักกับมิตรภาพ และที่นำเสนอเป็นนิยายรักน้ำเน่ามาตรฐานนั้น ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า น้ำเน่ามาตรฐานคือโครงเรื่องที่ถูกเล่าซ้ำๆ ในรูปแบบต่างๆ ที่เห็นในสื่อกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็นนิยาย หรือหนัง หรือละครหลังข่าว ไม่ว่าเรื่องจะเริ่มตรงไหน คลี่คลายไปอย่างไร ถ้าถอดเป็นสูตรออกมาก็จะได้พระเอกนางเอกพบกัน แยกกันไป กลับมาพบกันใหม่ รักกัน มีตัวอิจฉา อุปสรรค การผิดใจ อยู่รายทางระหว่างนั้น ก่อนได้กลับมาครองรักกันในตอนจบโดยไม่รู้ตัว เราทุกคนต่างก็ถูกหล่อหลอมซ้ำๆ ให้เชื่อว่าความรักแท้จริงต้องประกอบด้วยสิ่งเหล่านี้ ผิดจากนี้มิใช่ความรัก ซึ่งคือมายาคติ ความขัดแย้งระหว่างชนชาติเดียวกัน ในประเทศหนึ่ง ไม่แต่แค่ประเทศไทย ถ้ามองลงไป คุณจะเห็นว่าล้วนถูกผลักดันโดยอคติกับอุดมคติทั้งนั้น ไม่มากกว่านี้ และเราต่างก็วกวนกลับมาที่จุดเดิมๆ”

ผมถามวีรพรไปว่า ตัวละครตัวใด หรือเหตุการณ์ใด คือสิ่งที่สะท้อนแก่นสารสาระสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุด เธอเผยว่า เป็นตอนที่เล่าถึงป้ายชื่อร้านที่วินมอเตอร์ไซค์เก็บไปทำเป็นม้านั่ง แล้วเลยกลายเป็นชื่อซอย จากนั้นก็กลายเป็นเรื่องเล่าของผู้หญิงฆ่าตัวตายผิดหวังความรัก แล้วจากเรื่องเล่าก็กลายมาเป็นตำนานของศาลเจ้าแม่ เป็นตอนกระชับที่ช่วยให้สามารถเล่าถึงมายาคติได้อย่างที่อยากเล่า

“ส่วนตัวละครตัวใดมีความเป็นตัวตนของผู้เขียนอยู่ในนั้น อืม เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจหรืออยากจะมีตัวตนอยู่ในเรื่องหรอกนะคะ เพราะอย่างไรเรื่องทั้งเรื่องออกมาจากหัวของเรา มันเป็นตัวตนของเราหมดทั้งเรื่อง แต่ถ้าอ่านๆ ไป ดูเหมือนตัวละครชื่อปราณจะคิดเยอะและคิดดังกว่าคนอื่น น่าจะเป็นตัวนั้นที่เป็นตัวเองมากกว่าตัวอื่นๆ ค่ะ (ยิ้ม)”

ทำไมนิยายเรื่องนี้ถึงใช้ชื่อว่า ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต วีรพรเผยว่า นั่นเป็นเพราะว่าไส้เดือนไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ใต้ดิน มันไม่มีตา มันไม่เห็นท้องฟ้า เหมือนเช่นเราที่อยู่ในมายาคติ เราไม่รู้หรอกว่าเรากำลังหลอกตัวเอง คุณไม่ได้ต้องการจะเป็นคนรวย เป็นคนดัง คนดีมีคุณธรรม รักประชาธิปไตย ต่อต้านคนโกง มีจุดยืนทางการเมือง หรือจุดยืนอะไรก็แล้วแต่ มากมายอย่างที่คุณคิดว่าคุณต้องการหรอก คุณแค่ต้องการสังคมที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ไม่ต้องรักกันจี๋จ๋า แค่ไม่มีปัญหากันกับเพื่อนบ้าน กับเพื่อนที่ทำงาน กับใคร มีข้าวกินอิ่ม มีงานทำ มีความฝันเล็กๆ ไม่ต้องยิ่งใหญ่มโหฬาร มีคนรักที่เข้าใจกันพอควร มีครอบครัวล้อมวงกินข้าวกับข้าวง่ายๆ คุยกันด้วยเรื่องไร้สาระ ก็แค่นั้นเอง แค่แบบที่เราเคยอยู่กันมา...ก่อนหน้าความขัดแย้งนี้แค่นั้น

ในระหว่างเขียนนิยายเรื่องนี้ วีรพรเล่าว่า อุปสรรคปัญหาของการเขียน คือ การเขียนที่ไม่ได้อย่างใจ “เขียนจบ วางทิ้ง กลับมาอ่านใหม่ รู้สึกไม่ใช่ ก็ทำใหม่อยู่อย่างนั้น เป็นไส้เดือนในเขาวงกตตัวจริง (หัวเราะ) ทำให้ใช้เวลาเขียนนานมาก เขียนกลับไปกลับมา เอาเข้าเอาออก ตัดโน่นเพิ่มนี่ตลอดเวลา กว่าจะเขียนเสร็จใช้เวลาถึงสามปีค่ะ กว่าจะได้พิมพ์ก็เกือบปี”

เมื่อเธอทำหน้าที่การเขียนของเธอเสร็จสิ้น วีรพรได้เรียนรู้ว่าในระหว่างเขียน เธอเหมือนถูกบังคับให้กลับไปมองดูผู้คนในชีวิต ทั้งคนสำคัญและไม่สำคัญ คนรู้จัก คนไม่รู้จัก มองแบบพินิจพิเคราะห์หนักๆ “พอเขียนจบ เราก็มองเห็นคนหลายๆ คนต่างไปจากที่เคยเห็น เห็นความกะพร่องกะแพร่ง หลงใหลใฝ่ฝัน ความเบื่อหน่าย การอกหักซ้ำๆ ซากๆ จากการงาน ความรัก สารพัดสิ่งที่ผลักดันคน เห็นความอ่อนด้อยของการเป็นมนุษย์ แล้วอดแปลกใจไม่ได้ว่าที่สุดแล้วเรายังเห็นชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม...อยู่ดี ในท่ามกลางข้อด้อยจากน้อยไปหามากต่างๆ นานาของการเป็นคน”

เมื่อนิยายเรื่องนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ประจำปีนี้ วีรพรเผยว่า แค่ได้เข้ารอบก็ดีใจแล้ว ส่วนจะได้รางวัลหรือไม่ ได้หรือไม่ได้รางวัล เธอก็จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานเขียนต่อไป

“เอาเป็นว่าฝากนิยายเรื่องนี้ไว้แล้วกันค่ะ สิ่งที่อยากให้ผู้อ่านได้รับจากนิยายเรื่องนี้คือคำถาม แค่คำถามว่าเราเคยอยู่กันมาแบบไหน วันนี้เราอยู่กันแบบไหน และเราจะอยู่กันไปแบบนี้หรือ มีอุดมการณ์ จุดยืน มีคุณค่า คุณธรรม แต่ไม่มีมิตรภาพ ความนุ่มนวลแบบที่เราเคยมีต่อกัน แค่นี้พอไหมที่ชนชาติหนึ่งจะอยู่รอดได้อย่างที่เราเคยอยู่รอดมาถึงวันนี้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท