
ซีลีน หลุยส์ เมืองไทยมีแรงดึงดูด
โดย...ณัฐดนัย/ภาดนุ
โดย...ณัฐดนัย/ภาดนุ
ซีลีน หลุยส์ สาวสวยวัย 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์บาคาร์ดี้ เป็นอีกหนึ่งสาวชาวต่างชาติที่มาปักหลักทำงานอยู่เมืองไทยได้ 4 ปีแล้ว โดยมีหน้าที่ดูแลบริหารงานที่เมืองไทยเป็นหลัก นอกจากนี้ยังดูแลแบรนด์ในเครือที่ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และจีนอีกด้วย
“การมาทำงานและอาศัยอยู่ที่เมืองไทยปรับตัวไม่ยากค่ะ เพราะโดยพื้นฐานแล้วฉันมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอยู่แล้ว เนื่องจากตัวฉันมีเชื้อสายเบลเยียม อิตาเลียน และคองโก ทำให้ฉันได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ฉันจึงสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ฉันชอบประเทศไทยมาก เพราะรู้สึกว่าที่นี่มีแรงดึงดูด มาอยู่แล้วรู้สึกประทับใจค่ะ”
ซีลีน บอกว่า ถ้าเป็นเรื่องของวัฒนธรรม เธอชอบเรื่องอาหาร โดยเฉพาะอาหารอีสานนี่จะชอบมาก ถึงรสชาติจะจัดจ้าน แต่ยังไงก็ยังชอบอยู่ดี ส่วนถ้าเป็นเรื่องของบรรยากาศ เธอชอบเมืองไทยเพราะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หลายอย่างจึงมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ผิดกับประเทศในยุโรปซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว บรรยากาศโดยรอบจึงค่อนข้างจะนิ่ง ก็เลยไม่มีการเปลี่ยนแปลงและไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
“ฉันคิดว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่กำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ ซึ่งด้วยรูปแบบและวัฒนธรรมของคนไทยแล้ว เวลามีสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นบนโลกใบนี้ คนไทยก็สามารถรับเอามาได้หมด อย่างเวลาที่มีการจัดงานอีเวนต์ขึ้นในเมืองไทย ฉันมักจะได้เห็นมุมต่างๆ ของคนไทย และเห็นการเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ของโลกที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์หรืองานเทศกาลต่างๆ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกสัปดาห์ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวใหม่ๆ อยู่เสมอ”
ซีลีน เสริมว่า การมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคนไทย ด้านที่เธอประทับใจก็คือ นิสัยที่สบายๆ ของคนไทย เพราะช่วยให้การทำงานหนักๆ ผ่อนคลายลงและไม่เครียดจนเกินไป เวลามีปัญหาเกิดขึ้นคนไทยจะมองว่าเป็นเรื่องสบายๆ และค่อยๆ แก้ไขปัญหาจนสำเร็จ และทุกคนก็มีความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งถ้าเป็นที่ยุโรปเวลาที่เจ้านายไม่พอใจก็อาจจะตะโกนใส่หน้าเรา ซึ่งแน่นอนว่าก็คงไม่มีใครแฮปปี้หรอกที่เจอแบบนี้
“ด้านที่ฉันมองว่าคนไทยควรจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นก็คือ การคิดนอกกรอบหรือมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะมีจุดอ่อนในเรื่องนี้ แต่ฉันก็เชื่อว่าอาจเป็นเพราะเรื่องของวัฒนธรรมและการเรียนรู้ รวมทั้งระบบการศึกษาของคนไทยที่ส่วนใหญ่ถูกสอนมาแบบนี้ เช่น การสอนให้ท่องจำ ในขณะที่การเรียนการสอนของประเทศในแถบยุโรปส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้เด็กๆ ได้คิดนอกกรอบและคิดวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
ดังนั้น สิ่งที่ฉันปฏิบัติกับทีมงานเวลาทำงานร่วมกันก็คือ เวลามีปัญหา ฉันจะไม่อยากให้ทุกคนพูดอยู่แค่ว่า ‘มีปัญหา’ แล้วก็จมอยู่แต่กับปัญหานั้น ฉันต้องการให้ทุกปัญหามีคำตอบและหาทางแก้ไขเผื่อไว้ในอนาคตด้วย ไม่งั้นเราก็จะจมอยู่กับปัญหานั้นโดยไม่มีการแก้ไขซักที”
สาวสวยนักบริหาร ทิ้งท้ายว่า แม้เธอจะทำงานหนักตลอดทั้งสัปดาห์ แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะหาเวลาว่างไปออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะหรือวิ่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และมีความตั้งใจว่าจะลองลงแข่งวิ่งมาราธอนให้ได้ภายใน 6 เดือน ซึ่งตอนนี้เธอก็กำลังซุ่มฝึกซ้อมวิ่งอยู่
“เหตุผลที่ฉันต้องขยันออกกำลังกายอยู่เสมอ ก็เพราะว่าฉันทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องมีการดื่มและการปาร์ตี้ที่ต้องอยู่ดึกๆ อยู่เสมอ ฉันจึงต้องดูแลและบาลานซ์เรื่องสุขภาพของตัวเองให้ดีๆ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก นอกจากการดูแลตัวเองแล้ว ฉันยังชอบพักผ่อนด้วยการไปเยี่ยมชมการจัดงานเกี่ยวกับวัฒนธรรม นิทรรศการแสดงศิลปะ การแสดงโชว์ และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่จัดขึ้นในเมืองไทยด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจ ฉันชอบเมืองในแถบภาคเหนือของประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ และปาย ซึ่งทั้งสองที่นี้มีทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามเงียบสงบ ถ้าต้องการชาร์จพลังเมื่อใด ฉันก็มักจะไปพักผ่อนตามสถานที่เหล่านี้อยู่เสมอ”







