posttoday
แท้จริงแล้ว

แท้จริงแล้ว

14 ตุลาคม 2558

ไม่รู้เป็นเพราะว่าช่วงนี้ได้รับข่าวคราวการจากไปของญาติมิตรและคนใกล้ตัวติดๆ กันหรือเปล่า

โดย...ปูปรุง  ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ไม่รู้เป็นเพราะว่าช่วงนี้ได้รับข่าวคราวการจากไปของญาติมิตรและคนใกล้ตัวติดๆ กันหรือเปล่า ก็เลยทำให้นึกถึงหัวข้อของบทความนี้ขึ้นมาอย่างที่เห็น แม้จะดูเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ทุกคนบนโลกนี้
ต้องพบเจอไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ก็นั่นแหละนะที่มันย่อมสร้างแรงเหวี่ยงให้กับเรามากขึ้นเสมอ...ถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวเรา

ขอสารภาพว่า ฉันเองก็อดจิตตกไม่ได้เช่นกัน แต่ยังโชคดีที่มีภูมิคุ้มกันเก่าๆ ช่วยให้ใจเราไม่จมจ่อมกับความรู้สึกเหล่านี้นานเกินไปนัก เพราะถึงที่สุดแล้ว ทุกคนควรเข้าใจไม่ใช่หรือว่า ชีวิตนั้นไม่ว่าจะของใครก็ตาม แท้จริงก็คือการเดินทางที่เปลี่ยนฉากไปเรื่อยๆอยู่แล้ว นั่นก็คือยามที่เรายังเป็นเด็กน้อย ฉากที่รายล้อมย่อมเป็นโลกที่แสนสดใสรื่นรมย์ ในขณะที่โตขึ้นมาอีกหน่อยคือโลกของการค้นหา ถัดมาสู่วัยผู้ใหญ่คือโลกของการเรียนรู้

ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ หรือความเจ็บปวด และเราก็จะค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการพบผ่านหรือแก้ปัญหาตามรายทางเหล่านั้น กระทั่งสุดท้ายล่วงเข้าสู่วัยใกล้ค่ำ สิ่งที่ทุกคนย่อมเผชิญคือ ฉากที่ช่วยให้สายตาได้มองเห็นสัจธรรมความจริงของชีวิตเราเองและที่ควรคำนึงถึงก็คือ ฉากแต่ละฉากนั้นไม่เคยหยุดรอและไม่เคยสั่งได้ดังใจเราหรอก

แต่การค้นพบเคล็ดลับของการเดินทางครั้งนี้ ผู้รู้ในอดีตบอกว่ามันคือการพยายามฝึกฝนตนเพื่อที่จะมีความสุขกับทุกๆ ก้าวของการเดินทาง เพราะความจริงแล้วทุกๆ ก้าวคือประสบการณ์ที่จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในชีวิตเรา แม้จะร้ายหรือดี ก็ให้ถือเสียว่าทุกๆ ก้าวที่เราได้ย่ำลงไปนั้นคือที่ที่ดีทั้งสิ้น ความสุขของการเดินทางจึงหมายถึงการทำทุกๆ ก้าวนั้นให้เป็นจุดหมายในตัวมันเอง

จะว่าไปแล้ว การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอยู่อย่างไรต่างหากที่เราควรใคร่ครวญอยู่เสมอ เพราะแท้จริง--โลกไม่ได้หมุนช้า ขณะเดียวกันโลกหมุนเร็วกว่าที่เราคิดมากมายเหลือเกิน ดังนั้นเมื่อใช้ธรรมะอ้างอิง พุทธศาสนาสอนว่า การดำเนินชีวิตของคนเรา ควรมีจุดหมาย 3 ขั้น ขั้นแรก คือ การบรรลุประโยชน์ปัจจุบัน (ทิฏฐธัมมิกัตถะ) ได้แก่ มีสุขภาพดี มีอาชีพสุจริต มีสถานภาพดี มีครอบครัวผาสุก เรียกง่ายๆ ว่า ประโยชน์หรือความสุขทางโลก ขั้นต่อมา คือ บรรลุประโยชน์เบื้องหน้า (สัมปรายิกัตถะ) หรือความสุขทางใจ ได้แก่ ความอบอุ่นใจ มีเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ (เพราะศรัทธา) มีความภูมิใจในชีวิตที่สะอาด (เพราะศีล) มีความอิ่มใจในชีวิตที่มีคุณค่า เอื้อเฟื้อผู้อื่น (เพราะมีจาคะ) มีความมั่นใจในการแก้ปัญหาชีวิต (เพราะมีปัญญา) และมีความโล่งจิตมั่นใจ (เพราะทำกรรมดี) ขั้นสุดท้าย คือ บรรลุประโยชน์สูงสุด (ปรมัตถะ) ได้แก่ จิตใจที่ไม่หวั่นไหวแม้มีอะไรมากระทบ มีจิตโปร่งโล่งเบา มั่นคงเป็นอิสระ ทั้งนี้เพราะมีปัญญารู้

ทันธรรมดาของชีวิต ซึ่งเชื่อว่าหากใครคนใดปักธงเป้าหมายถูก โอกาสพลาดหรือหลงทางของคนผู้นั้นย่อมลดน้อยลงไปเช่นกันถึงแม้ว่าความสุขที่คนเราแสวงหาจะอยู่ในความร่ำรวยมากกว่าความยากจน ในการมีสุขภาพดีมากกว่าการเจ็บไข้ ในความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว ในการได้รับมากกว่าการสูญเสีย ในความงามมากกว่าความน่าเกลียด หรือในความรักมากกว่าความเกลียดชังก็ตาม แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ล้วนคือวังวนของความเปลี่ยนแปลงไม่รู้จบสิ้นโดยผ่านคืนและวัน การประคับประคองชีวิตไปแต่ละก้าวเดินอย่างมีสติและเท่าทันเท่านั้น ที่จะทำให้จิตใจมั่นคงและไม่อ่อนแอมากจนเกินไปแม้ในวันที่คุณอาจรู้สึกหดหู่มากมายเหลือเกิน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท