
เลื่อนเลือกตั้งนายก
สมาคมฟุตบอลฯ ประกาศเลื่อนวันเลือกตั้งประมุขลูกหนังคนใหม่ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
สมาคมฟุตบอลฯ ประกาศเลื่อนวันเลือกตั้งประมุขลูกหนังคนใหม่ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงการณ์ประกาศเลื่อนเลือกตั้งประมุขลูกหนังคนใหม่วันที่ 17 ต.ค. เนื่องจากคณะกรรมการฉุกเฉินของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ส่งตัวแทนเข้ามาหาข้อมูลในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงอยากให้รอความชัดเจนเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
“1.ให้เลื่อนการเลือกตั้งนายก อุปนายก สภากรรมการ วันที่ 17 ต.ค. ออกไปก่อน 2.ให้สภากรรมการบริหารสมาคมฯ เรียกประชุม เพื่อมีมติให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปตามที่ฟีฟ่ากำหนด และส่งมติดังกล่าวไปยังคณะกรรมการฉุกเฉินของฟีฟ่าเพื่อพิจารณา 3.เมื่อคณะกรรมการฉุกเฉินของฟีฟ่าได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว ก็จะส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการบริหารของฟีฟ่า เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งต่อไป” แถลงการณ์จากสมาคมฟุตบอลฯ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. เจมส์ จอห์นสัน ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสของฟีฟ่า ผู้นำคณะมาสังเกตการณ์ความคืบหน้าการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ไทยยืนยัน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ประมุขลูกหนังไทย โดนสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลเป็นเวลา 90 วันจริง แต่ไม่ฟันธงว่าเจ้าตัวสามารถลงชิงชัยได้หรือไม่
“คณะกรรมการจริยธรรมฟีฟ่าได้รับแจ้งว่าการจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลไทยไม่มีความโปร่งใส คุณวรวีร์จึงถูกระงับเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นการชั่วคราว 90 วันจริง ในขั้นตอนนี้เขายังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด” จอห์นสัน กล่าว
ขณะที่ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แนะ “บังยี” วรวีร์ ควรยื่นเรื่องอุทธรณ์ให้ได้คำตัดสินก่อนวันเลือกตั้งประมุขลูกหนังคนใหม่ เนื่องจากหวั่นไทยถูกฟีฟ่าแบน เช่นเดียวกับ นฤมล ศิริวัฒน์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ที่มองว่าคำสั่งแบนของฟีฟ่าทำให้คุณสมบัติในการลงสมัครเลือกตั้งของ “บังยี” หมดลงเรียบร้อย
“การเลือกตั้งของสมาคมฟุตบอลฯ วาระใหม่วันที่ 17 ต.ค. ควรดำเนินต่อไปตามห้วงเวลา ส่วนในกรณีของคุณวรวีร์นั้น ส่วนตัวผมมองว่าเขาขาดคุณสมบัติการลงสมัครแล้ว เนื่องจากคำสั่งของฟีฟ่าที่ออกมามีผลบังคับใช้ทันที ผมอยากให้คุณวรวีร์ถอยก่อน และไม่ควรล้มการเลือกตั้งด้วย เนื่องจากมีผู้สมัครอีก 2 คน ที่คุณสมบัติลงเลือกตั้งได้” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว







