
Green แบบแล้งๆ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พาผมไปช่วยโปรโมต “Green Season” ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อำเภอที่ผมผูกพัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พาผมไปช่วยโปรโมต “Green Season” ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อำเภอที่ผมผูกพัน
แม้ว่าเขียนกันจนไม่มีอะไรจะเขียนให้มากไปกว่านี้ ผมก็ยังอยากไปช่วยโปรโมตสังขละบุรีอยู่ดี เพราะเมื่อรักมันเสียแล้ว ไกลแค่ไหน ลำบากแค่ไหน ก็จะไปช่วยกัน
ผมเคยบอกแฟนคอลัมน์นี้ไปว่า ผมไปสังขละตั้งแต่เขื่อนเขาแหลมยังไม่ได้สร้าง ไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น ไปเพราะอยากไปร่วมงานวันชาติมอญ ที่จัดโดยพรรคมอญใหม่ ที่ยึดครองเจดีย์สามองค์อยู่ในสมัยโน้น
ไม่ได้เป็นมอญหรอกครับ แต่ก็รักคนมอญและชนกลุ่มน้อยอื่นๆ โดยทั่วไป
สมัยก่อนเวลาจะไปสังขละก็ต้องไปนั่งเรือที่ท่าขนุน (ทองผาภูมิ) นั่งเรือหางยาวเย็นๆ ผ่านป่าผ่านเขาไปตามแม่น้ำแควน้อย ผ่านวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิม ไปขึ้นที่สังขละ จากสังขละก็นั่งรถไปขึ้นที่หมู่บ้านซองกาเลีย ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปให้ ตชด.ในสมัยนั้นรีดไถคนละสิบยี่สิบบาท ก่อนไปเจดีย์สามองค์ที่อยู่ห่างออกไป
หมู่บ้านซองกาเลียสมัยโน้นยังมีมอญทั้งชาวบ้านและกองกำลังอยู่ด้วยกัน เวลาผมนั่งรถไปในหมู่บ้าน มีธงแดง (หงส์สีเหลือง) ประดับประดากันทุกครัวเรือน กลางบ้านมีหนังเสือโคร่ง เสือดาว ตากแดดผึ่งลมให้เห็นเต็มไปหมด สำแดงว่าพื้นที่ป่าแถบนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่
ขอโทษช่วงเวลาที่ผมไปที่นั่นเป็นหน้าร้อน แต่อากาศที่นั่นเย็นเหมือนหน้าหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเย็นๆ หรือตอนที่ต้องอาศัยรถกระบะของใครก็ไม่รู้กลับจากทองผาภูมิ หนาวจนไม่คิดว่ามีความหนาวแบบนั้นอยู่ในประเทศไทย ตอนหลังไปเจอสภาพป่าแบบเดียวกันในทุ่งใหญ่นเรศวร ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าสังขละในสมัยโน้นก็เหมือนกับทุ่งใหญ่นเรศวรในวันนี้ คือหน้าร้อนก็หนาวจนตัวสั่น
ได้กินเนื้อเลียงผา หมี เก้ง กวาง ค่าง กบภูเขา ปลาคัง ปลาโจก ปลากด ปลาชะโด ฯลฯ ที่ตลาดเจดีย์สามองค์และในตลาดสังขละบุรีบ่อยๆ ปลาตัวเล็กๆ ไม่ค่อยมีหรือมีเขาก็ไม่กินกัน เพราะมันมีเหลือเฟือเกินกว่าคนจะกินมันหมด มากินไข่เต่าทะเล ปูทะเลอันดามันที่ทองผาภูมิหลายต่อหลายครั้ง เพราะคนพม่า คนมะริดเอาขึ้นมาขายแถวอีต่อง จากอีต่องก็เอามาขายที่ตลาดทองผาภูมิ
ที่เอามาเขียนนี่ไม่ใช่ว่าจะมาแสดงความเป็นคนโหดร้าย หรือไม่แคร์เรื่องอนุรักษ์อะไร เพียงแต่อยากจะบอกเล่าว่า วิถีชีวิตของคนที่มีชีวิตในสังคมฟิวดัล ที่พึ่งพาฟ้าฝนจากฟ้าและอาหารจากธรรมชาติเป็นอย่างไร ถ้ามาโม้ว่าไปกินอาหารแบบดังกล่าวในวันนี้คงต้องถูกต่อว่าว่าไอ้พวกป่าเถื่อน “ตัวจริงเสียงจริง”
ที่เท้าความให้เห็นภาพอย่างนี้ก็เพื่อจะบอกว่า “สามประสบอันเป็นที่รวมของซองกาเลีย บีคลี่และรันตีในวันโน้นก็มีสภาพเดียวกับสามประสบที่มีเขื่อนครอบในวันนี้ เพราะมันแห้งจนเห็นร่องน้ำเดิม ต่างกันที่ว่าสมัยก่อนนั้นมีแต่ป่าเขา แต่วันนี้มันหลงเหลือแต่ตอไม้ใต้น้ำที่ยืนยงมานานกว่า 30 ปี เวลาที่ยืนยาวขนาดนั้นไม่ได้ทำให้มันคลายความแข็งแกร่งของเนื้อไม้ลงไป ไม้ใต้น้ำกลายเป็นเหยื่ออันโอชะต่อการซ่อมบำรุงสะพานไม้ที่ยาวที่สุดของประเทศไทยที่ล้อมรอบไปด้วยหญ้าสีเขียวนวลในวันนี้
ไหมล่ะ! ภายใต้วิกฤตน้ำ คนสังขละยังมีโอกาสซ่อมสะพานเอาไว้ให้คนกรุงเทพฯ ได้ถ่ายรูปสวยๆ ไปอีกระยะหนึ่ง (ไม้หมดเมื่อไหร่ สะพานไม้ก็วิปโยค)
ผมเดินบนสะพานไปก็คิดไป สมัยก่อนสะพานนี้โค้งไปโค้งมา คนกรุงเทพฯ ชอบถ่ายรูปเอามาโชว์กัน ตอนหลังเขาทำเสียให้มันตรงเพื่อสะดวกแก่การวิ่งมอเตอร์ไซค์ ความสวยอันเกิดจากการโค้งงอก็เลยหายไปพร้อมๆ กับคนมอญที่เทินกับข้าวไปใส่บาตร (โดยการเมกอัพของช่างภาพ) วันนี้เราได้การใส่บาตรแบบหน้าวัดเบญจมบพิตร การใส่บาตรเพื่อขอบุญตามตลาดเข้ามาแทนที่ (ยกเว้นฝั่งมอญที่ยังคงสภาพการใส่บาตรแบบเดิม)
ผมไม่โทษใครหรอกครับ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมภายใต้ระบอบเผด็จการ อะไรก็ทำได้เป็นได้ทั้งนั้น
คนมอญที่ผมรู้จักเมื่อ 30 กว่าปีก่อน มารับผมที่ท้ายสะพาน เรามีความผูกพันกันเหมือนพี่เหมือนน้อง เขาอายุแก่กว่าผมไม่กี่ปี ระหกระเหินอยู่ในเมืองไทยนานตั้งแต่ช่วงปี 2500 กว่าๆ เขาพาผมไปที่วัดหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งตอนที่ท่านมีชีวิต ใครต่อใครชอบไปขอลูกประคำที่ทำด้วยไม้กลึง ผมไม่เคยได้จากท่านเลย หรือได้แต่ผมเอาไปไว้ไหนก็ไม่ทราบ ลูกประคำไม้มีมากในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะยังมีป่าเยอะ ตอนนี้ก็มีลูกประคำให้แต่เป็นลูกศิษย์ท่านมาคล้องให้ที่ในศาลาที่มีโลงศพท่านอยู่ โลงศพนี้ทำโดยจาวเหนือ โดยความอนุเคราะห์ของคุณชายดิศนัดดา ดิศกุล แม่งานศพหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเคยมาทำงานสร้างทางอยู่ที่นี่
เมื่อพูดถึงคุณชายดิศที่นับถือของผมแล้ว ก็เลยถือโอกาสฟ้องคุณชายผ่านหน้าหนังสือพิมพ์นี้ไปเลยว่า ที่ดินของวัดถูกชิงเอาไปทำอะไรต่อมิอะไรเสียหมดแล้ว คนมอญที่นั่นจะได้บัตรไทยตามมติ ครม. ก็ต้องเสียเงินกันยุบยับ พวกเขาขอร้องให้คุณชายช่วยทีเพราะยังมีคนมอญที่ยากจน แต่อยากเป็นคนไทยกันอีกหลายคน ผมเองช่วยอะไรเขาได้ไม่เท่าคุณชาย ที่ต้องร้องผ่านหนังสือพิมพ์ก็เพราะผมหาตัวคุณชายไม่เจอครับ ทราบจากคุณหญิงว่าคุณชายยุ่งมาก คงยุ่งกับเรื่องที่ผมตามไปบอกท่านนั่นแหละ และผมก็ยืนยันอีกครั้งว่าถ้าท่านไม่แก้ปัญหาตามที่ผมว่าให้ฟัง ยังไงท่านก็แก้ไม่ได้!
ผมไปวัดหลวงพ่ออุตตมะทีไรก็ช่วงเวลาวันพระแทบทุกที ไปแล้วก็ซาบซึ้งในศรัทธาของคนมอญที่มีต่อพุทธศาสนาเสียจริงๆ มอญอยู่ไหน วัดอยู่นั่นก็แล้วกัน และทุกๆ วันพระเราจะเห็นคนมอญมานั่งสมาธิกันเต็มวัด นอนก็นอนที่นั่น คนแก่ไปวัดไม่ไหวก็จะนิมนต์พระมาเทศนาให้ฟัง ผมว่าหนึ่งในโลกที่มีผู้ศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างมากก็มีพม่านี่แหละครับ ตอนนี้ใครจะไปเรียนปริญญาโททางด้านพุทธศาสนาก็ไปเรียนกันที่พม่า ไม่ว่าเนปาลหรือไทย ส่วนพระไทยกลับไปเรียนที่อินเดียกันเยอะ ผมไม่ได้ศึกษาลึกซึ้งว่าระหว่างอินเดียกับพม่า ใครแน่นกว่ากันทางด้านเนื้อหา
ภาพที่เห็นอยู่ก็คือคนมอญเขาเอาสไบมารองดอกไม้ระหว่างการรับศีล ฟังเทศน์ ผู้หญิงทำกันทุกคน ไม่ว่า เด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่ เอาดอกไม้ตามฤดูกาลมาบูชาพระ ดอกที่เห็นอยู่นี่เป็นดอกพุดครับ ดอกพุดนี่ขาว สวยและหอม เข้าใจว่าออกดอกบ่อยๆ คนมอญจึงนิยมเอามาบูชาพระทั้งในวัดและหิ้งบูชาที่โป่งออกมาจากฝาบ้าน
ไปดูวัดหลวงพ่อเก่า ไปดูเจดีย์โบราณองค์เก่าในท่ามกลางตอไม้หลากหลายชนิด แต่ก่อนที่เคยเห็นเป็นต้นเดี๋ยวนี้เป็นตอ ตอนนี้ต่อให้แผ่นดินไหว เขื่อนเขาแหลมพังยังไง คนเมืองกาญจน์ก็ไม่ต้องกลัวหรอกครับ เพราะน้ำมันแห้งจนแทบจะเดินได้อยู่แล้ว น้ำที่ไหนๆ ก็ต้องมาให้คนกรุงเทพฯ ใช้ทั้งนั้น
ไม่เว้นแม้แต่น้ำใจ...







