
ทำไมไม่ควรคิดถึงแต่อนาคต!
เคยไหมที่รู้สึกว่างานที่ทำอยู่นี้ ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าจะพาไปยังฝั่งฝันได้ ตื่นมาก็ลุยรถติดไปทำงาน
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
เคยไหมที่รู้สึกว่างานที่ทำอยู่นี้ ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าจะพาไปยังฝั่งฝันได้ ตื่นมาก็ลุยรถติดไปทำงาน พักเที่ยงก็ออกไปลุยอะไรกินง่ายๆ ถึงเวลาเย็นเลิกงาน ก็ได้เวลาลุยรถติดกลับบ้าน ดูเป็นหนูติดจั่นที่ “สุริพงษ์ ตันติยานนท์” ผู้เขียน “ความสำเร็จที่แถมมาด้วยความสุข” บอกว่า น่าเพลียหัวใจเป็นที่สุด
บางคนอาจแนะนำน้องๆ ที่เพิ่งเข้าทำงานว่า ให้มองอนาคตเข้าไว้ โดยให้คิดเสียว่า ที่ทำอยู่มันก็แค่งานชั่วคราว จนกว่าเราจะหาไอเดียดีๆ ได้ หากสุริพงษ์แนะนำว่า นักศึกษาจบใหม่หรือคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นงาน ถ้าคิดแบบนี้ คือเอาความหวังไว้กับอนาคตทั้งหมด เราอาจตกหลุมของตัวเองที่ทำให้ไปไม่ถึงไหน
“ลองคิดดูนะ เวลาที่เราไม่คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นเรื่องสำคัญ เราก็จะทำมันให้พอแค่เสร็จๆ ไป โดยไม่คิดว่าจะทำยังไงให้ผลงานออกมาดีที่สุด แน่นอนทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในผลงานของคุณ โดยมากก็มักไม่ดีเท่าที่ควร”
แล้วเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ หรือคนเพิ่งทำงานเหล่านี้ เจ้านายประเมินผลงานต่ำ แม้หลายคนจะว่าไม่แคร์ เพราะไม่ได้วางแผนจะทำงานที่นี่นาน แต่ความเป็นจริงก็คือเรื่องเหล่านี้จะติดตัวคุณไปอีกนาน เพราะเจ้านายและเพื่อนร่วมงานทุกคนในวันนี้ อาจเป็นคนสำคัญสำหรับอนาคตเราในวันข้างหน้า เขาอาจเปลี่ยนเป็นนายในองค์กรที่เราอยากทำงานจริงๆ เป็นลูกค้าคนสำคัญ หรืออาจเป็นเพื่อนของคนที่มีอำนาจที่จะรับเราเข้าทำงาน
“ถ้าเขามองว่าคุณคือเด็กที่ทำงานไม่เข้าขั้น คุณคิดว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดที่มีต่อคุณง่ายๆ มั้ย ไม่มีทาง”
การตั้งใจทำงานในวันนี้คือสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดของคุณ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองแล้ว ยังความมั่นใจให้แก่ตัวเอง คนเราถ้ามั่นใจในตัวเองแล้ว ทำงานอะไรก็รุ่ง อยู่ที่ไหนก็รุ่ง







