
วุ้นเส้น-หญิงแย้พบตร.ยันไม่ได้ถูกจ้างโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
วุ้นเส้น-หญิงแย้เข้าพบ พล.ต.อ.พงศพัศ ยืนยันโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยเพื่อนไม่มีการว่าจ้าง พร้อมขอโทษสังคมแจงไม่เคยรู้ว่ามีกฎหมายห้าม
วุ้นเส้น-หญิงแย้เข้าพบ พล.ต.อ.พงศพัศ ยืนยันโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยเพื่อนไม่มีการว่าจ้าง พร้อมขอโทษสังคมแจงไม่เคยรู้ว่ามีกฎหมายห้าม
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ดารานักแสดง และ หญิงแย้ - นนทพร ธีระวัฒนสุข เน็ตไอดอลชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ.ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลังจากที่ทั้งสองได้โพสต์ภาพถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัว
ดาราสาว วุ้นเส้น กล่าวว่า ภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นการโพสต์ส่วนตัว เนื่องจากรู้จักกับเพื่อนที่ทำงานในบริษัทเจ้าของสินค้า จึงโพสต์เพื่อเป็นการช่วยเหลือเพื่อน และไม่มีการรับเงิน โดยที่ผ่านมา ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งวันนี้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้โอกาสได้พูดและชี้แจงความจริง ต่อไปก็ต้องมาคุยกันว่าขั้นตอนตามกฎหมายเป็นอย่างไร ทั้งนี้ต้องขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
ด้าน หญิงแย้ กล่าวว่า ขอโทษสังคมกับภาพที่ได้โพสต์ออกไป โดยยืนยันว่าไม่มีการว่าจ้าง ซึ่งสาเหตุที่โพสต์ภาพเพราะรู้จักกับพี่ที่ทำการตลาดให้กับสินค้าจึงโพสต์เพื่อช่วยเหลือ ส่วนตัวยินดีรับผิดชอบตามกฎหมาย รวมทั้งขอขอบคุณตำรวจที่ชี้แจงเรื่องขั้นตอนกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาก่อน จึงอยากฝากถึงประชาชนเวลาจะโพสต์อะไรให้คิดดี ๆ
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ขอขอบคุณนักแสดงทั้งสองที่เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือว่ามีความตั้งใจและปรารถนาดีที่ต้องการทำให้เป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับสิ่งที่ทำไปแล้ว นักแสดงทั้งสองก็ตระหนักว่าไม่เหมาะสมด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งคนในสังคมก็ยังมีจำนวนมากที่ไม่ตระหนักถึงพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอกอฮอล์ โดยในวันที่ 12 ต.ค.ทางเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปพบอธิบดีกรมควบคุมโรค เพื่อหาความชัดเจนในกรณีนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีความเห็นตรงกันว่า พฤติกรรมใดบ้างที่ทำได้และทำไม่ได้ อย่างไรก็ดีวันนี้ไม่ใช่การสอบปากคำแต่เป็นการให้ข้อมูล ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอีกว่า การโพสต์ภาพในโซเชียลมีเดียต้องดูว่าผู้ที่โพสต์มีเจตนาพิเศษเพื่อการค้าหรือไม่ กล่าวคือต้องมีการว่าจ้างให้โฆษณาสินค้ามีการจ่ายเงินว่าจ้างหลังจากโพสต์ภาพเสร็จ และต้องดูข้อความที่พิมพ์ใต้ภาพด้วยว่ามีการเชิญชวนให้ซื้อสินค้าดังกล่าวหรือไม่ ทางพนักงานสอบสวนต้องดูปัจจัยหลายประการ ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า การโพสต์ภาพโดยไม่มีเจตนาเชิญชวนเพื่อการค้าก็ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
สำหรับนักแสดงทั้งสองนั้นมีผู้ติดตามจำนวนมากในสังคมออนไลน์ บางส่วนเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี อาจทำให้เกิดการเลียนแบบ ดารานักแสดงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน ส่วนจะตรวจสอบไปถึงบริษัทสินค้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวหรือไม่นั้น ต้องให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบดำเนินการต่อไป







