posttoday
บุญจิรา ล้วนปรีดา บินบอลลูนท่องโลก

บุญจิรา ล้วนปรีดา บินบอลลูนท่องโลก

10 ตุลาคม 2558

การได้ขึ้นอากาศยานโบราณอย่างบอลลูนเป็นความฝันของใครหลายคน รวมถึงผู้หญิงคนนี้ เอ๋-บุญจิรา ล้วนปรีดา

โดย... รอนแรม ภาพ... บุญจิรา ล้วนปรีดา

การได้ขึ้นอากาศยานโบราณอย่างบอลลูนเป็นความฝันของใครหลายคน รวมถึงผู้หญิงคนนี้ เอ๋-บุญจิรา ล้วนปรีดา นักบินบอลลูนหญิงคนแรกและคนเดียวของประเทศไทย

เธอหลงรักบอลลูนตั้งแต่แรกเห็นและคลุกคลีกับมันจนได้เป็นนักบินสำเร็จ ความสุขของเธอจึงอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลและผสมปนเปกับความท้าทาย

เส้นทางนักบิน

โลกในมุมสูงของนักบินเอ๋เริ่มเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดย 2 ปีแรกเป็นเวลาฝึก และ 3 ปีหลังเป็นเวลาทำงาน เธอเล่าว่า ช่วงที่ฝึกต้องรู้ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ โดยในบทเรียนแรกๆ ต้องเรียนการชักเชือกก่อนเพื่อให้รู้วิธีการยิงไฟ (Burn) เวลาขึ้นและลงบอลลูน

“ตอนนั้นเอ๋ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยที่ จ.เชียงใหม่ แต่หากใครเรียนอย่างเดียวจะใช้เวลาน้อยกว่า 2 ปี เช่น คนที่ไปเทรนนิ่งที่อเมริกาจะใช้เวลาเรียนแค่เดือนเดียว จากนั้นเป็นเวลาเก็บชั่วโมงบินเพื่อสอบเป็นนักบินแบบพาณิชย์” เธอ กล่าว

ในประเทศไทยมีแต่การสอบเป็นนักบินบอลลูนเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น ยังไม่มีใบอนุญาตให้เป็นนักบินแบบบุคคล หรือ Personal Pilot License (PPL) ซึ่งหมายความว่าบอลลูนยังไม่ใช่กีฬาแต่บินเพื่อรับผู้โดยสารเท่านั้น

บุญจิรา ล้วนปรีดา บินบอลลูนท่องโลก

 

คุณเอ๋จบการศึกษาด้านสื่อสารมวลชน งานแรกที่ทำคือนักประชาสัมพันธ์โรงแรม แต่รู้จักบอลลูนครั้งแรกที่พัทยา เพราะได้เข้าไปช่วยจัดงานบอลลูนครั้งนั้นพอดี

“รู้สึกสนุก” เธอ กล่าว “ก็เลยตามไปเป็นลูกเรือ ตอนนั้นก็ยังทำงานประจำอยู่นะ แต่พอเขาไปจัดงานที่ไหนก็จะตามไปช่วย เพราะมันรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำ พอมาถึงวันหนึ่งเขาต้องการนักการตลาดและประชาสัมพันธ์ เอ๋เลยออกจากงานเดิมแล้วไปทำที่นั่น (บริษัท ฟลายอิ้ง มีเดีย) จากนั้นมีโอกาสได้เป็นลูกเรือให้นักบินหญิงคนหนึ่งจากเยอรมนี เธอบอกว่า ลองคิดสิว่าคุณสามารถเป็นนักบินหญิงคนแรกในประเทศไทยได้นะ เราก็เพิ่งมาฉุกคิด พอโอกาสมาถึงเจ้านายก็ให้ไปทดสอบเวชศาสตร์การบินทั้งร่างกายและด้านจิตวิทยา พอผ่านมาได้ก็เข้าเป็นศิษย์การบิน ขึ้นตรงกับกรมการบินพลเรือน มีโอกาสตามนักบินไปต่างประเทศ เราก็ได้ประสบการณ์มากขึ้น เพราะแม้จะไม่ได้เป็นนักบินเอง แต่ก็ได้สังเกตการณ์ในฐานะผู้โดยสารและลูกเรือ”

ปัจจุบันคุณเอ๋เปิดบริษัทของตัวเองชื่อ Lighter Than Air (Asia) เพื่อสอนคนที่สนใจเป็นนักบินและบริการบินเพื่อการท่องเที่ยว มีออฟฟิศอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เพราะเป็นโลเกชั่นการบินที่ดีที่สุด ในอนาคตอาจขยายไปที่หัวหิน

บอลลูนท่องโลก

ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นบอลลูน คือ “สวย เห็นแล้วมีความสุข” ซึ่งผิดกับการเป็นนักบินที่จะรู้สึก “ท้าทาย”

“เพราะว่าการบินบอลลูนมันไปตามลม เรากำหนดทิศทางได้โดยการหาลมในความสูงที่แตกต่างกัน อาจคำนวณได้จากการพยากรณ์อากาศ แต่ก็เฉพาะลมประจำถิ่นเท่านั้น เพราะเมื่อลอยต่ำลง ลมจะพัดไปตามลักษณะภูมิประเทศนั้น อย่าง จ.เชียงใหม่ บินค่อนข้างยากเพราะมีภูเขาล้อมรอบ ทำให้มีช่องเขาเยอะ ดังนั้นจึงต้องจำไว้ว่า ความสูงระดับนี้ลมจะพาไปทิศทางไหน เป็นเรื่องที่ไม่มีในตำรา เราต้องเรียนรู้จากประสบการณ์”

บุญจิรา ล้วนปรีดา บินบอลลูนท่องโลก

 

ทุกปีเธอจะไปบินที่ไต้หวัน เพราะที่นั่นมีเทศกาลบอลลูนยิ่งใหญ่จัดนานกว่า 3 เดือน รวมถึงประเทศมาเลเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อเมริกา สโลวาเกีย ส่วนในประเทศไทยเคยบินที่ จ.เชียงใหม่ หัวหิน และหาดใหญ่ที่เพิ่งจัดเทศกาลบอลลูนไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

“เอ๋ประทับใจตอนไปบินที่ประจวบฯ เพราะเป็นครั้งแรกที่บินแล้วเห็นทะเล ไม่คิดว่าจะเห็นทะเลได้ใกล้ขนาดนี้ เห็นอย่างที่เขาพูดเลยว่าเมืองสามอ่าว และการบินผ่านทะเลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันกำหนดทิศทางได้ยาก แต่ครั้งนั้นทิศทางดีไปจอดที่สนามบิน ส่วนต่างประเทศเอ๋ประทับใจที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็นทริปแรกที่ได้เป็นลูกเรือตอนทำงานครั้งแรก มันเป็นเมืองเล็กๆ ทุกอย่างคือความน่ารัก แล้วยิ่งบินบอลลูนสีรุ้งสวยงาม ยิ่งทำให้เหมือนเมืองในเทพนิยาย เหมือนฝันเลย”

หลายเมืองใช้บอลลูนเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น ที่เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา และประเทศตุรกี นักบินเอ๋ เล่าว่า ประเทศเหล่านี้มีไซต์บินสวย อย่างพุกามมีเจดีย์ แลนด์สเคปกว้าง ลงได้หลายที่ หรือตุรกี เป็นทะเลทราย บินไปตามหุบเขา ทำเป็นธุรกิจท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ส่วนประเทศไทยมีเปิดเป็นหลักที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติจัดขึ้นทุกปี

ความท้าทายของนักบินหญิง

ความแตกต่างระหว่างนักบินหญิงและชายน่าจะเป็นเรื่องพละกำลัง เช่น เวลายกถังแก๊ส ยกบอลลูน ยกเบิร์นเนอร์ (Burner) แต่ในเรื่องของการตัดสินใจมันเป็นเรื่องของบุคคล

“เอ๋คิดว่านักบินหญิงมีความประนีประนอมมากกว่า” เธอแสดงความเห็น “เพราะการบินต้องทำงานเป็นทีมเท่านั้น การพูดประนีประนอมจะทำให้การทำงานมีความขัดแย้งน้อยลง หนึ่งทีมต้องมีลูกเรืออย่างน้อย 2 คน แต่ถ้าให้ดีควรมี 4 คน แบ่งเป็นคนขับรถที่ต้องขับตามบอลลูน คนถือปากบอลลูน ถือหาง และถือพัดลม ถ้ามีครบทีมจะแฮปปี้มาก”

ถ้าพูดถึงความปลอดภัย การบินบอลลูนทุกครั้งต้องบรีฟข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้โดยสารทั้งการปฏิบัติตนบนอากาศ การช่วยเหลือนักบินเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การสื่อสารที่ดีจะทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

บุญจิรา ล้วนปรีดา บินบอลลูนท่องโลก

 

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเวลาบินบอลลูน คือ ลมแรง” นักบิน เผย “ลมในประเทศไทยไม่แรงเท่าเมืองนอก อย่าง จ.เชียงใหม่ เป็นลมเอื่อยที่บางครั้งเบาไปด้วยซ้ำ”

จากประสบการณ์ที่บินมา 5 ปี เหตุการณ์ที่น่าหวาดเสียวที่สุด คือ ไต้หวัน ตอนนั้นตัดสินใจลงบนธารน้ำที่แห้งแล้ว พอใกล้ถึงพื้นเจอลมเปลี่ยนทิศ! วิ่งเข้าเสาแทน เธอรีบยิงไฟให้บอลลูนลอยขึ้นฟ้าแต่มันไม่ขึ้นเพราะลมกดแรง โชคดีที่ผู้โดยสารทุกคนนั่ง ส่วนนักบินก็จับแฮนด์ไว้และดึงเส้นสีแดงให้บอลลูนต่ำลง สุดท้ายแล้วเธอผ่านไปได้อย่างปลอดภัยและได้ข้อคิดฝังใจว่า “ถ้าลมแรง อย่าบิน อย่าห่าม อย่าเสี่ยง”

ทุกวันนี้ทุกครั้งที่ขึ้นบินก็ยังมีความกลัว “นักบินต้องมีความกลัวนิดนึง” นักบิน กล่าว “คือต้องคิดว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราต้องแก้ไขอย่างไร มันเป็นการคิดล่วงหน้า เรียกได้ว่าเรากลัวเพื่อให้ระวัง”

“อาจารย์เคยบอกว่า ถ้าเราบินได้ประมาณ 250 ชั่วโมง จะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด ซึ่งเอ๋เคยเห็นคนที่เป็นแบบนั้น มันเรียกว่าเป็นความชะล่าใจ ความประมาท แต่พอผ่านจุดนั้นไปจะยิ่งบินยิ่งเก่ง เป็นการสะสมประสบการณ์ เพราะการบินบอลลูนมันไม่ใช่บินไปเรื่อยๆ แต่ต้องศึกษาธรรมชาติ และบางครั้งต้องใช้ฟีลลิ่งบวกการคาดคะเนที่สามารถคาดได้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา”

ตอนนี้คุณเอ๋สะสมชั่วโมงบินได้ 100 ชม. ซึ่งถือว่ายังไม่มากจึงต้องสั่งสมประสบการณ์อีกมากอย่างเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ เธอและทีมจะไปแข่งบอลลูนที่เมืองซากา ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้ช่วยนักบินเพราะชั่วโมงบินยังไม่ถึง เป็นตัวแทนประเทศไทยในงาน Pre-World Championship ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.-3 พ.ย.นี้

ปัจจุบันประเทศไทยมีนักบินบอลลูน 5 คน คุณเอ๋เป็นผู้หญิงคนเดียวในนั้นและมีที่กำลังเทรนนิ่งอีก 2 คน

โลกของนักบินเอ๋

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ คุณเอ๋อยากให้โลกใบนั้นสะอาด ไม่มีมลภาวะ ผู้คนมีน้ำใจต่อกัน และใส่ใจสภาวะแวดล้อมรอบข้างให้มากกว่านี้

“คนเรามักจะคิดถึงแต่ตัวเองมากกว่า แต่จริงๆ แล้วเราควรจะให้มากขึ้นหรือไม่ เพื่อจะได้มีความสุขกับการให้ ไม่ว่าจะให้กำลังใจหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะนอกจากคนรับจะมีความสุขแล้ว คนให้ก็จะมีความสุขไปด้วย”

นอกจากนี้ คุณเอ๋ยังฝากกิจกรรมที่น่าสนใจกับการฝึกอบรมนักดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่เคยเข้าร่วมมาแล้ว เป็นกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้าฝึกดำน้ำกับหน่วยซีลเป็นเวลา 10 วัน เพื่อผลิตนักดำน้ำเพื่อทำงานอนุรักษ์ หลังจากฝึกจะกลับมาร่วมกิจกรรมอีกหรือไม่ก็แล้วแต่ความสมัครใจของแต่ละคน โดยในปีนี้เปิดรับสมัครแล้วทาง www.thaidive.org

อีกเรื่องสำหรับคนที่สนใจบินบอลลูนสามารถติดต่อไปที่บริษัทของเธอ โทร.08-3838-0898 (คุณเทวินทร์ ผู้จัดการ) ไปเที่ยว จ.เชียงใหม่ คราวหน้าอาจเจอนักบินเอ๋บนบอลลูน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท