posttoday
วิบากกรรมซอยเปลี่ยว หนทางที่ต้องรอด

วิบากกรรมซอยเปลี่ยว หนทางที่ต้องรอด

10 ตุลาคม 2558

วิบากกรรมแห่งภัยร้ายยังคงคุกคามคนไทยอยู่เรื่อยๆ ยิ่งหากประมาทเมื่อใด ครานั้นย่อมจะตกเป็นเหยื่ออันโอชะของอาชญากรทันที

โดย...ไซเรน

วิบากกรรมแห่งภัยร้ายยังคงคุกคามคนไทยอยู่เรื่อยๆ ยิ่งหากประมาทเมื่อใด ครานั้นย่อมจะตกเป็นเหยื่ออันโอชะของอาชญากรทันที

วันที่ฝนตกปรอยๆ ช่วงค่ำคืน “ก้อย” เดินเข้าไปภายในซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวเพื่อกลับไปยังที่พัก หลังจากที่เธอต้องตรากตรำทำงานมาตลอดทั้งวัน

ซอยที่เปลี่ยวแห่งหนึ่งในชานเมืองกรุงเทพมหานคร ข้างทางคือพงหญ้ารกร้าง บ้านเรือนผู้คนปลูกห่างกันออกไปบ้าง แสงไฟมีเพียงมาจากบ้านเรือนแต่ละแห่งและบางแห่งเท่านั้น ที่พอจะเปิดไฟส่องสว่างบนถนนภายในซอย แต่ไร้ซึ่งเสาไฟที่พอจะให้เธอได้เป็นที่พึ่งพิงยามวิกาลบ้าง

แม้จะเปลี่ยว แต่เธอเลือกจะเดินเท้าเข้าบ้าน ด้วยคิดว่าเป็นเส้นทางที่ใช้อยู่เป็นประจำ ภัยร้ายตามหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับโจรปล้น หรือลากเหยื่อข่มขืนที่เธอเคยได้อ่านนั้น ความร้ายกาจที่ว่าคงไม่เป็นคราวโชคร้ายของเธอ

แต่แล้วเมื่อเธอกำลังเดินผ่านกลุ่มวัยรุ่นราว 3-4 คน ที่มั่วซุ่มอยู่กลางซอย พวกเขานั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ เธอเห็น และความคิดระแวงผุดขึ้นมาในหัวทันที แต่เพราะระยะทางอีกราว 150 เมตร เธอจะถึงที่พักที่เป็นบ้านเช่าเอาไว้พักผ่อนกายาในยามที่เหนื่อยหน่ายจากการงานในแต่ละวัน

ระยะ 150 เมตรจากจุดนั้น เธอไม่ถึงบ้าน

ก้อยถูกกลุ่มวัยรุ่นที่ประจำอยู่กลางซอยเปลี่ยว ใช้กำลังฉุดเธอเข้าป่าหญ้าข้างทางและลงมือข่มขืนเธออย่างไร้ความปราณี เวียนกันไปมาคนแล้วคนเล่า แม้เธอจะตะโกนเรียกร้องขอความช่วยเหลือ และยกมือไหว้ให้ขอความเมตตาจากกลุ่มโจรใจทราม แต่ก็ไร้ผล คืนนั้นเธอต้องเสียทรัพย์สินทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งลมหายใจก็ยังไม่เหลือ เมื่อกลุ่มวัยรุ่นกระชากมันหายไปจากร่างกายเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นตัวอันตรายให้พวกมันต้องติดคุก

กระนั้น ตำรวจก็เร่งไล่ล่าติดตามจับกุมคดีอุกฉกรรจ์ดังกล่าว จนสำเร็จล่าโจรชั่วมาดำเนินคดีและรับกรรมที่ตัวเองก่อเอาไว้

แม้ผลจะสำเร็จที่โจรร้ายวัยรุ่นต้องเข้าคุก แต่ก้อยก็ไม่อาจฟื้นคืนมาได้อีกแล้ว

ภัยจากที่เปลี่ยว แม้จะคิดว่าปลอดภัย แต่เอาเข้าจริงแล้ว ภัยร้ายมักจะเลือกเหยื่อที่มาจากความประมาท

จะหนีอย่างไรให้รอดกับลักษณะเหตุดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้หนีพ้นจากความตาย หนีภัยร้ายที่จะคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สิน ข้อควรระวังนับจากนี้ไป จะเป็นหนทางช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากภัยร้ายดังว่า

การแจ้งเตือนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล แนะนำเอาไว้ว่า

1.ควรเลือกเส้นทางที่โล่ง มีคนเดินมากๆ ไม่มีพุ่มไม้หนาทึบข้างทาง ยอมเดินไกลในถนนใหญ่ ดีกว่าเข้าซอยทางลัดที่ย่นระยะทางแต่เปลี่ยวคน หัดเปลี่ยนเส้นทางเดิน ถ้ามีทางเลือก อย่าใช้เส้นทางเดินเหมือนเดิมทุกวัน

2.อย่าถือสิ่งของพะรุงพะรัง ถ้าทำได้ให้รวบของแล้วถือด้วยหนึ่งมือ หรือพร้อมในการนำสิ่งของที่ถือทั้งสองมือมารวมไว้ในมือเดียวได้ในทันที เพื่อให้มีอีกมือว่าง

3.อวัยวะในตัวของคุณที่ต้องทำให้ว่างไว้รับสถานการณ์ คือ หู ตา และมือ ถ้าอวัยวะใดไม่ว่าง ต้องพยายามทำมันให้ว่างในบัดดล เพื่อใช้ในการสังเกตเสียงที่ปรากฏรอบตัว มองคนอื่นๆ รอบตัว

4.ถ้ามีรถยนต์แล่นปราดเข้ามาจอดตรงหน้า ถอยออกมาให้ห่างทันที ถ้าเขาจอดเพื่อถามทาง อย่าเข้าไปจนชิดประตูรถเพื่อบอกทาง เพราะเขาอาจฉุดขึ้นรถไปง่ายๆ ให้ทิ้งระยะให้ห่างไกลจากตัวรถหน่อย แต่บอกทางด้วยเสียงที่ดังขึ้น จะมีความปลอดภัยมากกว่า

5.สอดส่ายสายตาหา “สถานที่ปลอดภัย” ระหว่างเส้นทางเดินไว้เสมอ เพื่อใช้เป็นที่ซึ่งคุณจะสามารถผลุบเข้าไปซ่อนตัวได้ถ้าเกิดเหตุร้าย เช่น ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ

6.โทรศัพท์ให้คนที่บ้าน คนข้างบ้าน ญาติคุณให้ออกมารับก็ได้ หรือแจ้งสถานะว่าอยู่จุดใดแล้ว และแจ้งว่าอาจจะมีอันตราย

7.หมั่นฝึกซ้อมความคิดไว้ตลอดเวลา ให้สมมติว่า ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้น จะแก้ไขสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างไร การฝึกซ้อมความคิดจะทำให้รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร และเมื่อไร ในยามคับขัน

ทั้ง 7 ข้อ สามารถนำไปยึดถือเพื่อใช้ปฏิบัติและจะทำให้หลุดพ้นจากภัยร้ายที่จ้องอยู่ได้ ระมัดระวังอย่าให้ต้องตกเป็นเหยื่ออย่างไม่น่าเกิดขึ้นในสังคม เพราะคนทุกคนมีคุณค่า ไม่ใช่ว่าใครจะแย่งไปได้ง่ายๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท