posttoday
การเกิดโรคกับชีวิตประจำวัน

การเกิดโรคกับชีวิตประจำวัน

10 ตุลาคม 2558

ทุกวันนี้หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเราอยู่ดีๆ ก็มีโรคนั้นโรคนี้ถามหา ทั้งๆ ที่เราอายุยังไม่มาก

โดย... พจ.บดินทร์ ก่อกวิน แพทย์แผนจีน คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน

ทุกวันนี้หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเราอยู่ดีๆ ก็มีโรคนั้นโรคนี้ถามหา ทั้งๆ ที่เราอายุยังไม่มาก แต่ทำไมมีโรคต่างๆ มามากมาย เมื่อไปพบแพทย์ถึงได้ทราบว่าสาเหตุเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มาจากการดำรงชีวิตประจำวันของเรา ขอเพียงแค่คุณใส่ใจกับเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันเราเพียงนิดเดียว ก็ช่วยให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1.สภาพอากาศ

เมื่ออยู่ในที่ที่มีสภาพอากาศเย็นไม่ว่าเป็นห้องแอร์หรือช่วงที่ฝนตก ทำให้หลอดเลือดและกล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งได้ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยทราบ เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน แต่เมื่อร่างกายระบายความร้อนออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วความร้อนในร่างกายลดลง ในช่วงนี้ร่างกายของเราก็ง่ายต่อการได้รับความเย็นเข้ามากระทบ ซึ่งทำให้เกิดโรคได้ เช่น ไข้หวัด ปวดหัวไมเกรน ปวดคอ บ่า หลัง เอว เข่า หัวไหล่ เป็นต้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถูกลมเย็นมากระทบส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายเปียกเหงื่อหรือฝน ซึ่งมักจะเกิดโรคมากที่สุด รวมทั้งผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงาน ถ้าต้องอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน ควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่ลมเครื่องปรับอากาศพัดผ่าน ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด

2.อิริยาบถต่างๆ

การอยู่ในอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน เป็นเวลานานๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการเกิดโรคทั้งสิ้น แต่ส่วนใหญ่โรคที่เกิดในปัจจุบันนั้นมักมาจากการนั่งที่ผิดวิธีมากที่สุด ได้แก่ การนั่งก้มหน้าเป็นเวลานานๆ ส่งผลต่อการปวดตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมหรือโรคออฟฟิศซินโดรมอีกทั้งยังสามารถลุกลามไปถึงหลังและเข่าได้ ในผู้ที่ชอบนั่งโซฟานุ่มๆ  เสี่ยงต่อการเกิดโรคเอวเคล็ดได้ การนั่งคุกเข่าหรือนั่งพับเพียบก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน การนั่งไขว่ห้างง่ายต่อการปวดหลังและสะโพก เป็นต้น การอยู่ในท่าทางเดิมๆ เป็นเวลานาน ไม่เพียงส่งผลต่อจุดนั้นๆ แล้ว ยังส่งผลต่อกระดูกสันหลังในระยะยาวอีกด้วย เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังคด เป็นต้น อีกทั้งยังส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในระยะยาวอีกด้วย ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าวด้วยการเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะๆ เพื่อลดการเมื่อยล้าและการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

3.อาหารการกิน

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ช่วยให้ร่างกายของคนเราดำรงอยู่ได้ แต่ถ้าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมนั้น ก็สามารถก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน เราอาจได้ยินคำคมของฝรั่งที่ว่า “You are what you eat” คือเรารับประทานอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาหารรสจัดจ้าน ได้แก่ เผ็ด มัน หวาน เป็นอาหารกลุ่มหลักๆ ที่ทำให้เกิดโรคได้ง่ายในปัจจุบัน เราควรเลือกรับประทานอาหารเหล่านี้แล้ว ควรให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไป และควรมีการออกกำลังกายร่วมด้วย เมื่อได้รับอาหารเหล่านี้มากเกินไปก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันสูง ไขมันในเลือดสูง นอนไม่หลับ โรคอ้วน ฯลฯ นอกจากนี้ ไม่ควรรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็นของร่างกาย เน้นบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ผักและผลไม้ให้พอเหมาะ

4.การนอน

ในสภาพสังคมของการแข่งขันและเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามากขึ้น คนส่วนมากมีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองจนทำให้เกิดความเครียดสะสม ไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ การนอนเป็นกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ขับของเสีย ฟื้นฟูการทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ การนอนยังช่วยให้ความจำและสมาธิเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายสดชื่น มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ทำให้กระบวนการเผาผลาญของร่างกายเป็นไปตามปกติ มีผิวพรรณและใบหน้าผุดผ่อง ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรมได้อย่างรวดเร็ว อ่อนเพลียสะสมเรื้อรัง เมื่อป่วยเป็นโรคต่างๆ มักใช้เวลาในการรักษานาน และเสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆ ตามมาอีกด้วย

5.การออกกำลังกาย

ร่างกายของคนเราต้องการการออกกำลังกายที่พอเหมาะ เพื่อเผาผลาญอาหารส่วนเกินในแต่ละวันที่เรากินเข้าไป ช่วยให้ระบบการทำงานของลำไส้และกระเพาะอาหารดูดซึมเคลื่อนตัวเพื่อขจัดของเสียได้ดีขึ้น  ช่วยให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น ระบบเลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้ดีอีกด้วย ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อ โรคอ้วน โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นต้น

6.อารมณ์

อารมณ์เกิดมาจากการรับรู้ทางประสาทสัมผัสต่างๆ แล้วแสดงออกเป็นความคิดและการกระทำ ซึ่งลักษณะนิสัย มุมมองความคิด จุดมุ่งหมายต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทต่ออารมณ์ของเรา รวมไปถึงสภาพจิตใจและฮอร์โมนในร่างกายของคนเราอีกด้วย ทั้งนี้ในชีวิตของเรามักต้องพบเจอเรื่องต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ อารมณ์เหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อมทั้งนั้น เราจึงต้องมีกระบวนการทางจิตใจและร่างกาย เพื่อควบคุมอารมณ์ของเราไม่ให้มากเกินไปยกตัวอย่างเช่น การสวดมนต์ นั่งสมาธิ การอ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้เรามีภูมิคุ้มกันต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่มีสติทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ เช่น เส้นเลือดในสมองแตก โรคหัวใจ เป็นต้น

การรักษาทางการแพทย์แผนจีนนั้นไม่ได้เน้นแต่การรักษาโรคที่เกิดแล้ว แต่ยังเน้นการรักษาโรคที่ยังไม่เกิดอีกด้วย นั่นคือการดูแลและป้องกันโรคซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ผู้ป่วยไม่ควรละเลย ทั้งยังช่วยส่งเสริมการรักษาโรคต่างๆ ที่กำลังได้รับการรักษาในปัจจุบันให้หายได้เร็วยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท