posttoday
แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

10 ตุลาคม 2558

บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตค้นหาความฝันของตัวเอง บางคนมีความฝันแต่ไม่มีโอกาสได้วิ่งตาม

โดย... เปรมวดี ปานทอง/เจียรนัย อุตะมะ ภาพ... วิศิษฐ์ แถมเงิน

บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตค้นหาความฝันของตัวเอง บางคนมีความฝันแต่ไม่มีโอกาสได้วิ่งตาม และมีหลายคนที่มุมานะ พยายามในการเดินตามความฝันโดยไม่ย่อท้อ แม้ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย เหมือนกับเด็กหนุ่มนักแล่นใบคนนี้ที่อยาก “ตามรอยพ่อ”

ชื่อของ “ป๊อป” ชูศิษฏ์ ปัญจมาลา อาจยังไม่เป็นที่รู้จักนักในวงการกีฬาบ้านเรา เพราะนอกจากเรือใบจะเป็นกีฬาเฉพาะกลุ่มแล้ว เขาไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทยอย่างที่หวัง แต่ถือเป็นดาวรุ่งไฟแรงที่น่าจับตามองทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถด้านเรือใบ ทัศนคติ หรือจิตใจ

 “ผมได้เห็นภาพในหลวงทรงเรือใบด้วยพระองค์เองแล้วรู้สึกอยากเก่งเหมือนพระองค์ท่าน อยากมีโอกาสเล่นกีฬาแบบที่ในหลวงชอบ อยากสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน” หนุ่มวัย 17 ปี เผยถึงแรงบันดาลใจในการเลือกกีฬาชนิดนี้เป็นเข็มทิศนำทาง

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

 

แต่เส้นทางของป๊อปไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเบื้องหลังภาพที่ถูกมองเผินๆ ว่าเป็นกีฬาโก้หรูของคนรวยนั้น ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง สู้แดด สู้ฝนและคลื่นลม ต้องแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านักฟุตบอล

ครั้งแรกในสนามแข่งขัน หนุ่มน้อยที่ถูกเลี้ยงมาอย่างสุขสบายกลับออกมาด้วยคราบน้ำตา ด้วยเหตุผลของความกลัวที่ต้องเผชิญกับคลื่นลมในทะเล และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ นงเยาว์ ปัญจมาลา ผู้เป็นแม่ ยิ่งสนับสนุนให้ลูกชายเดินหน้าต่อ เพื่อลบความกลัวที่เกิดขึ้น

แน่นอน...มันได้ผลดีเลยทีเดียว จากความกลัวกลับกลายเป็นความกล้า และอยากเอาชนะตัวเองเข้ามาแทนที่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความอดทน ซึ่งไม่ใช่แค่เจ้าตัวเท่านั้น แต่รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทนเห็นความเจ็บปวดของลูก และปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง โดยทำหน้าที่แค่ประคับประคอง

“อย่างหลังแข่งเสร็จ น้องจะกลับมามือพองบวม กำแทบไม่ได้ จับแปรงสีฟันยังลำบาก แม่เห็นแล้วสงสารมาก แต่ก็ต้องอดทนใจแข็งไม่ช่วย เพราะถ้าช่วยก็ต้องช่วยไปตลอด เลยเอาผ้ามาพันมือให้เขาแปรงเองทั้งน้ำตา” คุณแม่เล่าให้ฟัง

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

 

อย่างไรก็ตาม นับจากติดทีมชาติครั้งแรกตอนอายุ 10 ขวบ และได้เข้าร่วมการแข่งขันเรือใบรายการ เอเชียน ออปติมิสต์ แชมเปี้ยนชิพ 2008 ที่พัทยา ซึ่งจบลงด้วยการคว้าอันดับ 10 โอเวอร์ออล และอันดับ 2 ของเยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปี ในครั้งนั้น ชูศิษฏ์ก็ไม่มีชื่อติดทีมชาติอีกเลย ทั้งที่มีรางวัลติดมืออย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ

กระทั่งตอนอายุ 13 ปี ได้ตัดสินใจหยุดพักไป 1 ปีเต็ม แต่สุดท้ายป๊อปก็เอ่ยปากขอกลับมาเล่น เพราะไม่อยากทิ้งความฝันที่ต้องการก้าวไปสู่ระดับโลกไปโดยยังไม่สู้ให้ถึงที่สุด

หลังจากกลับมา ชูศิษฏ์กวาดแชมป์ทุกรายการระดับนานาชาติ ในการขยับขึ้นมาเล่นประเภทเลเซอร์ รุ่น 4.7 ที่ฮ่องกง มาเลเซีย และสโมสรราชวรุณ เขาพระตำหนัก พัทยา นอกจากนี้ยังคว้าอันดับ 8 ที่เยอรมนี แต่ก็ยังไม่สมหวังในการมีชื่อติดทีมชาติ เมื่อในการคัดเลือกแต่ละครั้งมักจะมีเหตุให้ต้องผิดหวัง ท่ามกลางความค้างคาใจกับผลที่ออกมาอยู่เสมอ

นักกีฬาเรือใบชาวกรุงเทพฯ ยอมรับว่า ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการคัดเลือกตัวแทนทีมชาติหลายๆ ครั้งทำให้ท้อบ้าง แต่ไม่ถอย เพราะการเป็นนักกีฬาไม่ได้สอนให้เป็นผู้ชนะอย่างเดียว แต่สอนให้แพ้เป็น ชนะก็ดีใจ แพ้ก็ให้กำลังใจตัวเองในการสู้ใหม่ พยายามพัฒนาทักษะมากขึ้น เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ที่สำคัญความฝันยังไม่เป็นจริง จะไม่มีวันเลิกล้มความพยายามเด็ดขาด

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

 

“ผมอยากไปโอลิมปิก ปี 2020 ที่โตเกียว (ญี่ปุ่น) และทำผลงานให้ดีที่สุด ไม่ต้องถึงกับลุ้นเหรียญทอง และมั่นใจว่าจะทำได้ เพราะได้เริ่มเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านตั้งแต่ตอนนี้แล้ว โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของร่างกาย ที่โค้ชแนะนำว่าต้องเพิ่มน้ำหนักและเสริมความฟิตอีกหน่อย” ชูศิษฏ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาอันมุ่งมั่น

แม้ทุกรายการที่ออกไปแข่งขันในต่างประเทศ จะต้องควักกระเป๋าเองทั้งหมด เนื่องจากสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทยฯ ไม่มีนโยบายส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันบ้างหรือขาดงบประมาณในการสนับสนุนรายการนั้นๆ บ้างในการคัดนักกีฬาไปแข่ง จึงสมัครไปแข่งขันด้วยตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

“ต้องใช้เงินเยอะมาก เพราะอย่างที่บอกเราไปในนามส่วนตัว ต้องออกเองหมด และค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูงเมื่อไปแข่งต่างประเทศ แต่เราไม่ได้มองเรื่องเงิน เรามองว่าเขาได้อะไรจากการเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า ไม่ทุกรายการที่ไปแล้วประสบความสำเร็จ แต่เขาได้ไปเรียนรู้ประสบการณ์มากมาย ได้แรงกระตุ้นกลับมาพัฒนาตัวเอง นั่นคือสิ่งสำคัญ” คุณแม่นงเยาว์ กล่าว

นอกจากนี้ การเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศทุกครั้ง แม้จะไม่ได้ชื่อว่าไปในนามตัวแทนทีมชาติไทย แต่นักแล่นใบหนุ่มไทย ยืนยันว่า รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ประสบความสำเร็จและนำชื่อเสียงกลับมาให้ประเทศชาติ

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

 

ทุกวันนี้นอกจากการฝึกซ้อมทักษะการแล่นเรือตามโปรแกรมแล้ว ป๊อปภายใต้การดูแลของโค้ช น.ต.วีรสิฏฐ์ พวงนาค อดีตโค้ชทีมชาติไทย เน้นการออกกำลังกายทุกวันควบคู่ไปกับการดูแลเรื่องโภชนาการ โดยมีเป้าหมายเพิ่มน้ำหนักให้ถึง 75 กก. และได้ สิทธิ เจริญฤทธิ์ นักเพาะกายดีกรีแชมป์โลก 3 สมัย เป็นเทรนเนอร์เรื่องการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นพิเศษ

เจ้าของส่วนสูง 185 ซม. บอกว่า กีฬาเรือใบอาจจะไม่ต้องใช้ร่างกายในการวิ่ง หรือเบียดปะทะคู่แข่งเหมือนฟุตบอล แต่ก็ต้องมีพละกำลังในการโหนเรือที่มีระยะทางหลายกิโลเมตรในการแข่งแต่ละครั้ง เพราะฉะนั้นต่อให้มีเทคนิคดี แต่ไม่มีแรงก็ยากจะชนะได้

แค่นั้นยังไม่พอ สมาธิและทัศนคติคิดบวกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเรือใบเป็นกีฬาที่มีตัวแปรเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำ ทิศทางและความเร็วลม ฉะนั้นต้องมีสมาธิในการตัดสินใจ และต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง เพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ เขายังนำคำสอนของ กาเร็ต โอเวน ผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติวัย 60 ปีซึ่งเป็นคู่ซ้อมที่สโมสรราชวรุณ ที่บอกว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะชนะไม่ได้” มาเป็นคติประจำใจในการคิดบวกและปลุกพลังของตัวเองในการไปถึงเป้าหมาย แม้บางสิ่งบางอย่างจะไม่เป็นใจก็ตาม

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

 

ล่าสุดความมุ่งมั่นตั้งใจของป๊อปเริ่มเห็นแล้ว เมื่อชนะการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเมื่อเดือนที่แล้ว เข้าร่วมการแข่งขันรายการไอเอสเอเอฟ ยูธ โอลิมปิก 2015 ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย วันที่ 27 ธ.ค. 2558-3 ม.ค. 2559 หลังจากในซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ที่ผ่านมา มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง 

เหลือเวลาอีก 5 ปี สำหรับเป้าหมายคว้าตั๋วไปโอลิมปิก 2020 หนุ่มมาดมั่นซึ่งปัจจุบันอยู่ในรุ่นเลเซอร์ เรเดียล เตรียมก้าวขึ้นมาเล่นเลเซอร์ สแตนดาร์ด ด้วยการเดินสายเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังก้าวกระโดดตามรอยรุ่นพี่อย่าง “ท็อป”กีระติ บัวลง อดีตเยาวชนแชมป์โลกและเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่ผ่านประสบการณ์ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปี 2012 มาแล้ว

ชูศิษฏ์ ยังแนะนำเยาวชนที่อยากเล่นกีฬาชนิดนี้ว่า ต้องใจรัก ขยัน และอดทน เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้ว เรือใบเป็นกีฬาที่มีตัวแปรเยอะพอสมควร ไม่ใช่แค่ต้องเอาชนะตัวเอง ชนะคู่แข่ง แต่ยังต้องชนะธรรมชาติด้วย

ขณะที่ผู้อยู่เบื้องหลังอย่างคุณแม่ ฝากไปยังผู้ปกครองว่า ไม่เฉพาะกีฬาเรือใบ แต่ไม่ว่ากีฬาอะไรก็ตาม อย่าเอาตัวเองเป็นหลัก แต่ปล่อยให้ลูกเล่นเต็มที่ ได้ทำตามความสามารถของเขา พ่อแม่คอยสนับสนุน ให้ข้อมูล สร้างแรงบันดาลใจให้เขา แต่การตัดสินใจควรอยู่ที่ตัวเขาเอง ซึ่งสิ่งที่น้องได้รับจากการเป็นนักกีฬาเรือใบ ไม่ใช่เพียงแค่ความสามารถและความอดทน แต่ยังได้เรียนรู้ชีวิต มีความรับผิดชอบ และรู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง

แล่นใบตามฝัน... เจอกันโตเกียวเกมส์ 2020

 

นอกจากนี้ นงเยาว์อยากเห็นสมาคมให้ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเรือใบกับคนทั่วไป เพื่อความเข้าถึงและชมกีฬาเรือใบได้สนุกมากขึ้น ซึ่งเมื่อมีคนหันมาให้ความสนใจและติดตามมากขึ้น ก็จะนำมาสู่การสนับสนุนจากสปอนเซอร์ และเมื่อมีสปอนเซอร์เข้ามา ก็จะสามารถช่วยพัฒนาวงการขึ้นไปได้อีกขั้น เพราะต้องยอมรับว่ากีฬาชนิดนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ยิ่งไปกว่านั้น อยากให้สมาคมเป็นองค์กรที่เอื้อประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว

“ผมไม่ขออะไรมาก แค่ขออย่าให้คนไทยเป็นศัตรูกัน อย่ามัวแต่ขัดขากันเอง อย่าทำร้ายกันเอง แค่นี้ก็พอแล้ว และผมจะทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มที่ เพื่อตัวเอง เพื่อชื่อเสียงของชาติ” นักแล่นใบหนุ่ม ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ

ถึงวันนี้ความฝันของชูศิษฏ์จะยังไม่เป็นจริง แต่ก็มีความสุขกับการอยู่กับสิ่งที่รักและวิ่งตามความฝันของตัวเอง แม้จะต้องพบเจออุปสรรคมากมาย แต่ปัญหาเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนคลื่นลมแรงที่ต้องฝ่าฟันและประคองตัวให้รอดในการแล่นเรือใบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท