posttoday
ชีวิตต้องดีกว่านี้

ชีวิตต้องดีกว่านี้

10 ตุลาคม 2558

โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์

โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์

ไปที่ไหนก็เจอแต่คนถามว่า รัฐบาลเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจใหม่แล้ว ภาพรวมดีขึ้นหรือยัง

แหม...! ถ้าจะให้ตอบว่าดีขึ้นแล้ว ก็ดูจะใจร้ายกับทีมเศรษฐกิจชุดที่แล้วมากเกินไป

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งได้แค่เดือนกว่า อะไรๆ ก็คงไม่รวดเร็วปานนั้น

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ผลประกอบการครึ่งปีแรกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 80% มีกำไรเพิ่มขึ้น 15% กำไรเท่าเดิม มีเพียง 5% เท่านั้นที่ขาดทุน

นั่นก็แปลว่า ภาคเอกชนยังมีความเข้มแข็งมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้ทีมเศรษฐกิจชุดที่แล้ว

เรื่องภาคเอกชนยังแข็งแรงมากนี้ ผมเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์

เพราะเจ้าของกิจการและผู้บริหารภาคเอกชนระดับสูงทุกคนในประเทศนี้ที่ผมรู้จัก ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศกันอย่างสนุกสนาน หลายคนถือโอกาสนี้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข

ถามว่าคนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยเลยหรือ

คำตอบคือกระทบแน่นอน แต่เจ้าของกิจการและผู้บริหารจำนวนไม่น้อยมีความสามารถสูงในการผลักภาระนั้นออกไป ด้วยการลดต้นทุนเพื่อรักษาสัดส่วนกำไร หรือใช้โอกาสนี้ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

จึงไม่แปลกใจที่ทำไม 80% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมีกำไรเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก

แล้วภาระที่ถูกผลักออกมานั้นไปตกอยู่ที่ใคร

ต้องไปดูที่ตัวเลข หนี้ครัวเรือน

ปรากฏว่า หนี้ครัวเรือนของไทย ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ทั้งๆ ที่การบริโภคภายในประเทศมีปัญหามาตลอด ดังนั้น จะบอกว่าคนระดับลูกจ้างหรือมนุษย์เงินเดือนใช้จ่ายเกินตัวก็คงไม่ใช่ เพราะการบริโภคต่ำ

แปลความว่า ทุกวันนี้ระดับลูกจ้างไปจนถึงรากหญ้าแทบจะตำน้ำกินอยู่แล้ว แต่ละวันต้องใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียรอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่พอจะกิน

จะโทษโครงการรถคันแรกที่ซื้อกันไปล้านกว่าคัน ก็ไม่น่าจะใช่ประเด็นหลัก เพราะโครงการนี้ผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้ว ถ้าจะฉุดก็น่าจะฉุดมาตั้งแต่ปีแรก ไม่ใช่มาฉุดปีนี้

แล้วทำไมเงินมันฝืดจัง

ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจไทย ปี 2558 จะขยายตัวได้ราว 2.5% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 3-3.5% ถือว่าปรับลดลงอย่างน่าใจหาย

ขณะที่ปี 2559 คาดการณ์จีดีพีไทยขยายตัว 2% และในปี 2560 ขยายตัวได้ 2.4% ซึ่งจะต่ำกว่าปีนี้อีก ทั้งนี้เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนยังคงซบเซา และเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ยังชะลอตัว

ธนาคารโลก บอกว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตช้าสุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากมีความท้าทายจากการที่ไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจเปิดมาก และมีการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการด้านการค้าขายของตลาดโลก

ตาย...ตาย...ตาย

ธนาคารโลกคาดการณ์แบบนี้ ใครจะกล้าขยายการลงทุน นักธุรกิจหน้าใหม่คนไหนจะหาญกล้าขนเงินมาลงทุนในประเทศไทย นี่คือโจทย์ใหญ่ของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ลำพังการอัดฉีดรากหญ้าผ่านกองทุนหมู่บ้าน การใส่งบประมาณลงไปตำบลละ 5 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงการเข้าไปแก้ไขความอัตคัดเท่านั้น

การใช้จ่ายภาครัฐก็ไม่มากเพียงพอที่จะฉุดกระชากเศรษฐกิจของไทยขึ้นมาได้ ขณะที่การส่งออกถึงแม้จะลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าอีกหลายประเทศ แต่เนื่องจากการส่งออกของไทยสัดส่วนต่อจีดีพีที่สูงมากถึง 70%

อย่างไรก็ตาม ต้องให้กำลังใจ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ส่งสัญญาณออกมาชัดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังมีอีกหลายช็อต ที่เปิดออกมานี้เป็นแค่ ออร์เดิร์ฟ

หวังว่า เมนคอร์ส ที่จะออกมา จะฉุดเศรษฐกิจให้พุ่งกระฉูด

ปล. ลูกจ้างก็อยากเที่ยวเมืองนอกนะครับ 555

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท