
โค้งสุดท้าย ลุ้นตั๋วยูโร 2016
โดย...มิวโกโตะ
โดย...มิวโกโตะ
สัปดาห์นี้ฟุตบอลลีกในยุโรปหยุดพัก เพื่อหลบทางให้บรรดาชาติยักษ์ใหญ่แย่งตั๋วฟุตบอลยูโร 2016 รอบสุดท้าย ณ แดนน้ำหอม ต้องตามลุ้นว่าโควตาอีก 16 ทีมที่เหลือใครจะหลุดเข้ารอบตาม ฝรั่งเศส (เจ้าภาพ), อังกฤษ, ออสเตรีย,สาธารณรัฐเช็ก และไอซ์แลนด์
กังหัน-ไก่งวงหลังพิงฝา
ความน่าตื่นเต้นของกลุ่มเอ อยู่ที่การแย่งชิงอันดับ 3 เพื่อไปลุ้นเพลย์ออฟ ระหว่าง เนเธอร์แลนด์ (10 คะแนน) และ ตุรกี (12 คะแนน) เนื่องจากเช็กและไอซ์แลนด์ มี 19 แต้มเท่ากัน คว้าตั๋วรอบสุดท้ายเรียบร้อย โดยเงื่อนไข “อัศวินสีส้ม” จำเป็นต้องชนะรวด 2 นัด และลุ้นให้ตุรกีเก็บเพิ่มไม่เกิน 3 คะแนน เพราะเฮดทูเฮดเป็นรอง
แดนนี บลินด์ นายใหญ่แข้งดัตช์ หมดสิทธิใช้งาน ดารีล ยานมัต แนวรับอเนกประสงค์ของนิวคาสเซิลที่เข่าเดี้ยง แต่ไม่ได้เรียกกองหลังเพิ่ม แต่ยังมั่นใจ 2 เกมชี้ชะตากับ คาซัคสถาน (10 ต.ค.) และเช็ก (13 ต.ค.) จะคว้า 6 คะแนนเต็ม
ขุมกำลังหลักยังต้องพึ่งประสบการณ์ของพวกที่ค้าแข้งทีมดังในยุโรประดับอย่างพวก เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี, เมมฟิส เดปาย, อิบราฮิม อเฟลลาย และ ดาลีย์ บลินด์
“สถานการณ์เราไม่สู้ดี ตอนนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เราต้องเก็บชัย 2 นัดที่เหลือให้หมด แล้วค่อยมาดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น” บลินด์ กล่าว
ขณะที่ตุรกีฟอร์มแผ่วปลาย 5 นัดหลังสุดชนะแค่เกมเดียว โจทย์คือขออย่างน้อย 4 แต้ม จาก 2 นัดที่เหลือ แต่ภารกิจลุ้นตั๋วเพลย์ออฟสุดหิน เพราะต้องเจอทั้งเช็กและไอซ์แลนด์ ขึ้นอยู่กับ 3 ประสานแนวรุกอย่างอาร์ดา ตูราน, ฮาคาน คัลฮาโนกลู และ บูรัค ยิลมาซ จะจูนติดหรือไม่
ความน่าจะเป็น : เกมวันเสาร์ที่ 10 ต.ค. จะเป็นตัวตัดสิน หากตุรกีบุกชนะเช็กไม่ได้ โอกาสเข้าทางเนเธอร์แลนด์เต็มๆ แต่ช่วงหลังฟอร์มกังหันลมกลับแผ่วน่าใจหาย ฟาน เพอร์ซี ศูนย์หน้าความหวังแทบไม่ได้ลงกับต้นสังกัด งานนี้อาจสะดุดหัวทิ่มทั้งคู่ สุดท้ายไก่งวงได้เฮ
คะแนนที่คาด : เนเธอร์แลนด์ เก็บ 4 แต้ม (ชนะ คาซัคฯ, เสมอ เช็ก) ตุรกี คว้า 3 แต้ม (แพ้ เช็ก, ชนะ ไอซ์แลนด์)
กลุ่มบี
สายนี้ยังมีลุ้น 3 ทีมจ่าฝูงเวลส์ (18 คะแนน), เบลเยียม (17 คะแนน) และ อิสราเอล (13 คะแนน) โดย 2 ชาติแรกการันตีโควตาเพลย์ออฟแน่นอนแล้ว
“มังกรแดง” ขอแค่ 1 แต้ม จาก 2 นัดที่บุกเยือนอิสราเอล กับ อันดอร์รา ขณะที่ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” น่าจะการันตี 6 แต้มเต็มได้ไม่ยาก เพราะอันดอร์ราและอิสราเอลดูยังไม่ใช่คู่ปรับพวกเขา
กลุ่มซี
จ่าฝูง สเปน (21 คะแนน), สโลวาเกีย (19 คะแนน) และยูเครน (16 คะแนน) รับประกันว่าจะจบไม่ต่ำกว่าอันดับ 3 แน่นอนแล้วทั้งหมด เหลือแค่ชิงกันว่าใครจะเข้ารอบโดยอัตโนมัติในฐานะ 2 อันดับแรก
กลุ่มดี
กรุปนี้ยังไม่มีใครเข้ารอบ โดยที่ เยอรมนี (19 คะแนน), โปแลนด์ (17 คะแนน) และ ไอร์แลนด์ (15 คะแนน) ยังแย่งตั๋วเข้ารอบโดยอัตโนมัติกัน แต่แชมป์โลก 2014 อย่าง “อินทรีเหล็ก” โอกาสจบแชมป์กลุ่มสูงสุด เพราะเหนือกว่าจอร์เจียหลายขุม ส่วน โปแลนด์ กับ ไอร์แลนด์ แย่งอันดับสองกันเองแมตช์สุดท้าย
กลุ่มอี
“สิงโตคำราม” อังกฤษ (24 คะแนน) ชนะรวดผ่านเข้ารอบคว้าแชมป์กลุ่มไปนอนกอด ปล่อยให้ สวิตเซอร์แลนด์ (15 คะแนน), สโลวีเนีย (12 คะแนน) และ เอสโตเนีย (10 คะแนน) แย่งชิงโควตาที่เหลือ ซึ่งดูโปรแกรม สโลวีเนีย-ลิทัวเนีย, สวิส-ซานมาริโน (9 ต.ค.) ซานมาริโน-สโลวีเนีย, เอสโตเนีย-สวิส (12 ต.ค.) ทีมแดนนาฬิกาไม่น่าพลาด
กลุ่มเอฟ
มองลำบากเหลือเกินว่า ไอร์แลนด์เหนือ (17 คะแนน), โรมาเนีย (16 คะแนน), ฮังการี (13 คะแนน) และ ฟินแลนด์ (10 คะแนน) จะจบอย่างไร โปรแกรม 11 ต.ค.นี้ มีคำตอบ หมู่เกาะแฟโร-โรมาเนีย, ฟินแลนด์-ไอร์แลนด์เหนือ, กรีซ-ฮังการี
กลุ่มจี
ออสเตรีย (22 คะแนน) ทิ้งขาดการันตีแชมป์กลุ่มแน่นอน ปล่อยให้ รัสเซีย (14 คะแนน), สวีเดน (12 คะแนน) และมอนเตเนโกร (11 คะแนน) ลุ้นในโปรแกรม 2 นัดสุดท้าย ซึ่งต้องมี 1 ทีมน้ำตาตก
กลุ่มเอช
เป็นอีกกลุ่มที่สถานการณ์ยังเปิดกว้าง อิตาลี (18 คะแนน), นอร์เวย์ (16 คะแนน) และ โครเอเชีย (14 คะแนน) แต่ถ้า “อัซซูรี” ชนะ อาเซอร์ไบจาน ได้วันที่ 10 ต.ค. เกมสุดท้ายกับ “ไวกิ้ง” ก็ไม่ต้องเน้นอะไรมาก
กลุ่มไอ
กลุ่มนี้มีแค่ 5 ทีม น้อยกว่ากลุ่มอื่น 1 ทีม สถานการณ์ตอนนี้เหลือแค่ โปรตุเกส (6 นัด 15 คะแนน), “โคนม” เดนมาร์ก (7 นัด 12 คะแนน) และ แอลเบเนีย (6 นัด 11 คะแนน) วัดกันแค่ 3 ชาติ เท่ากับว่าอย่างแย่แค่เพลย์ออฟ







