posttoday
พี่ชายฯ ไปออสการ์

พี่ชายฯ ไปออสการ์

08 ตุลาคม 2558

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ในแวดวงภาพยนตร์ไทย (แต่ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านจะตื่นเต้นหรือไม่)

โดย...ธวัชชัย ดีพัฒนา บรรณาธิการ Attitude

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ในแวดวงภาพยนตร์ไทย (แต่ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านจะตื่นเต้นหรือไม่) เมื่อสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้พิจารณาคัดเลือก “พี่ชาย My Hero” ของ “จอช คิม” ผู้กำกับชาวเกาหลี-อเมริกัน เป็นตัวแทนประเทศไทยชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ มีคะแนนชนะ 5 เรื่องที่เหลือ ได้แก่ “ฟรีแลนซ์...ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” “แม่เบี้ย” “อนธการ” “ฟ.ฮีแลร์” และ “2538 อัลเทอร์มาจีบ” 

ถามว่าคุณสมบัติ “พี่ชาย My Hero” ดีเด่นพอเป็นตัวแทนประเทศได้หรือไม่? คำตอบก็คือตัวภาพยนตร์ใช้ได้เลยทีเดียวล่ะ ทั้งในแง่การเล่าเรื่อง การถ่ายภาพ การนำเสนอตัวละครชายรักชายที่แตกต่างไปจากภาพลักษณ์เก่าๆ ซึ่งเกย์ต้องกรี๊ดกร๊าด วี้ดว้าย (หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าแรดนั่นแหละ) และเนื้อหาที่สะท้อนสังคมและวัฒนธรรมแบบไทยๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ผมชื่นชมในความใจกว้างของคณะกรรมการชุดนี้ ที่นำโดย คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ขึ้นมาทันที เพราะพวกเขาได้ทำหน้าที่ในการคัดหนังดีที่เป็นหน้าตาของประเทศได้ โดยก้าวข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไป

ตัวภาพยนตร์เอง ถ้ามองแบบพวกชาตินิยมสุดโต่งจะต้องมีคนอ้างว่า “ส่งไปได้ไง ผู้กำกับหาใช่คนไทยไม่” ดีนะที่ไม่มีใครจุดประเด็นนี้ขึ้นมาตีฆ้องร้องป่าว ไม่งั้นโดนถล่มตายคาเฟซบุ๊กแน่ๆ เพราะนอกจากจะใช้สติปัญญาอันน้อยคิดแล้วยังสะท้อนถึงความใจแคบของคนคนนั้นอีกต่างหาก

แม้จะมีผู้กำกับเป็นชาวต่างชาติ แต่ทุนที่ใช้ทำมากกว่า 50% เป็นทุนไทยและผู้กำกับท่านนี้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า เขาเข้าใจวัฒนธรรมไทยได้ดีกว่าคนไทยบางคนด้วยซ้ำ จึงไม่ต้องแปลกใจที่ภาพยนตร์สามารถสะท้อนค่านิยมบ้านๆ ออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผลงานที่คนเกาหลีกำกับ อาทิ การบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ระบบการเกณฑ์ทหารที่แสนน่าเบื่อหน่าย ฯลฯ

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ จอช คิม เข้าใจวัฒนธรรมแบบไทยๆ ได้ดีมากก็เพราะเขาลงทุนมาเรียนภาษาไทยและทำวิจัยเรื่องการเกณฑ์ทหารก่อนสร้างมากกว่า 3 ปี (มีบางคนแอบกระชิบว่าตอนนี้เขามีแฟนเป็นคนไทยแล้วด้วย เรื่องนี้ขอติดไว้ก่อนนะครับ ถ้าทราบข้อเท็จจริงจะรีบแจ้ง อิอิ) โดยก่อนหน้าที่โปรเจกต์ “พี่ชาย My Hero” จะเริ่มต้น จอช คิม ได้ทำสารคดีเกี่ยวกับสาวประเภทสองที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารมาแล้วหนึ่งเรื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลค่อนข้างแน่น

แล้วการที่ “พี่ชาย My Hero” ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันจะดีต่อประเทศไทยหรือไม่ ส่วนตัวผมคิดว่าดีนะ เอาง่ายๆ แค่เรื่องสังคมที่เปิดกว้างต่อการแสดงออกด้านเสรีภาพและความเท่าเทียมกันทางเพศ ก็สะท้อนให้เห็นว่าใครก็ตามที่เคยกล่าวหาว่าเราไม่เป็นประชาธิปไตย ปกครองโดยเผด็จการต่างๆ นานานั้นมันจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขากล่าวหาโดยสิ้นเชิง

ถามต่อว่าแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้จะไปได้ถึงฝั่งฝันหรือไม่ ผมตอบแบบฟันธงไว้ล่วงหน้าเลยว่า ยากกกก ที่มันยากไม่ใช่เพราะว่าเป็นภาพยนตร์เกย์แล้วจะทำให้ศักยภาพดูอ่อนด้อยกว่าภาพยนตร์ชาติอื่นๆ ที่ส่งมา แต่ที่มันยากก็ตรงแคมเปญโปรโมทภาพยนตร์ให้เข้าตากรรมการน่ะ เป็นที่สุดกว่าที่สุดของพี่แจ้เสียอีก โดยตามธรรมเนียมภาพยนตร์ที่จะเข้ารอบลึกๆ ได้ (โดยเฉพาะการเข้ารอบ 5 เรื่องสุดท้าย) ต้องมีแรงหนุนจากหลายด้าน (รวมทั้งรางวัลสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศด้วย) อาทิ แรงหนุนจากค่ายภาพยนตร์ในอเมริกาที่ซื้อไปฉาย พวกนี้จะมีแคมเปญดันผลงานของตัว เพราะมันจะไปช่วยเพิ่มยอดการขายตั๋วอย่างเห็นได้ชัด

คุณลองไปเปิดนิตยสาร Variety ดูสิ เขาจะมีแคมเปญ For you consideration เป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งคณะกรรมการที่มีสิทธิโหวตก็มาจากกลุ่มคนที่อ่านนิตยสารเล่มนี้ที่ประกอบด้วย ผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ นักวิชาการ และนักวิจารณ์ จะทำอย่างไรให้คณะกรรมการหยิบมาชมและให้คะแนน ข้อนี้ยากสุดๆ

แต่ถ้ายังไม่มีใครซื้อไปฉายที่อเมริกา แรงส่งอีกด้านที่พอจะทำได้ก็คือรางวัลจากเวทีเทศกาลนานาชาติ โดยเฉพาะเวทีใหญ่ๆ เช่น คานส์ ซันแดนซ์ เบอร์ลิน เวนิช ฯลฯ เทศกาลที่เหลืออาจไม่มีแรงส่งมากพอ ดูตัวอย่าง The Way He Looks ของบราซิลเมื่อปีก่อนสิ ขนาดได้รางวัลใหญ่จากเบอร์ลินถึง 2 รางวัล ยังไปไม่ถึง 5 เรื่องสุดท้ายเลยคุณ นี่ยังไม่รวมคำชื่นชมของนักวิจารณ์ต่างชาติอีกนะ

แต่ที่กล่าวทั้งหมดมานั้นยังพอมีก๊อกสุดท้ายที่เป็นความหวัง นั่นก็คือรัฐบาลต้องทำแคมเปญโปรโมท ภาพยนตร์เสียเองในนิตยสารภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลของอเมริกา เช่น Variety, Entertain, Film Comment ฯลฯ หรือจุดประเด็นทางการเมืองให้ลุงแซมเห็นว่าผลงานเรื่องนี้ควรได้รางวัล เพื่อเอาคอนเทนต์ของภาพยนตร์มากดดันรัฐบาลไทยอีกทอดหนึ่ง เหมือนที่ภาพยนตร์อิหร่านเคยได้รางวัลมาแล้ว แต่ประเด็นหลังสุดนี่ก็ท่าทางจะยาก เพราะเนื้อหาหลักๆ เขากล่าวถึงระบบการเกณฑ์ทหารและความสัมพันธ์ของพี่น้อง หาใช่เรื่องการเมืองไม่ จบนะครับสำหรับรางวัลออสการ์

อย่างไรก็ดี ต้องขอขอบคุณ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อีกรอบ แม้หนังจะไม่ได้อะไรกลับมา แต่ผมต้องขอน้อมคารวะงามๆ หนึ่งทีให้สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติด้วยความเคารพ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69